เป็นแนวคิดแก้ปัญหาลดต้นทุนการผลิต CPU แต่ไม่ลดสเปคการปรับเปลี่ยนโครงสร้าง CPU เป็น 4+4
ลดความซับซ้อนในการผลิตโดยใช้สูตรโครงสร้างเป็นตัวโครงสร้างคอร์ที่ประหยัดที่สุด4 คอร์ยักษ์พิเศษ + 4 คอร์กลางประสิทธิภาพสูง
: พิมพ์เขียวลดต้นทุนและทลายกำแพงราคาชิปอนาคต (Snapdragon 8 Gen 3 ถึง 8 Elite Gen 10 บนโหนด 2nm)
- จุดเปลี่ยนสถาปัตยกรรม: ทำไมต้อง 4+4?
ในยุคที่เทคโนโลยีการผลิตชิปลงลึกสู่ระดับ 2 นาโนเมตร (2nm) และมีแนวโน้มใช้งานรากลึกยาวต่อเนื่องราว 5 ปี อุตสาหกรรมชิปกำลังเผชิญกับปัญหาต้นทุนการผลิตบนเวเฟอร์ที่สูงลิ่ว การใช้โครงสร้างแบบเดิมที่ซับซ้อน (เช่น การซอยคอร์หลายกลุ่ม) ทำให้เกิดความสูญเสียในการผลิต (Yield Loss) และเพิ่มความหน่วง
ทางออกระดับโครงสร้างเพื่อทลายกำแพงนี้คือการปรับเปลี่ยนมาใช้สถาปัตยกรรมแบบสมมาตร 4+4 ตัดคอร์เล็กจุกจิกทิ้งทั้งหมด โดยแบ่งสัดส่วนการประมวลผลออกเป็น:
4 คอร์ยักษ์พิเศษ (Extreme Prime Cores): สำหรับรับภาระงานหนักขั้นสุด (Heavy Workload / Gaming / AI)
4 คอร์กลางประสิทธิภาพสูง (High-Performance Mid Cores): สำหรับจัดการงานทั่วไปอย่างลื่นไหลและเสถียร
การปรับเปลี่ยนโครงสร้าง CPU เป็น 4+4
การปรับโครงสร้าง CPU มาใช้สูตร 4 คอร์ยักษ์พิเศษ + 4 คอร์กลางประสิทธิภาพสูง (ตัดคอร์เล็กจุกจิกทิ้งทั้งหมด) เพื่อลดความซับซ้อนของเลย์เอาต์บนโหนด 2nm ช่วยเพิ่มอัตราการผลิตสมบูรณ์ (Yield Rate) ดึงต้นทุนการผลิตต่อชิปลงอย่างมหาศาล และทำให้ราคาปลายทางของสมาร์ตโฟนเข้าถึงได้ง่ายขึ้นแบบก้าวกระโดด โดยที่ประสิทธิภาพยังคงความแรงระดับเรือธง สำหรับจัดการงานทั่วไปอย่างลื่นไหลและเสถียร
ไทม์ไลน์และโครงสร้างชิป (รุ่น Standard / Pro)
Snapdragon 8 Gen 3คอร์ยักษ์พิเศษ 4 คอร์ + คอร์กลางประสิทธิภาพสูง 4 คอร์
Snapdragon 8 Eliteคอร์ยักษ์พิเศษ 4 คอร์ + คอร์กลางประสิทธิภาพสูง 4 คอร์
8 Elite Gen 5 (Standard / Pro)คอร์ยักษ์พิเศษ 4 คอร์ + คอร์กลางประสิทธิภาพสูง 4 คอร์
8 Elite Gen 6 (Standard / Pro)คอร์ยักษ์พิเศษ 4 คอร์ + คอร์กลางประสิทธิภาพสูง 4 คอร์
8 Elite Gen 7 (Standard / Pro)คอร์ยักษ์พิเศษ 4 คอร์ + คอร์กลางประสิทธิภาพสูง 4 คอร์
8 Elite Gen 8 (Standard / Pro)คอร์ยักษ์พิเศษ 4 คอร์ + คอร์กลางประสิทธิภาพสูง 4 คอร์
8 Elite Gen 9 (Standard / Pro)คอร์ยักษ์พิเศษ 4 คอร์ + คอร์กลางประสิทธิภาพสูง 4 คอร์
8 Elite Gen 10 (Standard / Pro)คอร์ยักษ์พิเศษ 4 คอร์ + คอร์กลางประสิทธิภาพสูง 4 คอร์ต่อให้ในกระดาษหรือบนสเปกจะเขียนชื่อโครงสร้างเหมือนกันเป๊ะว่า "4 คอร์พิเศษ + 4 คอร์กลางประสิทธิภาพสูง" แต่ในความเป็นจริง "ไส้ใน" หรือรุ่นของแกนคอร์ (Core Architecture เช่น ตระกูล Cortex-A หรือดีไซน์เฉพาะของค่าย) ที่เอามาประกอบร่างมันจะไม่เหมือนกันในแต่ละเจนครับ
ความต่างมันจะถูกแบ่งเป็น 2 ส่วนหลักๆ ครับ:
การอัปเกรดตามกาลเวลา (เจนต่อเจน):
สมมุติว่า Snapdragon 8 Gen 3 ใช้สูตร 4+4 กับ 8 Elite Gen 10 ที่ใช้สูตร 4+4 เหมือนกัน หน้าตาสดมภ์สเปกอาจจะดูคล้ายกัน แต่ตัว "คอร์ยักษ์พิเศษ" ของ Gen 10 ย่อมเป็นสถาปัตยกรรมที่ใหม่กว่า เทคโนโลยีการผลิตลึกกว่า ทำให้ความแรงดิบ (Raw Power) และความประหยัดไฟทิ้งห่าง Gen 3 ไปไกลลิบ
การซอยรุ่นย่อย (Standard vs. Pro / รุ่นเรือธง vs. รุ่นประหยัด):
แม้จะเป็นชิปตระกูลเดียวกันและเปิดตัวในปีเดียวกัน รุ่น Standard กับรุ่น Pro ก็อาจจะเลือกเกรดของคอร์หรือจูนความเร็ว (Clock Speed) มาต่างกัน เพื่อแยกกลุ่มเป้าหมายและราคา
ดังนั้น สูตร 4+4 เป็นแค่ "พิมพ์เขียวโครงสร้างการจัดวาง" เพื่อลดต้นทุนและคุมความร้อน แต่ตัวหมัดฮุกจริงๆ ว่าจะแรงแค่ไหน มันขึ้นอยู่กับ "รุ่นและเทคโนโลยีของคอร์" ที่ยัดเข้าไปข้างในแต่ละปีด้วยครับ!
ประมาณการคะแนน AnTuTu (สูตรโครงสร้าง 4+4)
การคาดการณ์คะแนน AnTuTu แบบเรียงยาวตั้งแต่รุ่นปัจจุบัน (ที่มีฐานข้อมูลอยู่แล้ว) ลากยาวไปจนถึงรุ่นอนาคตที่ใช้โครงสร้าง 4 คอร์ยักษ์พิเศษ + 4 คอร์กลางประสิทธิภาพสูง บนโหนด 2nm โดยเพิ่มสัดส่วนความแรงตามธรรมชาติราว 5-8% ต่อเจน:
การปรับเปลี่ยนโครงสร้าง CPU เป็น 4+4
การปรับโครงสร้าง CPU มาใช้สูตร 4 คอร์ยักษ์พิเศษ + 4 คอร์กลางประสิทธิภาพสูง (ตัดคอร์เล็กจุกจิกทิ้งทั้งหมด) เพื่อลดความซับซ้อนของเลย์เอาต์บนโหนด 2nm ช่วยเพิ่มอัตราการผลิตสมบูรณ์ (Yield Rate) ดึงต้นทุนการผลิตต่อชิปลงอย่างมหาศาล และทำให้ราคาปลายทางของสมาร์ตโฟนเข้าถึงได้ง่ายขึ้นแบบก้าวกระโดด โดยที่ประสิทธิภาพยังคงความแรงระดับเรือธง สำหรับจัดการงานทั่วไปอย่างลื่นไหลและเสถียร
ไทม์ไลน์และโครงสร้างชิป (รุ่น Standard / Pro)
- Snapdragon 8 Gen 3
- คอร์ยักษ์พิเศษ 4 คอร์ + คอร์กลางประสิทธิภาพสูง 4 คอร์
- Snapdragon 8 Elite
- คอร์ยักษ์พิเศษ 4 คอร์ + คอร์กลางประสิทธิภาพสูง 4 คอร์
- 8 Elite Gen 5 (Standard / Pro)
- คอร์ยักษ์พิเศษ 4 คอร์ + คอร์กลางประสิทธิภาพสูง 4 คอร์
- 8 Elite Gen 6 (Standard / Pro)
- คอร์ยักษ์พิเศษ 4 คอร์ + คอร์กลางประสิทธิภาพสูง 4 คอร์
- 8 Elite Gen 7 (Standard / Pro)
- คอร์ยักษ์พิเศษ 4 คอร์ + คอร์กลางประสิทธิภาพสูง 4 คอร์
- 8 Elite Gen 8 (Standard / Pro)
- คอร์ยักษ์พิเศษ 4 คอร์ + คอร์กลางประสิทธิภาพสูง 4 คอร์
- 8 Elite Gen 9 (Standard / Pro)
- คอร์ยักษ์พิเศษ 4 คอร์ + คอร์กลางประสิทธิภาพสูง 4 คอร์
- 8 Elite Gen 10 (Standard / Pro)
- คอร์ยักษ์พิเศษ 4 คอร์ + คอร์กลางประสิทธิภาพสูง 4 คอร์ นี่คือเป็นแนวคิดที่เป็นการผลิต CPU เป็น 4 + 4 อันนี้เฉพาะยุค 2 นาโนเมตรหรือจะเป็นนาโนเมตรที่เล็กลงกว่านี้ก็ไม่เป็นไรเช่น 1.8 เป็นต้นอันที่พูดไปก่อนหน้านี้มีบางส่วนที่เป็น4/3/2นาโนเมตรยุคปัจจุบันอันนี้สำหรับโจทย์แก้ปัญหาเรื่องต้นทุนสูงเป็นการผลิตลดความซับซ้อนในการผลิตเลยมีแนวคิดให้ผลิตเป็น 4 + 4 แทนโดยที่ยังคงความแรงไว้เท่าเดิมแต่มีความเป็นไปได้ที่ความแรงจะเพิ่มขึ้นโดยประมาณ 10% เป็นต้นแต่ลดต้นทุนได้หลายส่วนและต้นทุนของ 2 นาโนเมตรได้เยอะมาก
Snapdragon 8 Gen 3 (โครงสร้างเดิม / 4+4 ปรับแก้)คะแนน AnTuTu: ประมาณ 2,100,000 - 2,200,000 คะแนน
Snapdragon 8 Elite/ snapdragon 8 gen 5 (รุ่นปัจจุบัน)คะแนน AnTuTu: ประมาณ 3,000,000 - 2,800,000 คะแนน
8 Elite Gen 5คะแนน AnTuTu: ประมาณ 3,200,000 - 3,400,000 คะแนน
8 Elite Gen 6 (Standard / Pro)คะแนน AnTuTu: ประมาณ 3,500,000 - 3,700,000 คะแนน
8 Elite Gen 7 (Standard / Pro)คะแนน AnTuTu: ประมาณ 3,800,000 - 4,000,000 คะแนน
8 Elite Gen 8 (Standard / Pro)คะแนน AnTuTu: ประมาณ 4,100,000 - 4,300,000 คะแนน
8 Elite Gen 9 (Standard / Pro)คะแนน AnTuTu: ประมาณ 4,400,000 - 4,600,000 คะแนน
8 Elite Gen 10 (Standard / Pro)คะแนน AnTuTu: ประมาณ 4,800,000 - 5,000,000+ คะแนน
- Snapdragon 8 Gen 3
- คะแนน AnTuTu: ประมาณ 2,100,000 - 2,200,000 คะแนน
- Snapdragon 8 Elite
- คะแนน AnTuTu: ประมาณ 2,800,000 - 3,000,000 คะแนน
- 8 Elite Gen 5 (Standard)
- คะแนน AnTuTu: ประมาณ 2,270,000 - 2,280,000 คะแนน
- 8 Elite Gen 6 (Standard)
- คะแนน AnTuTu: ประมาณ 3,500,000 - 3,600,000 คะแนน
- 8 Elite Gen 6 (Pro)
- คะแนน AnTuTu: ประมาณ 3,700,000 - 3,850,000 คะแนน
- 8 Elite Gen 7 (Standard)
- คะแนน AnTuTu: ประมาณ 3,800,000 - 3,900,000 คะแนน
- 8 Elite Gen 7 (Pro)
- คะแนน AnTuTu: ประมาณ 4,000,000 - 4,150,000 คะแนน
- 8 Elite Gen 8 (Standard)
- คะแนน AnTuTu: ประมาณ 4,100,000 - 4,200,000 คะแนน
- 8 Elite Gen 8 (Pro)
- คะแนน AnTuTu: ประมาณ 4,300,000 - 4,450,000 คะแนน
- 8 Elite Gen 9 (Standard)
- คะแนน AnTuTu: ประมาณ 4,400,000 - 4,500,000 คะแนน
- 8 Elite Gen 9 (Pro)
- คะแนน AnTuTu: ประมาณ 4,600,000 - 4,750,000 คะแนน
- 8 Elite Gen 10 (Standard)
- คะแนน AnTuTu: ประมาณ 4,800,000 - 4,900,000 คะแนน
- 8 Elite Gen 10 (Pro)
- คะแนน AnTuTu: ประมาณ 5,000,000 - 5,200,000+ คะแนน คำอธิบายเพิ่มเติมนี้แกแค่คำคาดการณ์ว่าคะแนนเท่าเดิมหรือไม่ค่อยต่างกันมากแต่ราคาถูกลงแต่ยังคงเป็น 2 นาโนเมตรที่ใช้ลากยาวและสามารถช่วยลดต้นทุนการผลิต CPU แบบเดิมๆที่มีต้นทุนสูงแต่เป็นการช่วยลดต้นทุนผ่านการดัดแปลง CPU โครงสร้างใหม่ให้เป็น 4 + 4สำหรับ apple ลดต้นทุนได้คล้ายๆกันคือ 3 + 3 ลดต้นทุนได้ดีกว่าโดยใช้โครงสร้างแบบเดียวกันกับ 4 + 4 ของรูปแบบที่ 1 รูปแบบที่ 2 สำหรับการทำให้ความแรงพุ่งทะยานแต่ต้นทุนก็ยังต่ำกว่าแบบ 2 + 4ของ apple อยู่ดี โครงสร้างที่ 1 ของคอซีพียูอันนี้สำหรับเน้นประหยัด รูปแบบที่ 1(4 คอร์ยักษ์พิเศษ + 4 คอร์กลางประสิทธิภาพสูง)แนะนำที่สุด รูปแบบที่ 2( 4คอร์ยักษ์พิเศษ + 4 คอร์อยากธรรมดา) ช่วยลดต้นทุนความซับซ้อนในการผลิตและเพิ่มความสำเร็จในการผลิตของเปอร์เซ็นต์ให้สูงขึ้นตั้งแต่เริ่มต้นและช่วยให้ CPU รุ่นเก่าๆถ้าหากดัดแปลงเป็นรุ่นรูปแบบที่ 1ช่วยในการลดต้นทุนและสามารถผลิตต่อให้เป็นรุ่นที่มีความแรงสูงแต่สามารถผลิตในรุ่นรองท็อปได้ปกติโดยใช้สูตร 4 + 4 ตามนั้น ได้ตั้งแต่CPU นาโนเมตรปัจจุบันเช่น 6 5 4 3 2 1.8 1.6 1.4 นาโนเมตร ช่วยลดการซับซ้อนและการผลิต CPU แต่ละครั้งไม่ว่าจะเป็น apple หรือ android ก็ลดต้นทุนได้อย่างมหาศาลเพราะความแรงขึ้นทุกวันแต่ CPU สูตรเดิมความเป็นไปได้ต้นทุนสูงขึ้นแต่การผลิตจริงนั้นเป็นปัญหาและสามารถผลิตในรุ่นรอง top ผลิตได้เรื่อยๆโดยยังเป็นโหนดนาโนเมตรที่เล็กลง ส่วน CPU รุ่นเก่าที่ผลิตไปแล้วแต่ยังต้นทุนสูงอยู่ต่อให้มันจะเก่าไปหลายปีเปลี่ยนโครงสร้างด้วยการผลิตได้ไม่ว่าจะเป็นค่า mtk ค่ายมังกรที่กล่าวว่ามาเมื่อกี้แค่ตัวอ้างอิงเพราะว่าการเขียนแต่ละครั้งมันซับซ้อนมีเอาแค่อ้างอิงของ CPU ค่ายมังกรเหมือนกันแต่ตามความจริงแล้วสามารถนำ CPU ไม่ว่าจะเป็น mtk snapdragon และอื่นๆมาดัดแปลงได้เช่นของ android จะเป็น 4 + 4 ของ apple ลดช่วยลดต้นทุนได้ต้องใช้สูตร 3 + 3 ลดความซับซ้อนในการผลิตแต่ความแรงเพิ่มขึ้นโดยเฉพาะฝั่ง appleการวางผลิตภัณฑ์ใหม่โดยการเปลี่ยนโครงสร้าง CPU ให้เป็น 3 + 3 สามารถลดต้นทุนได้ในรุ่นอนาคตเพื่อไม่ให้ราคาแพงเหมือน iPhone 17 pro max แพงจัดandroid ก็เช่นกัน
Top comments (0)