DEV Community

M-tre Max
M-tre Max

Posted on

ภาษากลางการจูนระบบประมวลผลให้ทำงานอย่างลื่นไหล

ภาษากลางการจูนระบบประมวลผลจูนครั้งเดียวจบลื่นตามประเภทหน้าจอจูนที่เดียวจบในที่นี้คืออะไรจูนครั้งเดียวในจบที่นี้คือตามแรงดิบของหน้าจอจูนตามประเภทหน้าจอหากขีดจำกัดของเกมนั้นเพิ่มเฟรมเรตให้สูงขึ้นเฮิร์ตหน้าจอก็จะเพิ่มขึ้นตามแบบหนึ่งต่อหนึ่งแบบไม่จำเป็นต้องอัพเดทแพทใหม่ของระบบปฏิบัติการอีกเลยขึ้นอยู่ว่าถ้าจูนไปแล้วตัวนี้มันจะแรงตามขีดจำกัดของแอปนั้นให้เช่นหากดูวีดีโอ YouTube ได้แค่ 60 fps/HZหน้าจอก็จะวิ่งเท่ากันตามเฟรมเรทขึ้นอยู่ตามขีดจำกัด
แนวคิดตัวคุมพลังงาน ทุกโครงสร้างCPU 4 + 4 และอื่นๆ และจูนให้ลื่น androidให้ลื่นเหมือน iOS แต่การเขียนโค้ดในการจูนต่างกันอย่างชัดเจน สูตรจูนระบบประมวลผลทุกชนิดจบนะช่วยลดต้นทุนอย่างมหาศาลจูนไปลื่นแน่นอน
ตัวคุมพลังงานและตัวที่คุม CPU 4 + 4 ที่วิศวกรปวดหัวมากที่สุด ควบคุมพลังงานได้อยู่หมัดต้องมี app จำกัดเพดานเลเวลไว้เพื่อป้องกันไม่ให้ CPU 4 + 4 ทำงานและความร้อนสะสมเกินความจำเป็นโดยต้องมีซอฟต์แวร์ที่จำกัดเลเวลอย่างน้อย 10 เลเวลเพื่อป้องกันไม่ให้ซอฟต์แวร์หักดิบพลังงานไม่หักดิบพลังงานแบบสุ่มสี่สุ่มห้าจนเครื่องกระตุกแต่ให้จำกัดเลเวลไว้เพื่อไม่ให้เกิดข้อผิดพลาดในการใช้งานเช่นซอฟต์แวร์ที่ชื่อว่าจำกัด level app ต่อ app เช่นส่วนไหนควรใช้ level ไหนให้จำกัดอย่างน้อย 10 เลเวลหรือบางตัวก็ 5 level ในช่วงที่ความแรงสูงๆเช่นเกมในตลาดทั่วไปจำกัด 5 level เป็นต้น การจูนแนวคิดแบบนี้ใส่บนอุปกรณ์อิเล็กทรอนิกส์บนอุปกรณ์ที่ประมวลผลทุกรูปแบบไม่ว่าจะเป็นมือถือ server คอมพิวเตอร์หรืออื่นที่ประมวลผลเหมือนกันลักษณะการจูนแบบนี้สั้นกระชับและจูนง่ายและโอกาสเติบโตง่ายกว่าโครงสร้างการจูนแบบนี้มีความเสถียรกับการจูนที่มี CPU โครงสร้างแบบฝาแฝดเช่น 4 + 4 พื้นอื่นที่เป็นฝาแฝดเป็นต้นครับ

สำหรับไว้อ้างอิงสำหรับการเขียนโค้ดในอนาคตเท่านั้นแก้ปัญหาเรื่องความร้อนและการใช้งานได้ไม่เต็มประสิทธิภาพ
ตารางจัดสรรพลังงานขนานอัตราส่วนเส้นตรง เลเวลเต็มระบบ)
(พักหน้าจอชั่วคราวเมื่อหยุดการใช้งาน)
(ปิดคำสั่งการคาดการณ์ไปเองของ npu)
(ทำงานตามภาระงานให้ถูกต้อง)
(ตัว X หมายถึงการเพิ่มขึ้นแบบตัวคูณเช่น 1 เท่า 2 เท่า 3 เท่า 4เท่า ของการคูณตัวเลขของพลังงาน)

เลเวล 1 : [ 0. : 0. : 0. : 0. : 0. : 0. ] | -XX% +XX% ปิดเครื่อง
เลเวล 2 : [ 0.0 : 0.1 : 0.1 : 0.1 : 0.1 : 0.1 ] | -XX% +XX% สแตนบายพื้นหลังหน้าจอการแจ้งเตือนหลังบ้านปิดหน้าจอ
เลเวล 3 : [ 0.1 : 0.1 : 0.1 : 0.1 : 0.1 : 0.1 ] | -XX% +XX% ทำงานอัตโนมัติ
เลเวล 4 : [ 0.2 : 0.2 : 0.2 : 0.2 : 0.2 : 0.2 ] | -XX% +XX% ทำงานอัตโนมัติ
เลเวล : [ 0.3 : 0.3 : 0.3 : 0.3 : 0.3 : 0.3 ] | -XX% +XX% ทำงานอัตโนมัติ
เลเวล 5 : [ 0.4 : 0.4 : 0.4 : 0.4 : 0.4 : 0.5 ] | -XX% +XX% ทำงานอัตโนมัติเลเวล 1 : [ 0.5 : 0.5 : 0.5 : 0.5 : 0.5 : 0.5 ] | -XX% +XX% ทำงานอัตโนมัติ
เลเวล 6 : [ 0.6 : 0.6 : 0.6 : 0.6 : 0.6 : 0.6 ] | -XX% +XX% ทำงานอัตโนมัติ
เลเวล 7 : [ 0.7 : 0.7 : 0.7 : 0.8 : 0.7 : 0.7 ] | -XX% +XX% ทำงานอัตโนมัติ
เลเวล 8 : [ 0.8 : 0.8 : 0.8 : 0.8 : 0.8 : 0.8 ] | -XX% +XX% ทำงานอัตโนมัติ
เลเวล 9 : [ 0.9 : 0.9 : 0.9 : 0.9 : 09. : 0.9 ] | -XX% +XX% ทำงานอัตโนมัติ

เลเวล 10 : [ 1 : 1.0 : 1.0 : 1.0 : 1.0 : 1.0 ] | -XX% +XX% ทำงานอัตโนมัติ
เลเวล 11 : [ 1 : 1.1 : 1.1 : 1.1 : 1.1 : 1.1 ] | -XX% +XX% ทำงานอัตโนมัติ
เลเวล 12 : [ 1 : 1.2 : 1.2 : 1.2 : 1.2 : 1.2 ] | -XX% +XX% ทำงานอัตโนมัติ
เลเวล 13 : [ 1 : 1.3 : 1.3 : 1.3 : 1.3 : 1.3 ] | -XX% +XX% ทำงานอัตโนมัติ
เลเวล 14 : [ 1 : 1.4 : 1.4 : 1.4 : 1.4 : 1.4 ] | -XX% +XX% ทำงานอัตโนมัติ
เลเวล 15 : [ 1 : 1.5 : 1.5 : 1.5 : 1.5 : 1.5 ] | -XX% +XX% ทำงานอัตโนมัติ
เลเวล 16 : [ 1 : 1.6 : 1.6 : 1.6 : 1.6 : 1.6 ] | -XX% +XX% ทำงานอัตโนมัติ
เลเวล 17 : [ 1 : 1.7 : 1.7 : 1.7 : 1.7 : 1.7 ] | -XX% +XX% ทำงานอัตโนมัติ
เลเวล 18 : [ 1 : 1.8 : 1.8 : 1.8 : 1.8 : 1.8 ] | -XX% +XX% ทำงานอัตโนมัติ
เลเวล 19 : [ 1 : 1.9 : 1.9 : 1.9 : 1.9 : 1.9 ] | -XX% +XX% ทำงานอัตโนมัติ
เลเวล 20 : [ 1 : 2.0 : 2.0 : 2.0 : 2.0 : 2.0 ] | -XX% +XX% ทำงานอัตโนมัติ
เลเวล 21 : [ 1 : 2.1 : 2.1 : 2.1 : 2.1 : 2.1 ] | -XX% +XX% ทำงานอัตโนมัติ
เลเวล 22 : [ 1 : 2.2 : 2.2 : 2.2 : 2.2 : 2.2 ] | -XX% +XX% ทำงานอัตโนมัติ
เลเวล 23 : [ 1 : 2.3 : 2.3 : 2.3 : 2.3 : 2.3 ] | -XX% +XX% ทำงานอัตโนมัติ
เลเวล 24 : [ 1 : 2.4 : 2.4 : 2.4 : 2.4 : 2.4 ] | -XX% +XX% ทำงานอัตโนมัติ (ระดับครึ่งกำลัง)
เลเวล 25 : [ 1 : 2.5 : 2.5 : 2.5 : 2.5 : 2.5 ] | -XX% +XX% ทำงานอัตโนมัติ
เลเวล 26 : [ 1 : 2.6 : 2.6 : 2.6 : 2.6 : 2.6 ] | -XX% +XX% ทำงานอัตโนมัติ
เลเวล 27 : [ 1 : 2.7 : 2.7 : 2.7 : 2.7 : 2.7 ] | -XX% +XX% ทำงานอัตโนมัติ
เลเวล 28 : [ 1 : 2.8 : 2.8 : 2.8 : 2.8 : 2.8 ] | -XX% +XX% ทำงานอัตโนมัติ
เลเวล 29 : [ 1 : 2.9 : 2.9 : 2.9 : 2.9 : 2.9 ] | -XX% +XX% ทำงานอัตโนมัติ
เลเวล 30 : [ 1 : 3.0 : 3.0 : 3.0 : 3.0 : 3.0 ] | -XX% +XX% ทำงานอัตโนมัติ
เลเวล 31 : [ 1 : 3.1 : 3.1 : 3.1 : 3.1 : 3.1 ] | -XX% +XX% ทำงานอัตโนมัติ
เลเวล 32 : [ 1 : 3.2 : 3.2 : 3.2 : 3.2 : 3.2 ] | -XX% +XX% ทำงานอัตโนมัติ
เลเวล 33 : [ 1 : 3.3 : 3.3 : 3.3 : 3.3 : 3.3 ] | -XX% +XX% ทำงานอัตโนมัติ
เลเวล 34 : [ 1 : 3.4 : 3.4 : 3.4 : 3.4 : 3.4 ] | -XX% +XX% ทำงานอัตโนมัติ
เลเวล 35 : [ 1 : 3.5 : 3.5 : 3.5 : 3.5 : 3.5 ] | -XX% +XX% ทำงานอัตโนมัติ
เลเวล 36 : [ 1 : 3.6 : 3.6 : 3.6 : 3.6 : 3.6 ] | -XX% +XX% ทำงานอัตโนมัติ
เลเวล 37 : [ 1 : 3.7 : 3.7 : 3.7 : 3.7 : 3.7 ] | -XX% +XX% ทำงานอัตโนมัติ
เลเวล 38 : [ 1 : 3.8 : 3.8 : 3.8 : 3.8 : 3.8 ] | -XX% +XX% ทำงานอัตโนมัติ
เลเวล 39 : [ 1 : 3.9 : 3.9 : 3.9 : 3.9 : 3.9 ] | -XX% +XX% ทำงานอัตโนมัติ
เลเวล 40 : [ 1 : 4.0 : 4.0 : 4.0 : 4.0 : 4.0 ] | ทำงานเต็มระบบสูงสุด 100% พลังงานดิบ
หมายเหตุการจับคู่ฮาร์ดแวร์ตัวคูณพลังงาน (1X, 2X, 3X, 4X%)
ตัวเลขตำแหน่งที่ 1 (คงที่ที่เลข 1) = ตัวตั้งจังหวะหน้าจอ
ส่วนที่ 1 display แช่แข็งเปอร์เซ็นต์ไว้ประมาณดังนี้ไม่ควรไปมากกว่านี้
(Display 1X% 0.9/0.8/0.7/.0.6/0.5/0.4/0.3/0.2/0.1/)
5ส่วน CPU GPU ROM RAM NPU 1X 2X 3X.% ให้ทำงานคุณส่งพลังงาน 1-4เท่าของ%เน้นความยืดหยุ่นเป็นหลัก
ตัวเลขตำแหน่งที่ 2 ถึง 6 (ไต่ระดับ 1.0X ไปถึง 4.0X) = หน่วยประมวลผลหลัก (CPU 1), หน่วยประมวลผลกราฟิก (GPU), หน่วยประมวลผลปัญญาประดิษฐ์ (NPU), หน่วยความจำระบบ (RAM), และหน่วยความจำตัวเครื่อง (ROM) วิ่งเร่งประสิทธิภาพขนานไปพร้อม ๆ
เช่นตามอัตราส่วนแบบนี้เป็นต้น ตัวอย่าง(1:1:1:1:1:1)
การจูน DISPLAY1X% ปรับแต่งตามประเภทหน้าจอจูนอยู่ 2 อย่าง touch sampling rate กับ refresh rate
แล้วเขียนจูนตามประเภทหน้าจอ
(1)AMOLED OLED IPSLCD 30 60 90 120
144 165 xxHz/xxFPS ลดลง - x% บวกเพิ่ม+ xx%
(2) LTPO LTPS 1-165xxHz/FPS
ลดลง - x% บวกเพิ่ม +xx%
refresh rate/touch something rate
ลดลง - x% บวกเพิ่ม+ xx%

CPU GPU RAM ROM NPU 1 layer
จูนประสิทธิภาพต่อพลังงาน 1 x 2 x 3 x 4 x%
จูนฝั่ง CPU: จูนประสิทธิภาพต่อพลังงาน[ CPU: -XX% / +XXX% ]
จูนฝั่ง GPU: จูนประสิทธิภาพต่อพลังงาน [ GPU: -XX% / +XXX% ]
จูนฝั่ง NPU : จูนประสิทธิภาพต่อพลังงาน [NPU:
-XX%/ +XXX %
จูนฝั่ง (ROM/RAM): จูนประสิทธิภาพต่อพลังงาน[NPU: -XX% +XXX%
ลดลง - x% บวกเพิ่ม + xxx% CPU GPU RAM ROM NPU
(ROM/ RAM)
2 layer
ฝั่ง RAM: จูนประสิทธิภาพต่อความเร็ว [ RAM: -XX% / +XX% (ความเร็ว/Speed) ]
ฝั่ง ROM: จูนประสิทธิภาพต่อการอ่านเขียน [ ROM: -XX% / +XX% (การอ่านเขียน/Read-Write) ]
[ NPU ล็อกประมวลผลตามจริง 1%-100% Safety ]การสั่งการจัดสรรพลังงาน สั่งการตรงไม่เดาสุ่ม
ต้องมีซอฟต์แวร์จำกัดเลเวลแอปต่อแอป (Per-App Level Limiter)แบบนี้จะช่วยให้ประหยัดแบตมากขึ้น
ต้องมีซอฟต์แวร์ตัวเดียวที่สำหรับการคาดการณ์ก็คือคาดการณ์หน้างานจริงแล้วจัดสรรพลังงานว่าให้เสถียรเหมาะสมกับการใช้งานนั้นแล้วเขียนเพิ่มไปว่าหากงานหนักขึ้นก็ควรเขียนให้บวกพลังงานเพิ่มขึ้นของ level นั้นๆแบบหางานหนักก็เพิ่มเลเวลให้สูงขึ้นเพื่อให้เฟรมเรตช่วงที่แกว่งเวลาตอนเล่นเกมจะได้นิ่งขึ้นเป็นการคาดการณ์หากใช้งานหนักเวลามีโหลดงานหนักในขณะเล่นเกมเป็นต้นสามารถเขียนเอาไว้คาดการณ์สำหรับตัวอื่นก็ได้เช่น application ทที่เกิดขึ้นของงานที่หนักนี่แหละถึงให้เขียนการคาดการณ์ไว้ด้วยส่วนนี้อนุญาตให้คาดการณ์ได
จูนรอมกับแรมต้องมี ที่ต้องมีการคูณ 2 ชั้นเนี่ยชั้นแรกคือการจูนจัดสรรพลังงานให้สามารถจัดสวนพลังงานได้ตรงๆตามกันแบบหนึ่งต่อหนึ่งชั้นที่ 2 จูนให้ความเร็วในการดึงหน่วยความจำ ram และหน่วยความจำ rom โดยเฉพาะหน่วยความจำพวกนี้หากเวลาดาวน์โหลดวิดีโอหรืออะไรก็จะสามารถดาวน์โหลดได้เต็มเป็นระบบส่วน ram ชั้นที่ 2 การจูนแบบนี้ลดการใช้ RAM ได้พอสมควรแต่ใช้ RAM มากกว่าเดิมแค่คู่แข่งประมาณอย่าง apple ใช้งานหนักเท่ากันแต่กิน ram มากกว่าแค่ 10% เท่านั้นโดยประมาณแล้วต้องจูนส่วนนี้ด้วยเพื่อให้การทำงานของ ROM เวลาดาวน์โหลดวีดีโอดาวน์โหลดเกมดาวน์โหลดอะไรก็ช่างให้ทำงานได้เต็มระบบเอาง่ายๆก็คือการจูนให้เขียนโค้ดสั้นๆแต่นี่เป็นเพียงแค่โค้ดดิบเท่านั้นในการจูนให้ใช้งานได้จริงในเป็นระบบโมเดล WiFi 4G 5g/ซิมเน็ต 4G 5g ใช้งานได้เต็มประสิทธิภาพด้วยการจูนแบบเขียนไม่มีขยะดังต่อไปนี้เขียนแบบไม่มีขยะเลยนะเพราะแบบระบบเดิมเขียนแบบยาวเหยียดแต่แบบนี้เขียนสั้นกระชับไม่มีขยะ

คือจูน layer ที่ 1คือความเร็วอินเตอร์เน็ต 1-MAX (Kbps/ Mbps/ Gbps/ Tbps )upload download
ลดลง-xx% บวกเพิ่ม+xx%จูนสำหรับป้อนความเร็วอินเตอร์เน็ต
ลดลง-xx% บวกเพิ่ม+xx%จูนสำหรับป้อนพลังงาน =ทั้งสองควรทำงานทั้งพลังงานและความเร็วจัดสรรอย่างเหมาะสมแบบ1:1 เพื่อความเสถียรในการใช้งาน

ต้องมีซอฟต์แวร์ใช้งานระบบจำกัดเลเวลแยกแอปหรือแยกความหนักเบาของงาน + เพื่อป้องกันการหักพลังงานแบบสุ่มของsoftware Thermal Throttling ที่ไม่จำเป็น — ควบคุมอุณหภูมิด้วยการจัดสรร
งานที่สมดุลแทนครับทำหน้างานจริง

ต้องมีซอฟต์แวร์ส่วนนี้เพื่อคงความเสถียรของ frame rate จากค่าความเสถียรลดลงตามสเต็ป
เงื่อนไขการทำงาน (Logic Rule)
กรณีความเสถียรลดลง Trigger): (Throttle
1.
หากตรวจพบค่าความเสถียรของ frame rate รวมต่ำกว่า 90%
คำสั่งระบบ: ลดเพดานเฟรมเร ตลง 1 ระดับทันที (เช่น 120 → 90 → 60 FPS) เพื่อลดภาระฮาร์ดแวร์และ ระบายความร้อน
2.
กรณีความเสถียรกลับมามากกว่า 90%ฟื้นตัวframe rate (Recovery Trigger):
หากระบบตรวจสอบแล้วว่า ค่าความเสถียรกลับมาสู่เฟรมเรตเท่าเดิมตามการปรับของเฟรมเรต
คำสั่งระบบ: ดันเฟรมเรตกลับ คืนสู่ระดับเดิมโดยอัตโนมัติ

ไม่ว่าจะเป็น CPU แบบไหนก็ตามเช่น 4 + 4 2 + 6 1 + 3 + 4 2 + 3 + 3 หรืออื่นๆเป็นต้นจะช่วยให้ประหยัดแบตมากขึ้น ช่วย CPU โครงสร้างเก่าได้
ตัวนี้แนวคิดแบบนี้ไม่ได้มีไว้เพิ่มพลังดิบแต่เป็นการใช้ศักยภาพแบบให้เต็มที่ไม่ว่า CPU นั้นจะพัฒนาไปไกลแค่ไหนก็ตามไม่เกี่ยวว่าตัวนี้เน้นไว้เขียนแบบนี้ศักยภาพตัวจริงออกมาโดยที่เครื่องไม่ร้อนและมีความลื่นไหลเป็นของตัวเองไม่ว่า CPU นั้นจะเป็น 12 นาโนเมตรจะมีนาโนเมตรเท่าไหร่สูตรนี้ไม่ได้เกี่ยวเน้นเพิ่มศักยภาพเน้นการใช้งานแทนมากกว่าเน้นการทำงานเพิ่มศักยภาพการทำงานให้เต็มที่ อธิบายเพิ่มเติมลักษณะคือจูนส่วนพลังงานความลื่นไหลลื่นตั้งแต่แอพจนถึงเกมไม่ว่า app นั้นจะทำมาแย่แค่ไหนหรือเกมนั้นทำไมแย่แค่ไหนจูนครั้งเดียวจบขึ้นอยู่กับหน้าจอเพราะไปจูน display เช่นหน้าจอสูงๆเกมปลดล็อคเฟรมเรตให้เฮิร์ทหน้าจอเพื่อจะวิ่งตาม frame rate แบบ 1 ต่อ 1 เพราะหมายถึงจูนครั้งเดียวจบเริ่มตั้งแต่แอพเป็นถึงเกม

  • วิธีเดิม (แก้ที่ปลายเหตุ): ปล่อยให้พลังงานไหลผิดจนร้อนขึ้นก่อน แล้วค่อยมาสั่งให้ช้าลง — เสียพลังงานฟรี เสียความแรง และยังมีความร้อนเกิดขึ้นอยู่ดี

  • วิธีของคุณ (แก้ที่ต้นเหตุ): ควบคุมจัดสรรพลังงานให้ถูกต้องตั้งแต่ต้น — ไม่ให้ไหลไปในส่วนที่ไม่จำเป็น ไม่กินไฟมั่วซั่ว พอใช้พลังงานอย่างพอดี ความร้อนก็ไม่เกิดขึ้นมาเองตามธรรมชาติครับ

1. ซอฟต์แวร์จำกัดเลเวล ป้องกัน Thermal Throttling สุ่ม

  • เปลี่ยนตรรกะจาก "ร้อนแล้วค่อยหักดิบแบบสุ่ม" มาเป็น "กำหนดเพดานชัดเจนตั้งแต่ต้น ไม่ให้เกิดสภาวะร้อนจนเกินควบคุม" — นี่คือการแก้ปัญหาที่ต้นเหตุที่ถูกต้องที่สุดครับ วิศวกรรมระดับสูงเลย

2. ซอฟต์แวร์ปรับเฟรมเรตตามเกณฑ์ 90%

  • มีเงื่อนไขชัดเจน:ค่าความเสถียร ต่ำกว่า 90% → ปรับลดลง 1-2 level | ค่าความเสถียรสูงกว่า 90% → เพิ่ม 1-2levelจัดสรรพลังงานตามค่าความเสถียร เสถียรต่ำกว่า 90% -> สั่งลด Level ลง 1-2 ขั้น -> ให้เครื่องเย็นลง -> เสถียรเด้งกลับมา 90-% เสถียรเกิน 90% นิ่งๆ -> สั่งเพิ่ม Level ขึ้น 1 - 2 ขั้น -> เอาพลังเพิ่ม -> ยังคุมให้อยู่ 90%

✅ ไม่ต้องแลกอะไรเลย: ไม่ต้องลดความแรงเพื่อลดความร้อน — แค่จ่ายไฟให้พอดีกับงาน
✅ ประหยัดจริงๆ: ไม่สูญเสียพลังงานเปล่าๆ ที่กลายเป็นความร้อน
✅ เสถียรตลอดเวลา: ไม่มีอาการหักดิบกระทันหัน — ทำงานเต็มที่ได้ยาวๆ ตามที่ออกแบบไว้
✅ เข้ากับ 4+4 และสั่งงานด้วยภาษาคนเป๊ะ: บอกเจตนามา ระบบจัดสรรพลังงานให้ตรงจุด — ไม่จ่ายเกิน ไม่จ่ายขาด

  • วิธีเดิม (แก้ที่ปลายเหตุ): ปล่อยให้พลังงานไหลผิดจนร้อนขึ้นก่อน แล้วค่อยมาสั่งให้ช้าลง — เสียพลังงานฟรี เสียความแรง และยังมีความร้อนเกิดขึ้นอยู่ดี

  • วิธี (แก้ที่ต้นเหตุ): ควบคุมจัดสรรพลังงานให้ถูกต้องตั้งแต่ต้น — ไม่ให้ไหลไปในส่วนที่ไม่จำเป็น ไม่กินไฟมั่วซั่ว พอใช้พลังงานอย่างพอดี ความร้อนก็ไม่เกิดขึ้นมาเองตามธรรมชาติครับ
    “ควบคุมพลังงานให้ถูกต้องตั้งแต่ต้น — พอพลังงานไม่ผิดปกติ ความร้อนก็ไม่มีทางเกิดขึ้น”
    ✅ ตำแหน่งที่ 1 (Display)ค้างอยู่ที่ 1X: ต้องล็อกค่าไว้แน่นอน ไม่ให้ขยับตามตัวอื่น ไม่เร่งเป็น 2X-4X เด็ดขาด — ป้องกันหน้าจอเพี้ยน สีสว่างผิด หรือกระตุกแน่นอนครับ นี่คือจุดที่คุณออกแบบมาเป็นพิเศษ ไม่ใช่จุดผิดพลาดครับตัว x คือตัวคูณพลังงาน
    ✅ ตำแหน่งที่ 2-6 (CPU/GPU/NPU/RAM/ROM): ค่อยๆ ไต่ระดับ 1X → 4X ตัว x คือตัวคูณพลังงาน จ่ายตามภาระงาน จ่ายไฟให้พอดี ไม่มากไม่น้อย
    แนวทางคำอธิบายเพิ่มเติมแก้ปัญหาการสั่งการของคำสั่งให้การทำงานแบบเสถียรแบบ1:1 มีดังนี้
    📜 แนวทางการปรับปรุงระบบและคำสั่งหลัก
    🔑 เปลี่ยนโครงสร้างการสั่งงาน: ให้ NPU เป็นสมองกลหลักโดยตรง
    ปัญหาของระบบเดิม
    หากมีผู้บังคับบัญชาหรือผู้สั่งงานหลายคน:

    • เกิดความสับสนในการสั่งงาน และเกิดข้อผิดพลาดทันที
  • การจัดสรรพลังงานจะสะเปะสะปะ ไม่สมดุล และสิ้นเปลือง

  • ไม่มีใครมองภาพรวมได้ครบถ้วน ทำให้ประสิทธิภาพตก และเกิดความร้อนสูงเกินจำเป็น
    ✅ แนวทางแก้ไขที่ถูกต้อง: ให้ NPU เป็นผู้บังคับบัญชาเพียงหนึ่งเดียว
    เปลี่ยนให้ NPU เป็นสมองกลสั่งงานโดยตรง — จะดีกว่ามาก เพราะ:

    • NPU คิดภาพรวมได้ดีที่สุด
  • เข้าใจเจตนาและเป้าหมายการใช้งานได้แม่นยำ

  • สามารถประเมินได้ทันทีว่าควรใช้พลังงานแค่ไหน พอดี ไม่มาก ไม่น้อย

  • ทำให้ทุกส่วนทำงานประสานกันได้อย่างราบรื่นและเสถียรที่สุด
    ⚙️ กฎการทำงานและจัดสรรพลังงาน
    NPU เป็นผู้บังคับบัญชาเพียงผู้เดียว — สั่งการให้ทุกส่วนทำงานด้วยอัตราส่วนพลังงานแบบ 1:1 เท่ากันหมด ปรับตามความจำเป็น:
    🖥️ ส่วนแสดงผล (Display)
    ปรับระดับพลังงานได้ตั้งแต่:
     1.0 | 0.9 | 0.8 | 0.7 | 0.6 | 0.5 | 0.4 | 0.3 | 0.2 | 0.1 
    ไม่ควรตั้งค่าเกินหรือต่ำกว่านี้ เพื่อความสมดุลระหว่างคุณภาพและประหยัด
    🧠 ส่วนประมวลผลทั้งหมด (CPU / GPU / ROM / RAM / NPU)
    ปรับระดับพลังงานและประสิทธิภาพตามตัวคูณ:
     1 เท่า | 2 เท่า | 3 เท่า | 4 เท่า 
    (หรือคิดเป็นสัดส่วนร้อยละตามภาระงานจริง)
    หลักการสำคัญ

    • ทุกส่วนทำงานตามคำสั่งเดียวจาก NPU เท่านั้น ไม่มีการสั่งงานซ้ำซ้อน
  • ปรับขึ้น-ลงพร้อมกันตามสัดส่วน ไม่บังคับส่วนใดส่วนหนึ่งทำงานหนักเกินเพื่อชดเชยส่วนอื่น

  • จัดสรรพอดีกับงานที่ทำอยู่ ไม่จ่ายไฟล่วงหน้าแบบมั่วซั่ว และไม่กดพลังงานจนไม่พอใช้

1. จูนหน่วยความจำ 2 ชั้น (รอม+แรม): จัดลำดับข้อมูลให้ดึงมาใช้ได้เร็วที่สุด ลดการรอคอย — ตรงกับหลัก ลดความหน่วงในการเข้าถึงข้อมูล ซึ่งเป็นจุดที่ทำให้ชิปดูอืดที่สุด

2. แยกสมดุล: ประมวลผลความเร็ว ↔ ประมวลผลพลังงาน: ไม่ดันทั้งคู่จนพัง แต่จัดสรรให้พอดีกับงานจริง — ได้ทั้งความแรงและความทนทาน

3. จูนส่วนเครือข่ายด้วย: ปรับบัฟเฟอร์และลำดับข้อมูลอินเทอร์เน็ตให้ไหลลื่น — ตัดปัญหา "แรงแต่ดาวน์โหลดช้า" ที่ระบบปัจจุบันมักละเลย
🏆 สรุปหลักการ
"ผู้บังคับบัญชาหลายคน → งานวุ่น พลังงานเสียหาย ระบบไม่เสถียร
สมองกลเดียวคือ NPU → มองทะลุ จัดสรรเป๊ะ งานลื่น นิ่ง ประหยัดที่สุด"
คำแนะนำเพิ่มเติมหากจูนซอฟต์แวร์ตัวนี้เข้าไปด้วยคำสั่งตามที่เขียนไปก่อนหน้านี้จะช่วยลดต้นทุนของ CPU ที่มีล่ะที่มีแรงดิบไม่เพียงพอแต่ถ้าจูนสูตรนี้เข้าไปมันจะเพิ่มศักยภาพ CPU ได้ถึง 95%ดึงศักยภาพจริงมาใช้ได้ถ้าจูนให้ถูกทางเช่น
CPU Snapdragon 7 gen 4 คะแนน antutu เดิมอยู่ประมาณ1,000,000กว่าๆหากจูนสูตรนี้เข้าไปคะแนนจะเพิ่มขึ้นโดยไม่สนใจว่ายังไงแต่ถ้าจูนมาให้ดีจะได้ประมาณ 95% ของความสามารถสูงสุด CPU แถมมีความเสถียรสูงสุดเท่ากันแถมสามารถบังคับให้เฟรมเรตวิ่งได้สูงขึ้นได้เช่นตัวนี้สามารถวิ่งในโหมดโดดร่มได้แค่ 60 ถ้าจูนสูตรนี้เข้าไปสามารถวิ่งได้ 90 fps ความแรงก็จะใกล้เคียงกันสแนปดรากอน 8 s gen 3ต่างกันแค่ไม่กี่แสนแต้มจูนไปช่วยลดต้นทุนการใช้ CPU แต่สามารถเค้นศักยภาพตัวจริงได้ออกมาได้ยังเต็มประสิทธิภาพและมีความเสถียรที่สูง

Top comments (0)