<?xml version="1.0" encoding="UTF-8"?>
<rss version="2.0" xmlns:atom="http://www.w3.org/2005/Atom" xmlns:dc="http://purl.org/dc/elements/1.1/">
  <channel>
    <title>DEV Community: swpkee</title>
    <description>The latest articles on DEV Community by swpkee (@swpkee).</description>
    <link>https://dev.to/swpkee</link>
    <image>
      <url>https://media2.dev.to/dynamic/image/width=90,height=90,fit=cover,gravity=auto,format=auto/https:%2F%2Fdev-to-uploads.s3.us-east-2.amazonaws.com%2Fuploads%2Fuser%2Fprofile_image%2F414119%2F4e6a993e-b090-4d9c-9a31-ae76e3b2c990.png</url>
      <title>DEV Community: swpkee</title>
      <link>https://dev.to/swpkee</link>
    </image>
    <atom:link rel="self" type="application/rss+xml" href="https://dev.to/feed/swpkee"/>
    <language>en</language>
    <item>
      <title>Back-end</title>
      <dc:creator>swpkee</dc:creator>
      <pubDate>Tue, 23 Jun 2020 07:38:06 +0000</pubDate>
      <link>https://dev.to/swpkee/back-end-13lo</link>
      <guid>https://dev.to/swpkee/back-end-13lo</guid>
      <description>&lt;p&gt;Back-end  (หรือหลังบ้าน)&lt;br&gt;
Backend มักจะประกอบด้วยสามส่วน: เซิร์ฟเวอร์ (server) แอปพลิเคชัน (application) และฐานข้อมูล (database) หากคุณจองเที่ยวบินหรือซื้อตั๋วคอนเสิร์ตคุณมักจะเปิดเว็บไซต์และโต้ตอบกับส่วนหน้าบ้าน (Front-end) เมื่อคุณป้อนข้อมูลนั้นแล้วแอปพลิเคชันจะจัดเก็บไว้ในฐานข้อมูลที่สร้างขึ้นบนเซิร์ฟเวอร์ คิดง่ายๆว่าฐานข้อมูลเป็นสเปรดชีต Excel ขนาดใหญ่บนคอมพิวเตอร์ แต่คอมพิวเตอร์ในที่นี้คือ (เซิร์ฟเวอร์) ซึ่งข้อมูลของคุณอาจจะเก็บไว้ที่ไหนสักแห่งในบนโลกขึ้นอยู่กับผู้ให้บริการ&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ข้อมูลทั้งหมดนั้นยังคงอยู่บนเซิร์ฟเวอร์ดังนั้นเมื่อคุณกลับเข้าสู่แอปพลิเคชันเพื่อพิมพ์ตั๋วของคุณข้อมูลทั้งหมดยังคงอยู่ในบัญชีของคุณ&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;เราจะเรียกบุคคลที่สร้างเทคโนโลยีนี้ทั้งหมดเพื่อให้ระบบทำงานร่วมกันได้ ว่า "backend developer" ซึ่งคนเหล่านี้ต้องมีทักษะการเขียนภาษาโปรแกรมมิ่งได้แก่  PHP, Ruby, Python, และอื่น ๆ พวกเขามักจะใช้ framework เพื่อเป็นตัวช่วยในทำงาน อย่างที่ดังๆก็มี Ruby on Rails, Cake PHP และ Code Igniter สิ่งพวกนี้ทำให้พวกเขาทำงานเร็วขึ้นและไวขึ้น&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ผู้เชี่ยวชาญด้านเว็บหลายคนที่เพิ่งเข้ามาในวงการอาจเคยได้ยินคนจำนวนมากพูดถึง WordPress ซึ่ง WordPress เป็นตัวอย่างที่ดีของส่วนหน้าบ้านและส่วนหลังบ้านที่ทำงานร่วมกันได้ เพราะ WordPress เป็นเฟรมเวิร์กที่มาจากภาษา PHP ที่คุณต้องติดตั้งบนเซิร์ฟเวอร์ของคุณด้วยฐานข้อมูล จากนั้นนักออกแบบจะปรับแต่งรูปลักษณ์และฟังก์ชันการทำงานของไซต์ WordPress โดยใช้ CSS, jQuery และ JavaScript&lt;/p&gt;

</description>
      <category>htmm</category>
    </item>
    <item>
      <title>Front-end</title>
      <dc:creator>swpkee</dc:creator>
      <pubDate>Tue, 23 Jun 2020 07:36:36 +0000</pubDate>
      <link>https://dev.to/swpkee/front-end-373o</link>
      <guid>https://dev.to/swpkee/front-end-373o</guid>
      <description>&lt;p&gt;Front-end(หรือหน้าบ้าน)&lt;br&gt;
เมื่อเราพูดถึง “Front End” ของเว็บ จริงๆแล้วเรากำลังพูดถึงในส่วนของผู้ใช่งานที่เห็นหน้าตาความสวยงามและปฏิสัมพันธ์ของผู้ใช้งานกับเว็บ&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;หน้าเว็บจะประกอบด้วย สองส่วนคือการออกแบบ และ การพัฒนาหน้าบ้าน&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ในอดีตเมื่อมีคนพูดคุยเกี่ยวกับการพัฒนาระบบมันมักจะอ้างถึง backend แต่ในช่วงไม่กี่ปีที่ผ่านมามีความจำเป็นต้องแยกระหว่างนักออกแบบหรือ Designer คนที่ทำงานกับโปรแกรม Photoshop และกับคนที่สามารถใช้ HTML และ CSS  ได้ มากไปกว่านั้นคือนักออกแบบสามารถเขียนภาษา JavaScript และ jQuery&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ดังนั้น ตอนนี้เมื่อเราพูดถึงคำว่า "web design" จริงๆแล้วเรากำลังพูดถึงคนที่ทำงานร่วมกับ Photoshop และ HTML, CSS, JavaScript หรือ jQuery อยู่ก็เป็นได้&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ทุกสิ่งที่คุณเห็นเมื่อใช้เว็บ คือการรวม HTML, CSS และ JavaScript ทั้งหมดที่ถูกควบคุมโดยเบราว์เซอร์ของคอมพิวเตอร์ของคุณ และจะรวมถึงสิ่งต่างๆ เช่นแบบอักษร เมนูแบบเลื่อนลง&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ปุ่มเปลี่ยนภาษา แถบเลื่อนด้านข้าง ฯลฯ เพื่อให้ทุกอย่างทำงานได้จริง  และเพื่อเก็บข้อมูลที่คุณใส่ลงไปในหน้า เราจำเป็นต้องใช้เทคโนโลยีเพื่อให้เว็บทำงานได้สมบูรณ์  เราจะต้องป้อนข้อมูลทั้งหมดลงสู่ระบบหลังบ้านหรือ backend&lt;/p&gt;

</description>
      <category>html</category>
    </item>
  </channel>
</rss>
