DEV Community

M-tre Max
M-tre Max

Posted on

เป็นคำอธิบายเผื่อมีอะไรดีขึ้นมาบ้างในเทคโนโลยี

สูตร CPU ที่มีความเข้ากันได้ของ hz หน้าจอของความสามารถสูงสุดมีความเข้ากันได้คือ CPU ที่เป็นสูตร 4 + 4 ที่มีแต่คอประสิทธิภาพสูงเช่นจอที่มี hz สูงๆอย่าง 120 144 165 185 200-240 หากจะให้ CPU สามารถ run frame rate หรือhzหน้าจอได้ในหน้างานจริงCPU มันทำได้มีแค่ 4 + 4 แต่ต้องมีเงื่อนไขคือต้องมีพลังดิบมากพอเท่านั้นส่วนใหญ่ CPU ที่ราคาจับต้องได้แต่ก็ยังถือว่าแพงอยู่อย่าง 3 นาโนเมตรที่มีความแรงเริ่มต้นเช่น snapdragon 8 elite กับ mtk 9500 s 2 ตัวนี้ 2 ค่ายนี้ดัดแปลงให้เป็น 4 + 4 คอประสิทธิภาพทั้งหมด เช่นจอวิ่งอยู่ที่ 165 กับ 185 hz เอา CPU 2 ตัวนี้มาดัดแปลงให้เป็น 4 + 4 เวลา optimize อะไรให้มันก็จะวิ่งเต็มกำลังได้โดยที่ต้องขึ้นอยู่ว่า app นั้นมีขีดจำกัดสูงสุดอยู่ที่เท่าไหร่เช่นถ้าตัวเกมปลดล็อคให้วิ่งอยู่ที่ 165 ถึง 185 ได้มันก็จะวิ่งได้แต่ต้องมีซอฟต์แวร์ที่ควบคุมพวกนี้อยู่ให้อยู่หมัดไม่อย่างนั้นความร้อนเกิดขึ้นอย่างแน่นอนถ้า 2 ตัวนี้ให้ดีมาดัดแปลงแล้วมาใส่ในรุ่นท็อปเทีย 3 ในช่วงถ้าผลิตจะดีมากเลยแล้วเอาหน่วยความจำที่เป็นความเร็วสูงต้องรอช่วงหน่วยความจำราคาถูกลงเทียบเท่ากับปัจจุบันก่อนที่มีแรงดิบต่ำกว่ายาง 4.0 กับ 5 x แค่พูดสั้นๆเพื่อไม่ให้พูดยาวให้ราคาเท่ากันกับ 2 ตัวนี้ก่อนจึงจะนำมาใส่ได้จริงๆจะใส่ 2 ตัวเมื่อกี้ก็ได้แต่ว่าไม่ค่อยเหมาะเท่าไหร่แต่ถ้าใส่หน่วยความจำที่มีความเร็ว 5.0 กับ 6x หรือ 6 ธรรมดา ก็จะมีความแรงดิบประมวลผลส่วนของ rom กับ ram มากพอที่จะวิ่งได้สบายๆโดยที่ไม่มีอาการคอขวดแถมซอฟต์แวร์ดังต่อไปนี้ที่เป็นอ้างอิงโค้ดดิบสำหรับความเป็นไปได้ที่จะคุม CPU ที่มีแรงดิบสูงๆเช่น 4 + 4 /2 + 6/ หรือสูตรอื่นๆทำไมถึงแนะนำแต่ 4 + 4 เพราะว่า 4 + 4 มีพลังดิบมากพอที่จะถ้า optimize มาตั้งแต่แรกหน้าจอวิ่งได้แค่ไหนเฟรมเรตก็จะวิ่งได้แค่นั้นเท่ากับขีดจำกัดสูงสุดของเกมที่อัพเดทมาให้เช่นไม่สามารถวิ่งได้ถึง 185 165 144 ส่วนใหญ่จะวิ่งได้อยู่ที่ 120 ในปัจจุบันถ้าขีดจำกัดโดนปลดล็อคเพิ่มก็จะวิ่งได้เพิ่มตามขีดจำกัดเพราะว่า CPU 4 + 4 + ด้วย software ที่ชื่อว่า 31 level หรือชื่อคล้ายๆกันเนี่ยมันสามารถคุม CPU 4+4 แล้วทำให้เฟรมเรทนิ่งที่สุดในบรรดา CPU สูตรอื่นในเรื่อง frame rate การทัชหน้าจอ สูตรนี้มีการจัดสรรพลังงานที่ค่อนข้างที่ดีมากมันคุ้ม CPU ได้หลายแขนงแต่ CPU ที่ดีที่สุดสำหรับซอฟต์แวร์อ้างอิงตัวนี้ที่มีความเป็นไปได้ในทางทฤษฎีเนี่ย ตัวที่เข้ากันได้มากที่สุดอันดับ 1 คือ 4 + 4 อันดับ 2 2 + 6 อันดับ 3 2 + 3 + 3 และอันดับต่อๆไปมันเท่าที่นึกไม่ค่อยออกหรอกแต่ว่ามันคุม CPU ตัวที่ดีที่สุดเนี่ยควรจะเป็นตัวเน้นคอประสิทธิภาพเป็นหลักเอาง่ายๆสูตรนี้จูนครั้งเดียวจบลื่นตั้งแต่ application จนถึงเกมที่มีสเปคเบาจนถึงหนักตามพลังดิบของ CPUเพราะปกติการออฟฟิศไมค์แบบปกติเนี่ยไม่สามารถเล่นเกมสเปคต่ำๆได้แม้แต่สเปคมือถือสูงก็ตามทำให้มีอาการกระตุกหลายๆอย่างที่กระตุกส่วนใหญ่จะไป optimize ให้กับเกมที่กินสเปคสูงมากกว่าแล้วก็ลื่นแต่ก็ลื่นไม่สมบูรณ์แต่สูตรนี้ถ้าจูนครั้งเดียวจบลื่นตั้งแต่แอปและเกมเพราะว่ามันคือระบบตามหน้าที่ของแต่ละตัวแต่ละโมเดล จูนครั้งเดียวจบตั้งแต่ app จนถึงเกมที่เล่นตามโหลดงานลักษณะการทำงานเหมือน iPhone แต่ code สั้นกว่าเป็นแสนเท่ามากสุดแสนเท่าอย่างน้อย 10,000 เท่าไม่ได้สั้นกว่า 2 เท่าแน่นอนสามารถจูนได้ทุกระบบตั้งแต่ PC android Apple คอนโซล xbox เอาง่ายๆสามารถจูนได้จนไปถึงตัวที่ประมวลผลภาพกราฟิก Fps ไปพร้อมๆกันserver ของ super computer ก็จูนได้เหมือนกันมีหลายอย่างที่จูนได้เพราะว่ามันเป็นภาษากลางที่เน้นบีบศักยภาพแต่ไม่ได้เพิ่มพลังดิบแต่เป็นการรีดศักยภาพที่แท้จริงออกมาโดยที่เครื่องร้อนเฉพาะใช้งานจริงในความร้อนจริงเท่านั้นหมายถึงใช้งานหนักแต่ถ้าใช้งานเบามันก็จะร้อนน้อยตามโหลด level ของมันถามว่าทำไมถึงไม่ระบุแบบอื่นแต่ระบุเป็น level น่าจะไม่ให้ npu ไปประมวลผลตัวหน่วยตามหลังแต่ให้ประมวลผลและเลือกเลเวลตามโหลดงานเพื่อไม่ต้องให้คิดเยอะเพื่อความเร็วในการเลือกงานมันจัดสรรให้ไวขึ้นความร้อนจะน้อยลงตามลักษณะการใช้งานถ้าใช้งานหนักก็ร้อนมากถ้าใช้งานน้อยก็ร้อนน้อยแถมประหยัดพลังงานมากก็เหมือนที่บอกไปว่าทำไม CPU 4 + 4 ถึงแนะนำมากที่สุดเพราะว่าตัวนี้ควบคุม CPU ที่มีพลังดิบสูงๆได้สามารถเอา CPU เดิมที่มีแล้วมันดัดแปลงให้เป็น 4 + 4 ทั้งหมดแบบเดิมถ้าเอาสูตรนี้ไป optimize ให้กับมือถือที่ใช้ CPU ที่ใช้สูตรนั้นเช่น 1 + 3 + 4 เกิดความร้อนและคะแนนเต็ม 100 เหลือแค่ 80 กว่าๆอย่างแน่นอนแต่ถ้าผลิตเป็น 4 + 4 ข้อดีคือพลังดิบสูงขึ้นแต่ถ้าลงได้สูตรนี้จูนครั้งเดียวจบมันจะทำให้การใช้พลังงานถึงแม้จะมีพลังดิบที่สูงแต่การใช้งานตามภาระงานก็จะใช้ไฟที่น้อยกว่าเพราะถ้าเป็น 2 + 6 หรือ 2 + 3 + 3/ 2 + 6 มีข้อดีคือประหยัดเบ็ดขั้นสุดแต่ไม่ค่อยดีเท่าไหร่ในเรื่องพลังดิบความสมดุลเรื่องพลังดิบเลยไม่ค่อยสูงยังไม่ค่อยดีเลยยังไม่แนะนำส่วน 2+3+3อันนี้ยิ่งแล้วใหญ่เหมือนจะดีแต่ว่ามีปัญหาเรื่องความยาวในการโอนย้ายงานทำให้เสียพลังงานและความร้อนเพิ่มขึ้นแต่ถ้าเป็น 4 + 4 อันนี้ต่างคุมอุณหภูมิได้นิ่งมากเพราะถ้าผลิตเป็น 4 + 4 ที่มีแต่คอประสิทธิภาพสูงทั้งหมดอย่างเช่นสมมุติว่ารุ่นท็อปเทีย 3 ไม่แน่ใจว่ามันจะเกิดขึ้นไหมสมมุติว่าเขาผลิตเป็นรุ่นท็อปเทีย 3 ที่เป็นแนวคิดการผลิตใช้ CPU ชื่อเดิมแต่ดัดแปลงใหม่อยากให้ดัดแปลงใหม่เพื่อให้เข้ากันกับ hz ของหน้าจอเช่นท็อปเทีย 3 ใช้ hz ของหน้าจออยู่ที่ 165 ถึง 185 hz CPU ที่เป็น 4+4 สามารถทำให้ render frame rate ได้ 165 ถึง 185 fps ได้สบายๆโดยที่คะแนนสูงกว่าปัจจุบันอย่างแน่นอนความร้อนก็จะร้อนตามความเหมาะสมจากงานที่ใช้พอมี CPU แค่ 4 + 4 เท่านั้นที่สามารถทำให้รันเฟรมเรตที่สูงๆได้สบายๆแล้วถ้าถามว่าจะให้ผลิตในรุ่นท็อปเทีย 3 รุ่นไหนเป็นการเน้นเข้าถึงกลุ่มเกมเมอร์เน้นผลิต CPU ตัวเดียวแค่อัพเกรดให้เป็น 4 + 4 CPU ทั้ง 2 ค่ายเพื่อมาแข่งกันด้วยการจูนด้วยภาษากลางที่จูนครั้งเดียวแล้วลื่นว่าใครจะชนะ CPU ที่แนะนำก็คือ snapdragon 8ELITE /MTK 9500Sตัวหนึ่งเป็นรุ่นโปรตัวหนึ่งเป็นรุ่นธรรมดาในความเห็นส่วนตัวรุ่นธรรมดามีความสมดุลรอบด้านต่อให้เป็น 4 + 4 ก็ตาม mtk 9500 S ข้อดีคือจัดสรรพลังงานได้ดีมากมีความสมดุลถ้าจูนด้วยตัวจนครั้งเดียวจบไปแล้ว CPU mtk ได้เปรียบเรื่องการเล่นได้อย่างต่อเนื่องเกมแอปและความร้อนคลุมได้ดีมากถึงแนะนำให้ผลิตเป็น 4 + 4 ไม่ต้องห่วงเรื่องความร้อนที่จะเกิดขึ้นแล้ว

สูตรภาษากลางสากล จูนครั้งเดียวจบ: [ 31 Level System Configuration ]

จูนครั้งเดียวจบลื่นตั้งแต่ app เบาหรือหนักและเกมไม่ว่าจะหรือหนักก็จบในงานเดียวได้

SYSTEM CORE OBJECTIVES & DISPLAY EXTENSION

Display_Core_Policy:
Global_Target: [DISPLAY_1X%]
Safety_Envelope: "1% - 100% Autonomous Bounded Safety"
Optimization_Goals: ["Stable Frame Rate", "Stable Touch Response", "Zero Forced Throttling"]

--- จูนชั้นเดียว: ระบบหน้าจอตามปกติ (Single-Tier Display Control) ---

Panel_Architecture_Mapping:
Type_A_Fixed_Refresh:
Hardware_Targets: [AMOLED, OLED, IPS_LCD]
Execution_Steps: [30Hz, 60Hz, 90Hz, 120Hz, 144Hz, 165Hz]
Tuning_Delta: [-xx%, +xx%]
Type_B_Adaptive_Refresh:
Hardware_Targets: [LTPO, LTPS]
Execution_Steps: "1Hz - 165Hz Variable Dynamic"
Tuning_Delta: [-xx%, +xx%]

Display_Parameter_Vectors:
# แก้ไขเพิ่มพิกัดค่าความแปรผันเปอร์เซ็นต์ภาษาอังกฤษกำกับเรียบร้อยแล้ว
Refresh_Rate: "Image Smoothness Optimization | Delta: (Decrease: -xx%, Increase: +xx%)"
Touch_Sampling_Rate: "Input Latency Reduction | Delta: (Decrease: -xx%, Increase: +xx%)"
Render_Resolution: "Resolution Scaling Delta: -xx% / +xx%"
Display_Density: "DPI/PPI Scaling Delta: -xx% / +xx%"
Brightness_Control: "Dynamic Power Allocation"
Color_Profile: "Gamma and Mode Stability"

==========================================

HARDWARE COMPUTE & DATA FLOW COEFFICIENTS

Core_Execution_Layer:
Matrix_Group: [CPU, GPU, RAM, ROM, NPU]
Scaling_Logic: [
1.0X, 1.1X, 1.2X, 1.3X, 1.4X, 1.5X, 1.6X, 1.7X, 1.8X, 1.9X, # ช่วงกลุ่ม X1 (Level 1 - 10)
2.0X, 2.1X, 2.2X, 2.3X, 2.4X, 2.5X, 2.6X, 2.7X, 2.8X, 2.9X, # ช่วงกลุ่ม X2 (Level 11 - 20)
3.0X, 3.1X, 3.2X, 3.3X, 3.4X, 3.5X, 3.6X, 3.7X, 3.8X, 3.9X, # ช่วงกลุ่ม X3 (Level 21 - 30)
4.0X # ระดับสูงสุด Ultimate Burst (Level 31)
]
Global_Delta: [Decrease: -xx%, Increase: +xxx%]

====================================================

แผนผังการจูนแยกประเภทชั้นฮาร์ดแวร์ (Tuning Layer Architecture)

====================================================

[ประเภทที่ 1: กลุ่มฮาร์ดแวร์จูนชั้นเดียวแบบปกติ - Single-Tier Tuning]

Component_Directives_Normal:
CPU: "Task Allocation and Core Governor Adaptation (ชั้นเดียวตามปกติ)"
GPU: "Frame Rendering and Graphics Pipeline Acceleration (ชั้นเดียวตามปกติ)"
NPU: "Direct Deterministic Thread Allocation (ชั้นเดียวตามปกติ)"

[ประเภทที่ 2: กลุ่มฮาร์ดแวร์พิเศษ จูนแบบ 2 ชั้น - Two-Tier Tuning]

Component_Directives_Advanced:
# --- RAM/ROM จูนชั้นที่ 1: ปรับแต่งค่าพื้นฐานตามปกติเหมือน CPU/GPU/NPU ---
Tier_1_Baseline_Tuning:
ROM: "Maximize Storage Bandwidth and Reduce Loading Latency"
RAM: "Maximize Memory Bandwidth Adaptation"

# --- RAM/ROM จูนชั้นที่ 2: สเกลความเร็วการอ่าน/เขียนแปรผันตรงตามระดับพลังงาน 31 เลเวล ---
Tier_2_Throughput_Scaling:
ROM_Read_Write: "Dynamic Block Queue & UFS Write Booster Multiplier"
RAM_Read_Write: "Dynamic Memory Bus Clock & Cache Write-Back Acceleration"

==========================================

DETERMINISTIC NPU POLICY & THREAD BYPASS

NPU_Deterministic_Controller:
Profile: [NPU_Non-Predictive_1-100%_Safety]
Execution_Mode: "Direct Deterministic Execution"
Anti_Heuristic_Lock: true # Strictly No Predictive Estimation / No Guessing
Bypass_Overhead: "Direct Data Flow Path (No OS Overlord Inspection Checkpoints)"
Hardware_Safety_Breaker: "Autonomous Hardware-Level Thermal Breaker Only"

==========================================

DYNAMIC EXECUTION CORE & FEEDBACK LOOP

Execution_Logic_Flow:
Step_01_Input_Ingestion: "Capture Real-Time Input Workload and Touch Vector"
Step_02_Telemetry_Analysis: "Analyze CPU/GPU/RAM/ROM Load Metrics Instantly"
Step_03_Dynamic_Selection: "Select Workload Level Across 31-Step Matrix"
Step_04_Resource_Allocation: "Allocate Resource Ratios via Target Profile (Trigger Tier-2 RAM/ROM Scaling)"
Step_05_Thermal_Telemetry: "Continuous Monitor Temperature at Hardware Sensor"
Step_06_Closed_Loop_Mitigation: "Adjust Level Dynamically to Maintain 50°C Ceiling (Pre-Thermal Buffer at Level 29-30)"

==========================================

WORKLOAD MATRIX & SUDDEN LOADING RATIOS (เวอร์ชัน 31 เลเวล )

Workload_Dynamic_Scaling:
Control_Mode: "Adaptive Dynamic Scaling"
Workload_Levels: [
Level_1, Level_2, Level_3, Level_4, Level_5, Level_6, Level_7, Level_8, Level_9, Level_10,
Level_11, Level_12, Level_13, Level_14, Level_15, Level_16, Level_17, Level_18, Level_19, Level_20,
Level_21, Level_22, Level_23, Level_24, Level_25, Level_26, Level_27, Level_28, Level_29, Level_30,
Level_31
]
Resource_Ratio_Profiles:
# [Display : CPU : GPU : NPU : RAM/ROM Tier-2 Read/Write Speed]

# --- กลุ่มพลังงานปกติ X1 ---
Level_1:  [1.0 : 1.0 : 1.0 : 1.0 : 1.0] 
Level_2:  [1.0 : 1.1 : 1.1 : 1.1 : 1.1] 
Level_3:  [1.0 : 1.2 : 1.2 : 1.2 : 1.2] 
Level_4:  [1.0 : 1.3 : 1.3 : 1.3 : 1.3] 
Level_5:  [1.0 : 1.4 : 1.4 : 1.4 : 1.4] 
Level_6:  [1.0 : 1.5 : 1.5 : 1.5 : 1.5] 
Level_7:  [1.0 : 1.6 : 1.6 : 1.6 : 1.6] 
Level_8:  [1.0 : 1.7 : 1.7 : 1.7 : 1.7] 
Level_9:  [1.0 : 1.8 : 1.8 : 1.8 : 1.8] 
Level_10: [1.0 : 1.9 : 1.9 : 1.9 : 1.9] 

# --- กลุ่มพลังงานระดับสูง X2 ---
Level_11: [1.0 : 2.0 : 2.0 : 2.0 : 2.0] 
Level_12: [1.0 : 2.1 : 2.1 : 2.1 : 2.1] 
Level_13: [1.0 : 2.2 : 2.2 : 2.2 : 2.2] 
Level_14: [1.0 : 2.3 : 2.3 : 2.3 : 2.3] 
Level_15: [1.0 : 2.4 : 2.4 : 2.4 : 2.4] 
Level_16: [1.0 : 2.5 : 2.5 : 2.5 : 2.5] 
Level_17: [1.0 : 2.6 : 2.6 : 2.6 : 2.6] 
Level_18: [1.0 : 2.7 : 2.7 : 2.7 : 2.7] 
Level_19: [1.0 : 2.8 : 2.8 : 2.8 : 2.8] 
Level_20: [1.0 : 2.9 : 2.9 : 2.9 : 2.9]    

# --- กลุ่มพลังงานขั้นสุด X3 ---
Level_21: [1.0 : 3.0 : 3.0 : 3.0 : 3.0] 
Level_22: [1.0 : 3.1 : 3.1 : 3.1 : 3.1] 
Level_23: [1.0 : 3.2 : 3.2 : 3.2 : 3.2] 
Level_24: [1.0 : 3.3 : 3.3 : 3.3 : 3.3] 
Level_25: [1.0 : 3.4 : 3.4 : 3.4 : 3.4] 
Level_26: [1.0 : 3.5 : 3.5 : 3.5 : 3.5] 
Level_27: [1.0 : 3.6 : 3.6 : 3.6 : 3.6] 
Level_28: [1.0 : 3.7 : 3.7 : 3.7 : 3.7] 
Level_29: [1.0 : 3.8 : 3.8 : 3.8 : 3.8] 
Level_30: [1.0 : 3.9 : 3.9 : 3.9 : 3.9] 

# --- ปลดล็อกขีดสุด Ultimate Burst Flow ---
Level_31: [1.0 : 4.0 : 4.0 : 4.0 : 4.0] 
Enter fullscreen mode Exit fullscreen mode

Top comments (0)