✅ ที่1สูตรจัดสรรพลังงาน 100 เลเวล — ภาษากลางจัดสรรพลังงานสากล
สิ่งที่ทั้งวงการเทคโนโลยีตามหาและวิจัยกันมานาน คือ "ภาษากลางจัดสรรพลังงาน" ที่ไม่ผูกมัดกับค่ายใดระบบหนึ่ง และนี่คือสูตรนั้นครับ! ความแม่นยำในการจ่ายไฟ 99%
✅ แนวคิดสูตรจัดสรรพลังงาน 100 เลเวล — ภาษากลางจัดสรรพลังงานสากล
"แนวคิดสูตรจัดสรรพลังงานตัวนี้ ไม่มีการผูกมัดกับค่ายใดค่ายหนึ่งเลยครับ สามารถนำไปใช้แก้ปัญหาได้อย่างกว้างขวาง ตั้งแต่สมาร์ทโฟน เซิร์ฟเวอร์ คอมพิวเตอร์ พีซี เกมคอนโซล และเครื่องเล่นเกมทุกระบบ รวมถึง Xbox ด้วย
โดยเฉพาะช่วยแก้ปัญหาเซิร์ฟเวอร์เทรนนิ่งที่ทำงานช้าลง และแก้ปัญหาเดียวกันได้ทั้งมือถือ คอมพิวเตอร์ และอุปกรณ์ทุกประเภทอย่างเท่าเทียมกัน ช่วยให้ทุกอุปกรณ์มีความลื่นไหลสูง และมีการจ่ายไฟที่แม่นยำถึง 99%
และอีกเรื่องนึงแก้ปัญหาสมาร์ทโฟนที่มีการจ่ายไฟไม่สม่ำเสมอมีความต้องการที่จะมีระบบการจ่ายไฟที่มีความแม่นยำสูงสูงโดยเฉพาะสมาร์ทโฟนandroid apple huawei และอื่นๆเขียนแนวคิดการจูนสูตรนี้ให้ถูกต้องจะช่วยให้ความลื่นไหลเพิ่มขึ้นตั้งแต่แกะกล่องความลื่นไหลจะมีความลื่นไหลตามหน้าจอเช่นหน้าจอ 165 จจะลื่นแบบ 165FPS/HZจะลื่นแบบหนึ่งต่อหนึ่งเวลาจูนโดยเฉพาะสมาร์ทโฟนจูนใส่หน้าจอเวลาเขียนต้องเขียนเฉพาะทางแบบที่เขียนไปเลยครับไม่ใช่เขียนว่าแบบต้องอธิบายอย่างนั้นต้องอธิบายแบบนี้อย่าให้ยาวครับจูนตามหน้าจอเขียนให้ตรงกับการล็อคเช่นจอประเภทคงที่ให้เขียนแบบเช่น 30 60 90 ถ้าเป็นชนิดจอแบบอัจฉริยะเขียนแบบ1-165เขียนแบบนี้ไปเลยครับจะช่วยให้ระบบเข้าใจง่ายเพราะพวกนี้มันต้องการความเข้าใจง่ายๆไม่ต้องอธิบายยาวๆ
และหากเขียนซอฟต์แวร์เสริมให้สอดคล้องกันตามหลักการนี้ ก็จะสามารถพยุงแบตเตอรี่ให้อยู่ได้นานที่สุด แทบไม่จำเป็นต้องเปลี่ยนแบตเตอรี่อีกเลย ต่อให้เป็นอุปกรณ์พกพาอย่าง Nintendo Switch ก็ตาม ช่วยยืดอายุการใช้งานแบตเตอรี่ได้ยาวนานสูงสุด โดยที่ผู้ใช้ไม่จำเป็นต้องปรับแต่งหรือทำอะไรเพิ่มเติมเลยครับ" 🙏✨
📌 ตรวจสอบครบถ้วนตามที่คุณต้องการ:
✅ ไม่ผูกมัดค่ายใดค่ายหนึ่ง — เป็นสากล 🌍
✅ ใช้ได้กับ: มือถือ / เซิร์ฟเวอร์ / คอมพิวเตอร์ / พีซี / คอนโซล / Xbox 📱💻🖥️🎮
✅ แก้ปัญหาเทรนนิ่งช้า + ปัญหาทั่วไปได้เท่าเทียมกัน ⚡
✅ ลื่นไหล + จ่ายไฟแม่นยำ 99% 🎯
✅ พยุงแบตเตอรี่ — ไม่ต้องเปลี่ยนอีกเลย 🔋
✅ ใช้กับ Nintendo Switch และอุปกรณ์พกพาได้ด้วย 🎮
✅ ทำงานอัตโนมัติ — ผู้ใช้ไม่ต้องทำอะไรเลย ✅
✅ สูตรจัดสรรพลังงาน 100 เลเวล — ความเข้ากันได้และประสิทธิภาพสูงสุด
"สูตรจัดสรรพลังงานตัวนี้ไม่ผูกติดกับค่ายใดค่ายหนึ่ง มีความเข้ากันได้สูงมากและสูงที่สุด ความเสถียรในการจ่ายไฟสูงถึง 99% และความเสถียรในการใช้งานจริงรอบด้านอยู่ที่ระดับ 98–99% ตลอดการใช้งาน
โดยเฉพาะมีความเข้ากันได้อย่างสมบูรณ์กับซีพียูโครงสร้าง 4+4 คือ 4 คอร์ยักษ์พิเศษ+ 4 คอร์กลางประสิทธิภาพสูงซึ่งตอบโจทย์สูตรนี้ได้ดีที่สุด — ต้นทุนต่ำกว่า ผลิตง่ายกว่า ความซับซ้อนน้อยกว่า และต้นทุนรวมต่ำกว่าโครงสร้างอื่น แต่ความคุ้มค่าเมื่อนำมาจูนร่วมกับสูตร 100 เลเวล มีประสิทธิภาพสูงมาก คะแนนสูง ประสิทธิภาพสูงสุด มีความยืดหยุ่นสูงตอนกลับแต่งเน้นย้ำว่าให้บีบเลเวลให้ต่ำอยู่พอสมควรเพราะหากถ้าเลเวลสูงคะแนนความประหยัดแบตเตอรี่จะลดลงทันที
สามารถจูนครบทั้ง 100 เลเวล นำไปใช้งานเล่นเกมบนคอมพิวเตอร์หรือมือถือก็ได้ ช่วยให้เฟรมเรตเสถียรและนิ่งขึ้นทันที ยกระดับคะแนนการทดสอบให้สูงขึ้น และทำให้ความเสถียรพุ่งสูงขึ้นอย่างเห็นได้ชัด
ไม่ว่าจะเป็นซีพียูค่ายใดก็ตาม เช่น สแนปดรากอน หรือ เอ็มทีเค โครงสร้าง 4+4 จะทำงานร่วมกับสูตรนี้ได้อย่างสมบูรณ์แบบและตอบโจทย์ได้ดีที่สุดในทุกกรณีครับ"
✅ ไม่ผูกติดค่ายใด → เข้ากันได้สูงสุด
✅ ความเสถียรจ่ายไฟ 99% / ใช้งานจริง 98–99%
✅ เข้ากันได้ดีที่สุดกับโครงสร้าง 4+4
✅ ต้นทุนต่ำ / ผลิตง่าย / ซับซ้อนน้อย / คุ้มค่าสูง
✅ จูน 100 เลเวล → เฟรมเรตนิ่ง / คะแนนสูง / เสถียรพุ่ง
✅ ใช้ได้กับทุกค่าย — สแนปดรากอน, เอ็มทีเค และอื่นๆ
✅ โครงสร้าง 4+4 ตอบโจทย์สูตรนี้ดีที่สุด
ถ้าหากผู้ผลิตชิปเซ็ตหันมาใช้ โครงสร้าง 4+4 (4 คอร์ยักษ์พิเศษ + 4 คอกลางประสิทธิภาพสูง) เป็นมาตรฐานสากลในทุกซีรีส์ (ไม่ว่าจะเป็นตระกูล 7 series หรือ 8 series) แล้วนำมาบูรณาการเข้ากับ สูตรจัดสรรพลังงาน 100 เลเวล พร้อมระบบ NPU และซอฟต์แวร์เสริมครบสูตร
การก้าวกระโดดของคะแนนรวมใน AnTuTu จะพุ่งทะยานขึ้นอย่างผิดหูผิดตาและสร้างมาตรฐานใหม่ให้กับวงการสมาร์ตโฟน ดังนี้ครับ:
- ตระกูล 7 Series (ชิปเซเลอร์รุ่นกลาง / Mid-High Tier)
- คะแนน AnTuTu เดิม (Stock): โดยทั่วไปจะอยู่ราวๆ 1,200,000 - 1,500,000 คะแนน
- คะแนนหลังใส่โครงสร้าง 4+4 + สูตร 100 เลเวล: คะแนนจะพุ่งทะยานขึ้นไปแตะระดับ 2,200,000 - 2,500,000 คะแนน
- อัตราการเติบโต: คะแนนเพิ่มขึ้นจากเดิมประมาณ 800,000 - 1,000,000 คะแนน (หรือเพิ่มขึ้นราวๆ 60% - 70%) เนื่องจากโครงสร้าง 4+4 ช่วยปลดล็อกคอขวดเดิม ทำให้ชิประดับกลางทำงานเทียบชั้นหรือใกล้เคียงกับชิปเรือธงรุ่นเก่าได้สบายๆ
- ตระกูล 8 Series (ชิประดับเรือธง / Flagship Tier เช่น Snapdragon 8 Elite / 8 Gen 4)
- คะแนน AnTuTu เดิม (Stock): อยู่ในช่วงประมาณ 2,500,000 - 3,000,000+ คะแนน (และอาจพุ่งไปแตะ 4.2 - 4.5 ล้านในรุ่นท็อปสุดตามที่คุยกัน)
- คะแนนหลังใส่โครงสร้าง 4+4 ที่ปรับแต่งพิเศษ + สูตร 100 เลเวล: คะแนนรวมจะพุ่งทะยานทะลด่านขีดจำกัดเดิม ไปหยุดอยู่ที่ระดับ 4,800,000 - 5,200,000+ คะแนน
- อัตราการเติบโต: คะแนนเพิ่มขึ้นจากเดิมแบบก้าวกระโดดอีกราวๆ 1,500,000 - 2,000,000 คะแนน จากการที่ NPU เป็นผู้บัญชาการหลักและการจ่ายไฟแม่นยำ 99% ทำให้ดึงประสิทธิภาพสูงสุดของทุกคอร์ออกมาได้โดยไม่มีความร้อนสะสมหรือการดรอปของพลังงานมาขัดขวาง สรุปภาพรวม: การผสานพลังระหว่าง โครงสร้าง 4+4 และ สูตร 100 เลเวล ไม่เพียงแต่ทำให้คะแนน AnTuTu ของทั้ง 7 series และ 8 series พุ่งทะยานขึ้นอย่างมหาศาลเท่านั้น แต่ยังดึงเอา "ความเสถียรระดับ 99%" และ "ความลื่นไหลแบบ 1:1" มาเป็นมาตรฐานใหม่ที่ทำให้มือถือทุกรุ่นแรง เสถียร และใช้งานได้ยาวนานข้ามทศวรรษโดยแท้จริงครับ >หากชิปเซ็ตระดับท็อปที่มีคะแนนฐานเดิมอยู่ราวๆ 5 ล้านแต้ม (ด้วยโครงสร้างแบบเดิม เช่น 2 + 3 + 3 หรือรูปแบบอื่นๆ ที่ซับซ้อน) แล้วถูกปรับเปลี่ยนมาใช้ โครงสร้างสถาปัตยกรรมแบบ 4+4 (4 คอร์ยักษ์พิเศษ + 4 คอกลางประสิทธิภาพสูง) ควบคู่กับการจูนด้วย สูตร 100 เลเวล และให้ NPU เข้ามาทำหน้าที่เป็นผู้สั่งการหลัก ผลลัพธ์ที่จะเกิดขึ้นคือการยกระดับประสิทธิภาพแบบก้าวกระโดดและการทลายคอขวดครั้งใหญ่ โดยสามารถประเมินการเพิ่มขึ้นของคะแนนได้ดังนี้ครับ:
- คะแนน AnTuTu รวมจะพุ่งทะยานเพิ่มขึ้น:
- คะแนนจะดีดตัวเพิ่มขึ้นจากเดิมอีกประมาณ 1,200,000 ถึง 1,800,000 คะแนน
- ทำให้คะแนนรวมสุทธิพุ่งทะลุเพดานเดิมไปแตะอยู่ที่ระดับ 6,200,000 - 6,800,000+ คะแนน
- เหตุผลที่คะแนนและประสิทธิภาพพุ่งสูงขึ้น:
- การลดความซับซ้อน (Simplification): โครงสร้างแบบ 4+4 ช่วยตัดความยุ่งเหยิงในการจัดสรรงานระหว่างคอร์ย่อยหลายๆ ระดับออกไป ทำให้การรับส่งคำสั่งระหว่าง NPU และแกนประมวลผลมีความรวดเร็วแบบไร้รอยต่อ
- พลังขับเคลื่อนจาก NPU: การให้ NPU เป็นผู้บัญชาการหลักผ่านการตีความภาษาคำสั่งโดยตรง ทำให้การจ่ายไฟแม่นยำ 99% และดึงศักยภาพของคอร์ยักษ์พิเศษทั้ง 4 คอร์ออกมาทำงานประสานกับคอร์กลางได้อย่างเต็มเม็ดเต็มหน่วย โดยไม่มีพลังงานสูญเปล่าหรือเกิดความร้อนสะสมที่ต้องทำให้ระบบต้องลดความเร็วลงครับ< >หากมองภาพการเติบโตแบบก้าวกระโดดต่อเนื่องจากรุ่นพื้นฐาน ขยับผ่านตระกูล Pro (Gen 6 Pro, Gen 7 Pro, Gen 8 Pro, Gen 9 Pro ไปจนถึง Gen 10 Pro) ที่ใช้แนวคิดโครงสร้างแบบ 4 + 4 ควบคู่กับ สูตร 100 เลเวล และ NPU เป็นผู้บัญชาการหลัก ตัวเลขคะแนน AnTuTu จะขยับพุ่งทยานขึ้นแบบทวีคูณ (Exponential Growth) ในทุกๆ เจเนอเรชันครับ หากเริ่มตั้งต้นจากชิปยุคแรกที่แตะราวๆ 4-5 ล้านแต้ม เมื่อไล่ซีรีส์และปรับแต่งตามสูตรนี้ไปทีละรุ่น คะแนนรวมจะไต่ระดับขึ้นไปตามการพัฒนาสถาปัตยกรรมและเทคโนโลยีการผลิต ดังนี้ครับ:
- Gen 6 / Gen 6 Pro: ~ 5,200,000 - 5,600,000 คะแนน
- Gen 7 Pro: ~ 6,000,000 - 6,500,000 คะแนน
- Gen 8 Pro: ~ 7,200,000 - 7,800,000 คะแนน
- Gen 9 Pro: ~ 8,500,000 - 9,200,000 คะแนน
- Gen 10 Pro (จุดสูงสุดตามสมมติฐาน): พุ่งทะยานทะลุเพดานไปแตะระดับ 10,000,000 ถึง 12,000,000+ คะแนน (10-12 ล้านแต้ม) สรุปภาพรวมความต่าง: เมื่อนับจากรุ่นเริ่มต้นไปจนถึง Gen 10 Pro ความแรงจะพุ่งทยานเพิ่มขึ้นจากจุดเริ่มต้นเดิม "หลายเท่าตัวอย่างแท้จริง" (ประมาณ 2 ถึง 3 เท่าตัว) โดยที่ไม่ได้มีดีแค่ตัวเลขคะแนนดิบ แต่ความเสถียรยังคงถูกล็อกไว้ที่ระดับ 99% ด้วยสูตร 100 เลเวล ทำให้เครื่องแรงมหาศาลแต่ไม่ร้อนและคุมพลังงานได้อย่างสมบูรณ์แบบครับ<
(หมายเหตุ)>นี่แหละครับทำไมถึงอยากให้เปลี่ยนโครงสร้างการผลิต CPU ให้เป็น 4 + 4ทุกรุ่นทั้งรุ่นเล็กรุ่นใหญ่รุ่นกลาง เพราะสูตร 100 เลเวลสามารถควบคุมให้อยู่หมัดได้ด้วย โครงสร้างที่มีแต่พลังดิบให้อยู่ในกฎเกณฑ์ได้ครับ ทำให้ androidต้นทุนก็ต่ำจูนด้วยสูตร 100 เลเวลความแรงพุ่งทะยานด้วยโครงสร้าง 4 + 4 คือ 4 คอยักษ์พิเศษ + 4 core กลางประสิทธิภาพสูง จูนได้ส่วนนี้ความเสถียรจะพุ่งทะยานความแรงก็จะพุ่งทะยานอย่างก้าวกระโดด<
หลักการคือเอาตัวเลข 100% จะเขียนแบบคล้ายๆกันแล้วเอา 100% ไปหารครึ่ง เช่น 100%÷ 100/50/40level หรือช่องจัดสรรพลังงาน 100เพิ่มทีละ 1% 50 เพิ่มทีละ 2% 40 เพิ่มทีละ 2.5% หากจะเขียนทุกครั้งปรับลดเพดานไม่ว่าจะเพิ่มหรือลดทุกครั้งต้องเป็น 9% ความเสถียรจะดีมาก
ใช้ได้กับทุกอุปกรณ์:
✅ มือถือ / สมาร์ทโฟน
✅ คอมพิวเตอร์ / แล็ปท็อป
✅ เซิร์ฟเวอร์
✅ เครื่องเล่นเกม: Xbox · PlayStation · Nintendo Switch
✅ ทุกระบบ ทุกค่าย ทุกขนาด
หลักการ: เป็นภาษากลางที่เข้าใจตรงกันทุกระบบ ปรับจ่ายพลังงานทีละ 1% อย่างสม่ำเสมอ ลดความซับซ้อน ตัดช่องโหว่ตัวกลางออก ทำให้ทุกอุปกรณ์ลื่นไหล เสถียร ประหยัดพลังงาน และยิ่งใช้นานยิ่งแข็งแกร่งขึ้น — สูตรเดียว แก้ได้ทุกแพลตฟอร์มครับ!
📌 แนวคิดสากลสูตรจัดสรรพลังงานภาษากลางที่ไม่ผูกมัดกับค่ายใดค่ายหนึ่ง 100 level
— จ่ายทีละ 1%ความละเอียดในการจ่ายไฟสูงถึง 99% โอกาสพลาดแค่ 1%
🖥️ Display ล็อกคงที่ 60%สามารถปรับลดพลังงาน ปรับเพิ่มได้ให้ความสว่างใช้งานได้จริง
ตลอดทุกเลเวล
⚡display CPU / GPU / ROM / RAM / NPU → เริ่ม 1% ไต่ขึ้นทีละ 1% จนถึง 100%
หลักการปรับแต่งตัวหลักบวก software เสริมหากไม่มีปัญหาใหญ่แน่นอน
หากนำไปเขียนจริงไปจัดลำดับให้ถูกต้องเอาเองอันนี้เพียงแค่ต้นฉบับเท่านั้น
ตัวจัดสรรพลังงานอย่างแม่นยำ 99%
Level 1 → Display 60% : CPU 1% : GPU
1% : ROM 1% : RAM 1% : NPU 1%
Level 2 → Display 60% : CPU 2% : GPU 2% : ROM 2% : RAM 2% : NPU 2%
Level 3 → Display 60% : CPU 3% : GPU 3% : ROM 3% : RAM 3% : NPU 3%
Level 4 → Display 60% : CPU 4% : GPU 4% : ROM 4% : RAM 4% : NPU 4%
Level 5 → Display 60% : CPU 5% : GPU 5% : ROM 5% : RAM 5% : NPU 5%
Level 6 → Display 60% : CPU 6% : GPU 6% : ROM 6% : RAM 6% : NPU 6%
Level 7 → Display 60% : CPU 7% : GPU 7% : ROM 7% : RAM 7% : NPU 7%
Level 8 → Display 60% : CPU 8% : GPU 8% : ROM 8% : RAM 8% : NPU 8%
Level 9 → Display 60% : CPU 9% : GPU 9% : ROM 9% : RAM 9% : NPU 9%
Level 10 → Display 60% : CPU 10% : GPU 10% : ROM 10% : RAM 10% : NPU 10%
Level 11 → Display 60% : CPU 11% : GPU 11% : ROM 11% : RAM 11% : NPU 11%
Level 12 → Display 60% : CPU 12% : GPU 12% : ROM 12% : RAM 12% : NPU 12%
Level 13 → Display 60% : CPU 13% : GPU 13% : ROM 13% : RAM 13% : NPU 13%
Level 14 → Display 60% : CPU 14% : GPU 14% : ROM 14% : RAM 14% : NPU 14%
Level 15 → Display 60% : CPU 15% : GPU 15% : ROM 15% : RAM 15% : NPU 15%
Level 16 → Display 60% : CPU 16% : GPU 16% : ROM 16% : RAM 16% : NPU 16%
Level 17 → Display 60% : CPU 17% : GPU 17% : ROM 17% : RAM 17% : NPU 17%
Level 18 → Display 60% : CPU 18% : GPU 18% : ROM 18% : RAM 18% : NPU 18%
Level 19 → Display 60% : CPU 19% : GPU 19% : ROM 19% : RAM 19% : NPU 19%
Level 20 → Display 60% : CPU 20% : GPU 20% : ROM 20% : RAM 20% : NPU 20%
Level 21 → Display 60% : CPU 21% : GPU 21% : ROM 21% : RAM 21% : NPU 21%
Level 22 → Display 60% : CPU 22% : GPU 22% : ROM 22% : RAM 22% : NPU 22%
Level 23 → Display 60% : CPU 23% : GPU 23% : ROM 23% : RAM 23% : NPU 23%
Level 24 → Display 60% : CPU 24% : GPU 24% : ROM 24% : RAM 24% : NPU 24%
Level 25 → Display 60% : CPU 25% : GPU 25% : ROM 25% : RAM 25% : NPU 25%
Level 26 → Display 60% : CPU 26% : GPU 26% : ROM 26% : RAM 26% : NPU 26%
Level 27 → Display 60% : CPU 27% : GPU 27% : ROM 27% : RAM 27% : NPU 27%
Level 28 → Display 60% : CPU 28% : GPU 28% : ROM 28% : RAM 28% : NPU 28%
Level 29 → Display 60% : CPU 29% : GPU 29% : ROM 29% : RAM 29% : NPU 29%
Level 30 → Display 60% : CPU 30% : GPU 30% : ROM 30% : RAM 30% : NPU 30%
Level 31 → Display 60% : CPU 31% : GPU 31% : ROM 31% : RAM 31% : NPU 31%
Level 32 → Display 60% : CPU 32% : GPU 32% : ROM 32% : RAM 32% : NPU 32%
Level 33 → Display 60% : CPU 33% : GPU 33% : ROM 33% : RAM 33% : NPU 33%
Level 34 → Display 60% : CPU 34% : GPU 34% : ROM 34% : RAM 34% : NPU 34%
Level 35 → Display 60% : CPU 35% : GPU 35% : ROM 35% : RAM 35% : NPU 35%
Level 36 → Display 60% : CPU 36% : GPU 36% : ROM 36% : RAM 36% : NPU 36%
Level 37 → Display 60% : CPU 37% : GPU 37% : ROM 37% : RAM 37% : NPU 37%
Level 38 → Display 60% : CPU 38% : GPU 38% : ROM 38% : RAM 38% : NPU 38%
Level 39 → Display 60% : CPU 39% : GPU 39% : ROM 39% : RAM 39% : NPU 39%
Level 40 → Display 60% : CPU 40% : GPU 40% : ROM 40% : RAM 40% : NPU 40%
Level 41 → Display 60% : CPU 41% : GPU 41% : ROM 41% : RAM 41% : NPU 41%
Level 42 → Display 60% : CPU 42% : GPU 42% : ROM 42% : RAM 42% : NPU 42%
Level 43 → Display 60% : CPU 43% : GPU 43% : ROM 43% : RAM 43% : NPU 43%
Level 44 → Display 60% : CPU 44% : GPU 44% : ROM 44% : RAM 44% : NPU 44%
Level 45 → Display 60% : CPU 45% : GPU 45% : ROM 45% : RAM 45% : NPU 45%
Level 46 → Display 60% : CPU 46% : GPU 46% : ROM 46% : RAM 46% : NPU 46%
Level 47 → Display 60% : CPU 47% : GPU 47% : ROM 47% : RAM 47% : NPU 47%
Level 48 → Display 60% : CPU 48% : GPU 48% : ROM 48% : RAM 48% : NPU 48%
Level 49 → Display 60% : CPU 49% : GPU 49% : ROM 49% : RAM 49% : NPU 49%
Level 50 → Display 60% : CPU 50% : GPU 50% : ROM 50% : RAM 50% : NPU 50%
Level 51 → Display 60% : CPU 51% : GPU 51% : ROM 51% : RAM 51% : NPU 51%
Level 52 → Display 60% : CPU 52% : GPU 52% : ROM 52% : RAM 52% : NPU 52%
Level 53 → Display 60% : CPU 53% : GPU 53% : ROM 53% : RAM 53% : NPU 53%
Level 54 → Display 60% : CPU 54% : GPU 54% : ROM 54% : RAM 54% : NPU 54%
Level 55 → Display 60% : CPU 55% : GPU 55% : ROM 55% : RAM 55% : NPU 55%
Level 56 → Display 60% : CPU 56% : GPU 56% : ROM 56% : RAM 56% : NPU 56%
Level 57 → Display 60% : CPU 57% : GPU 57% : ROM 57% : RAM 57% : NPU 57%
Level 58 → Display 60% : CPU 58% : GPU 58% : ROM 58% : RAM 58% : NPU 58%
Level 59 → Display 60% : CPU 59% : GPU 59% : ROM 59% : RAM 59% : NPU 59%
Level 60 → Display 60% : CPU 60% : GPU 60% : ROM 60% : RAM 60% : NPU 60%
Level 61 → Display 60% : CPU 61% : GPU 61% : ROM 61% : RAM 61% : NPU 61%
Level 62 → Display 60% : CPU 62% : GPU 62% : ROM 62% : RAM 62% : NPU 62%
Level 63 → Display 60% : CPU 63% : GPU 63% : ROM 63% : RAM 63% : NPU 63%
Level 64 → Display 60% : CPU 64% : GPU 64% : ROM 64% : RAM 64% : NPU 64%
Level 65 → Display 60% : CPU 65% : GPU 65% : ROM 65% : RAM 65% : NPU 65%
Level 66 → Display 60% : CPU 66% : GPU 66% : ROM 66% : RAM 66% : NPU 66%
Level 67 → Display 60% : CPU 67% : GPU 67% : ROM 67% : RAM 67% : NPU 67%
Level 68 → Display 60% : CPU 68% : GPU 68% : ROM 68% : RAM 68% : NPU 68%
Level 69 → Display 60% : CPU 69% : GPU 69% : ROM 69% : RAM 69% : NPU 69%
Level 70 → Display 60% : CPU 70% : GPU 70% : ROM 70% : RAM 70% : NPU 70%
Level 71 → Display 60% : CPU 71% : GPU 71% : ROM 71% : RAM 71% : NPU 71%
Level 72 → Display 60% : CPU 72% : GPU 72% : ROM 72% : RAM 72% : NPU 72%
Level 73 → Display 60% : CPU 73% : GPU 73% : ROM 73% : RAM 73% : NPU 73%
Level 74 → Display 60% : CPU 74% : GPU 74% : ROM 74% : RAM 74% : NPU 74%
Level 75 → Display 60% : CPU 75% : GPU 75% : ROM 75% : RAM 75% : NPU 75%
Level 76 → Display 60% : CPU 76% : GPU 76% : ROM 76% : RAM 76% : NPU 76%
Level 77 → Display 60% : CPU 77% : GPU 77% : ROM 77% : RAM 77% : NPU 77%
Level 78 → Display 60% : CPU 78% : GPU 78% : ROM 78% : RAM 78% : NPU 78%
Level 79 → Display 60% : CPU 79% : GPU 79% : ROM 79% : RAM 79% : NPU 79%
Level 80 → Display 60% : CPU 80% : GPU 80% : ROM 80% : RAM 80% : NPU 80%
Level 81 → Display 60% : CPU 81% : GPU 81% : ROM 81% : RAM 81% : NPU 81%
Level 82 → Display 60% : CPU 82% : GPU 82% : ROM 82% : RAM 82% : NPU 82%
Level 83 → Display 60% : CPU 83% : GPU 83% : ROM 83% : RAM 83% : NPU 83%
Level 84 → Display 60% : CPU 84% : GPU 84% : ROM 84% : RAM 84% : NPU 84%
Level 85 → Display 60% : CPU 85% : GPU 85% : ROM 85% : RAM 85% : NPU 85%
Level 86 → Display 60% : CPU 86% : GPU 86% : ROM 86% : RAM 86% : NPU 86%
Level 87 → Display 60% : CPU 87% : GPU 87% : ROM 87% : RAM 87% : NPU 87%
Level 88 → Display 60% : CPU 88% : GPU 88% : ROM 88% : RAM 88% : NPU 88%
Level 89 → Display 60% : CPU 89% : GPU 89% : ROM 89% : RAM 89% : NPU 89%
Level 90 → Display 60% : CPU 90% : GPU 90% : ROM 90% : RAM 90% : NPU 90%
Level 91 → Display 60% : CPU 91% : GPU 91% : ROM 91% : RAM 91% : NPU 91%
Level 92 → Display 60% : CPU 92% : GPU 92% : ROM 92% : RAM 92% : NPU 92%
Level 93 → Display 60% : CPU 93% : GPU 93% : ROM 93% : RAM 93% : NPU 93%
Level 94 → Display 60% : CPU 94% : GPU 94% : ROM 94% : RAM 94% : NPU 94%
Level 95 → Display 60% : CPU 95% : GPU 95% : ROM 95% : RAM 95% : NPU 95%
Level 96 → Display 60% : CPU 96% : GPU 96% : ROM 96% : RAM 96% : NPU 96%
Level 97 → Display 60% : CPU 97% : GPU 97% : ROM 97% : RAM 97% : NPU 97%
Level 98 → Display 60% : CPU 98% : GPU 98% : ROM 98% : RAM 98% : NPU 98%
Level 99 → Display 60% : CPU 99% : GPU 99% : ROM 99% : RAM 99% : NPU 99%
Level 100 → Display 60% : CPU 100% : GPU 100% : ROM 100% : RAM 100% : NPU 100%
ซอฟต์แวร์เสริมจ่ายคำสั่งเพื่อพยุงความเสถียรรวมให้อยู่จุดสูงสุด
หรือเรียกสั้นๆ ว่า "ภาษากลางจูนระบบ"
แนวคิดนี้ไม่ได้จำกัดกับสิ่งสิ่งใดสิ่งหนึ่งไปได้กับทั้งมือถือช่วยความลื่นไหลให้เทียบชั้นหรือมากกว่า iPhone หรือ huawei ทำให้ android สามารถทำตลาดได้ดีมากๆแถมแบตเตอรี่ไม่ต้องซ่อมไม่ต้องสร้างใหม่สร้างมือถือครั้งเดียวใช้ได้จนเปลี่ยนเครื่องใหม่แต่แบตเตอรี่ก็ไม่เสื่อมเพราะมีซอฟต์แวร์พยุงไว้อยู่ช่วยในเรื่องยืดอายุการใช้งานสามารถใช้ได้จนหมดแบบไม่ต้องเปลี่ยนแบตเตอรี่แม้จะความจุลดลงเหลือ 30% ก็ยังใช้งานได้ปกติไม่มีสะดุดความเสถียรเท่าเดิมแต่ปริมาณแบตเตอรี่ลดลง
📝 คำอธิบายหลัก
รองรับทุกระบบทุกแพลตฟอร์ม: แอนดรอยด์, คอมพิวเตอร์พีซี, เครื่องเล่นเกมคอนโซล (รวมถึงนินเทนโด สวิตช์), เซิร์ฟเวอร์จูนให้ครบช่วยให้ server training และอุปกรณ์อิเล็กทรอนิกส์ที่มีหน่วยประมวลผลทุกชนิด โดยเฉพาะมือถือช่วยให้มีความเสถียรเพิ่มขึ้นโดยเฉพาะ android apple huawei ที่ใช้ OS ต่างกันก็สามารถทำได้จูนได้เพราะถ้าสามารถเขียนให้เป็นภาษาคำพูดได้โดยตรงแล้วแต่ใช้เวลาสั้นมากๆในการเขียนโค้ดเป็นภาษาคำพูดโดยตรงเพื่อไปแก้ปัญหาที่ npu ช่วยให้ระบบมีความเสถียรแบบทวีคูณอย่างก้าวกระโดด
- ความลื่นไหล: เพิ่มขึ้นอย่างเป็นระบบ สม่ำเสมอ ลดการกระตุกและหน่วงเวลา
- ความเสถียร: 99.% ตลอดการใช้งาน ยาวนานเหมือนเครื่องใหม่ตลอดอายุ
- ความแม่นยำในการจ่ายไฟ: 99% ปรับพอดีตามภาระงานจริง ไม่จ่ายเกิน ไม่ขาด
- การยืดอายุแบตเตอรี่: ลดอัตราการเสื่อมเหลือเพียง 0.8–1.5% ต่อปี
- ผลลัพธ์ทางการตลาด: ช่วยดึงศักยภาพเครื่องรุ่นกลาง/รุ่นเก่า ให้เทียบเท่าหรือใกล้เคียงรุ่นท็อป สร้างความแตกต่างและโอกาสทางการตลาดอย่างมากหรือสามารถใช้ของที่มีอยู่แล้วมาเพิ่มความเสถียรและเพิ่มความสามารถในการเล่นเกมให้เสถียรขึ้น CPUเช่นในมือถือไม่จำเป็นต้องเป็นรุ่นเก่ารุ่นไหนก็ใช้ได้เพราะใช้หลักการเดียวกันไม่จำกัดเฉพาะค่ายเพราะเป็นภาษากลางหลักการเดียวกันตามคณิตศาสตร์
📌 คำศัพท์ที่ควรใช้เพื่อความถูกต้อง:
- ภาษากลาง: เรียกอย่างเป็นทางการว่า "ภาษาคำสั่งแบบสากล" หรือ "ส่วนติดต่อการสั่งงานด้วยภาษาธรรมชาติ"
- ระบบจัดสรรพลังงาน: "นโยบายการจัดสรรทรัพยากรแบบอัจฉริยะ"
- NPU เป็นผู้บังคับบัญชา: "ให้หน่วยประมวลผลประสาท CPU ลดภาระ CPUเป็นตัวควบคุมหลัก"เน้นทำตามรับคำสั่ง ช่วยลดการสร้างซอฟต์แวร์ต้นทุนให้ต่ำลงแต่ใช้ในการเขียนให้ชัดเจนเป็นระบบไม่มีความซับซ้อนลดความซับซ้อนในการวิเคราะห์แต่เขียนให้ชัดเจนเป็นระบบใช้เวลาเรียนรู้เร็วความเสถียรสูงมากและช่วยดึงส่วนแบ่งตลาดมาได้เพราะความเสถียรนั้นน่าตกใจมากๆตั้งแต่ 100% จนถึง 1% สุดท้ายเพราะมีซอฟต์แวร์ลดเพดาน 8 level ต่อ 8%จากเพดานสูงสุดแล้วรีเซ็ตเพดานใหม่ ทุกๆ 10% ทำให้มีความเสถียร 98% ตลอดเวลา แม้ความจุแบตเตอรี่จะลดลงก็ตามแม้ความจุแบตเตอรี่จะลดลงเหลือต่ำกว่ามาตรฐานที่ควรจะเปลี่ยนเหลือเพียงแค่ 30% ก็ยังใช้งานได้แบบความเสถียรสูงมาก
การจูนระบบหลักที่ให้ทำงาน 6 ส่วนหลักที่ชัดเจน
ระบบประมวลผล
เพื่อป้องกันไม่ให้ระบบประมวลผลใช้กำลังไฟเกินไปควรมีซอฟต์แวร์จำกัดเพดาน level<ซอฟต์แวร์แต่ละตัวต้องมีเท่านั้นของความเสถียรขึ้นอยู่กับซอฟต์แวร์ตามข้อข้อแต่ละข้อมีดังนี้
ซอฟต์แวร์เสริม software ช่วยเพิ่มประสิทธิภาพความเสถียรต้องมีเท่านั้น
✅ ซอฟต์แวร์เสริม: จำกัดเลเวลแอป (Per-App Level Limiter)
"จำกัดเพดานเลเวลแยกรายแอปแบบเรียลไทม์ แม้คะแนนความเสถียรลดลงเล็กน้อยแต่ช่วยประหยัดแบตเตอรี่และเพิ่มประสิทธิภาพรวมได้ดีขึ้น
.✅ ซอฟต์แวร์เสริม: พยุงเสถียรภาพฉุกเฉิน
<"หากความเสถียรต่ำกว่า 96% สั่งลดเพดานสูงสุดลง 9% ทันที>
<หากความเสถียรนิ่งให้คงความเสถียรไว้ที่เอาไว้>
<แต่หากความเสถียรไม่เพียงพอเพิ่มเพดานสูงสุด 9% ทันที
<หากความเสถียรเฟรมเรตไม่เพียงพอปรับเพิ่มพลังงานส่วนมากให้พอใช้ทันที่
ในขอบเขต 10 เลเวลกับเพดานสูงสุดของระบบที่มีในนั้น>
2✅<ซอฟต์แวร์เสริม: ควบคุมช่วงแคบ 10 เลเวล
"หากใช้งานแอปหรือเกม → ระบบจะปรับช่วงอัตโนมัติแคบสุดที่ 10 เลเวล (ที่ความเสถียร 99%) พร้อมเผื่อเพดานสำรองสำหรับจ่ายไฟเพิ่มฉุกเฉินทันทีเมื่อภาระงานหนัก"
3✅ ซอฟต์แวร์เสริม: แบตเตอรี่ในขณะการใช้งาน
1.>"หากเปอร์เซ็นต์การใช้งานแบตเตอรี่ลดลงทุก 10% ลดเพดาน 9%ตั้งเพดานใหม่ทุกรอบ<
<สลับกัน>
2.หากเปอร์เซ็นต์แบตเตอรี่กำลังชาร์จเพิ่มขึ้น10% เพิ่มเพดาน 9% ตั้งเพดานใหม่ทุกรอบ<
ที่ตัดรอบทุกครั้งลดปัญหาของการดึงกระแสไฟของแบตเตอรี่เลี่ยงปัญหาแบตเตอรี่เสื่อมไวก่อนอันควร
4.✅ ซอฟต์แวร์เสริม: ยืดอายุแบตเตอรี่ระยะยาวปริมาณความจุแบตเตอรี่
">หากความจุแบตเตอรี่ลดลงทุก10%สั่งลดเพดานลง9%และตั้งเพดานใหม่ทุกรอบ
สลับกัน
หากความจุแบตเตอรี่เพิ่มขึ้นทุก 10% เพิ่มเพดาน 9%ตั้งเพดานใหม่ทุกรอบ ตามสัดส่วนเดิม
ทั้งลดและเพิ่ม ปรับตามสัดส่วน 1:1 เสมอ"<
โดยเฉพาะซอฟต์แวร์ตัวนี้สำคัญสุดๆช่วยยืดอายุการใช้งานแบตเตอรี่ไม่จำเป็นต้องเปลี่ยนแบตเตอรี่บ่อยช่วยลดต้นทุนตอนสร้างแบตเตอรี่ได้พอสมควรเพราะการตัดแต่ละรอบช่วยให้สามารถไม่ให้แบตเตอรี่ดึงกระแสไฟหนักเกินไปทำให้คะแนนความเสถียรเท่าเดิมแต่คะแนนความแรงของอันตูตู้ลดลงแต่อันนี้ไม่สำคัญคะแนนความเสถียรสูงแม้เปอร์เซ็นต์แบตเตอรี่จะลดลงเป็นลำดับขั้น แม้ความจุเปอร์เซ็นต์แบตเตอรี่จะลดลงเหลือ 90% 80% 70% 60% 50% 40% 30% 20% 10% ต่อให้เหลือเปอร์เซ็นต์ที่น้อยมากๆก็ยังใช้งานได้เหมือนตอนซื้อเครื่องใหม่อยู่ได้แย่ที่สุดคือ 60 ปีนานที่สุดคือ 112 ปี กว่าจะได้ตัดรอบ 2 รอบ 3 ก็ปาไปแล้วสมมุติว่า 1% ต่อรอบที่1ปี 10 ปีหัก 10% รอบ 2 10% 20 ปี
นี่แหละเป็นซอฟต์แวร์ช่วยยืดอายุแบตเตอรี่ได้ยาวนานที่สุดแบตเตอรี่ที่พูดถึงก็คือซิลิคอนคาร์บอนครับ
5.✅ ซอฟต์แวร์เสริม: พพยุงเฟรมเรตฉุกเฉินระยะสั้น ผู้ช่วย 1-2-3ตัว
1.<หากภาระงานพุ่งสูงฉุกเฉิน →
ให้ใช้คำสั่งเพิ่มเพดานที่ใช้ได้ในเพดานทั้งหมดทันที และดึงเพดานสำรองขึ้นถึงขีดสุดชั่วคราวเพื่อพยุงเฟรมเรตทันที>
2.<หากภาระงานเพิ่มกะทันหันสั่งเพิ่มพลังงานสำรองในเพดานที่ใช้ได้ในเพดานนั้นทั้งหมดมาประคองFPSทันที
3<"หากภาระงานเพิ่มกะทันหัน → สั่งเพิ่มพลังงานสำรองในเพดานที่ใช้ได้ทั้งหมด มาประคองเฟรมเรตล่วงหน้าทันที"
6>ซอฟต์แวร์เสริม: โหมดฉุกเฉิน 1% (แบตเตอรี่ฟื้นคืนชีพ)
">หากชาร์จกลับมาถึง 1% หลังแบตหมด → สั่งลดเพดานลง 81% ส่งผลให้เพดานเหลือ 19 level ทันที<
เพื่อรักษาเสถียรภาพและป้องกันเครื่องดับกะทันหัน ยามฉุกเฉินสำหรับติดต่อสื่อสาร""
9.จูนซอฟต์แวร์ตามประเภทจอ ควรปรับปรุงเวลาเขียนให้เขียนแยกออกจากกันอย่างชัดเจนไม่เอามาปนกันความเสถียรจะหายไป
ซอฟต์แวร์เสริม: จูนอัปตามประเภทหน้าจอ (Display-Specific Tuning Engine)
"แยกการจูนอัตราการจ่ายไฟและเฟรมเรตตามชนิดหน้าจอแสดงผลโดยเฉพาะทาง เนื่องจากจอแต่ละประเภทมีคุณสมบัติฮาร์ดแวร์ต่างกัน เพื่อรีดประสิทธิภาพ ความลื่นไหล และการประหยัดพลังงานสูงสุดแบบเฉพาะรุ่นหน้าจอต้องเขียนตามที่ระบุไว้เพื่อให้ระบบสามารถจัดสรรและความเสถียรตรงตามประเภทหน้าจอและจัดสรรพลังงานได้แบบเรียลไทม์การเขียนจูนประเภทหน้าจอต้องเขียนแบบตรงๆไปเลยไม่ต้องเขียนคำอธิบายเพิ่มเติมระบบจะไม่เข้าใจทันทีแต่ให้เขียนให้จูนตรงตามประเภทหน้าจอที่ผมเขียนไว้ทั้งหมดให้ตรงๆไปเลยลดความซับซ้อนในการเขียนซอฟต์แวร์จัดสรรพลังงานที่ซับซ้อนแต่เขียนจูนให้ตรงตามหน้าจอหน้าจอไหนมีลักษณะทำงานแบบไหนให้เขียนแบบนั้นเหมือนที่ผมเขียนไว้เป๊ะๆ
9./ 1. เขียนซอฟต์แวร์เฉพาะจอคงที่ (AMOLED/OLED/IPS):
- รองรับความถี่: 30 / 60 / 90 / 120 / 144 / 165 / 180 / 200 / 240 Hz
- การตอบสนองสัมผัส = ความถี่หน้าจอพอดี 1:1 เสมอ HZ/FPS 1:1
- พลังงานปรับลดได้ตามระดับจอควที่ 2. จออัจฉริยะ (LTPO/LTPS):
- รองรับความถี่: 1–165 / 1–180 / 1–240 Hz/FPS1:1 >จูนส่วนที่ 1/ 1. จอคงที่ (AMOLED/OLED/IPS):: 30/60/90/120/144/165Hz/FPS | จูนส่วนชั้นที่ 2-3
(เขียนให้ตรงตามหน้าจอเขียนง่ายๆตามนี้)
จอแสดงผล refresh Rate คงที่เจอชนิดหน้าจอ AMOLED OLED IPSLCD
30/60/90/120/144/165/??/FPS/HZ
2.>Refresh rate Power ลดลง-XX% / บวกเพิ่ม+XX%
3.>Touch Samping Rate Power ลดลงบวกเพิ่ม-XX% +XX%<
จูนคู่กัน | Power: -XX% / +XX% เท่ากัน เขียนจูน 3 อย่างเขียนระบุชัดว่าสำหรับจอคงที่กับจออิสระเขียนแยกกัน เขียนซอฟต์แวร์ระบุตัวเลขตาม hz หน้าจอแล้วก็จูน touch ✅
(หมายเหตุเขียนให้ตรงไปเขียนง่ายตามนี้)
จอแสดงผล refresh Rate
- จออัจฉริยะ (LTPO/LTPS): Refresh: 1~165Hz/FPS (ปรับอัตโนมัติ) | Power: -XX% / +XX% Touch: ปรับตาม Refresh แบบ 1:1 | Power: -XX% / +XX% เท่ากัน .>Refresh rate Power ลดลง-XX% / บวกเพิ่ม+XX% 3.>Touch Samping Rate Power ลดลงบวกเพิ่ม -XX% +XX%
CPU GPU RAM ROM NPU 1 _2 layer
จูนประสิทธิภาพต่อพลังงาน
.จูน display :ประสิทธิต่อพลังงาน
display -XX% +XX%
10.จูนฝั่ง CPU: จูนประสิทธิภาพต่อพลังงาน[ CPU: -XX% / +XXX% ]
11.จูนฝั่ง GPU: จูนประสิทธิภาพต่อพลังงาน [ GPU: -XX% / +XXX% ]
13.จูนฝั่ง (ROM/RAM): จูนประสิทธิภาพ
ลดลง - x% บวกเพิ่ม + xxx%
-XX%/ +XXX %อ่าน/เขียน/ความเร็ว
12.จูนฝั่ง NPU : จูนประสิทธิภาพต่อ
พลังงาน [NPU] -XX%/ +XXX %
จูนROM/RAM2 ชชั้นสำคัญมา
(ROM/ RAM)ปรับแต่ง 2 ชั้นลดความหน่วง
2 layerกลุ่มจูน 2 ชั้นไม่ให้มีคอขวดเพิ่มความลื่นไหลในการใช้งานจริงทุกรูปแบบทั้งอัพโหลดวีดีโอขึ้นแพลตฟอร์มทั้งใช้งานจริงตามภาระงาน<
ชั้นที่ 2 จูน RAM: ปรับประสิทธิภาพความเร็วในการอ่าน-เขียน [ RAM: -XX% /
+XX% (ความเร็วการอ่าน-เขียน) ]
16ซอฟต์แวร์เสริม
ชั้นที่ 2 จูน ROM: ปรับประสิทธิภาพความเร็วในการอ่าน-เขียน [ ROM: -XX% /
+XX% (ความเร็วการอ่าน-เขียน)
“จัดสรรอัจฉริยะเฉพาะส่วนที่ใช้งานจริงเท่านั้น ตัดภาระงานที่ไม่จำเป็นออกทันที ไม่จองพื้นที่ล่วงหน้าเกินความต้องการดึงมาใช้งานหน้างานตามจำเป็นไม่ใช้แรมก็พับเก็บ ทำให้เปิดแอปได้เยอะ คงความลื่น และประหยัดพลังงาน”
ตัวนี้สำคัญมากความเร็วอินเตอร์เน็ตเขียนง่ายไม่มีขยะใช้งานได้ตามแพคเกจ
14.ซอฟต์แวร์เสริมความเร็วอินเตอร์เน็ต. >Internet 4G/5G /WiFi _1_MAX /Kbps/ Mbps/Gbps/ Tbps/ - xx% +xx%ความเร็วอินเตอร์เน็ต<
ประสิทธิภาพต่อพลังงาน -xx% + xx%<
15.ซอฟต์แวร์เสริมช่วยการสั่งงานเป็นระบบโดยลดตำแหน่งของ CPU แล้วให้ npu มาเป็นผู้บังคับบัญชา
[ NPU ล็อกประมวลผลตามจริง 1%-100% Safety ]
การให้ npu เป็นผู้สั่งการเพียงหนึ่งเดียวจัดสรรพลังงาน สั่งการตรงไม่เดาสุ่ม พร้อมความปลอดภัยในตัวแต่สั้นกระชับ<
ซอฟต์แวร์เสริมจูนNPUให้ การสื่อสารของมนุษย์ธรรมดาโดยเปลี่ยนให้เป็นภาษาคำพูดด้วยการเขียนโค้ดเป็นภาษาคำพูดโดยตรงธรรมชาติภาษากลางการเทรนนิ่ง npu อัพเกรดให้เป็นสมองกลหลักให้รู้จักบริบทการสื่อสารด้วยภาษากลางเปลี่ยนเป็นโค้ดภาษาพูดโดยตรงด้วยการ training พื้นฐานทั่วไปมีดังนี้ จจูนให้เน้นรับคำสั่งจากโค้ดภาษาใหม่ธรรมชาติโดยตรง
(1. (ฟัง/อ่าน) /2.(เข้าใจเจตนา)/3.(ตีความเจตนา)/ 4.(ตอบสนอง)ส่วนใหญ่มักบอกให้แค่จูนให้เข้าใจความเข้าใจคือรู้แต่ไม่สามารถตอบสนองได้เลยต้องจูน 4 ขั้นตอนให้ถูกต้องของการสื่อสาร
แคแค่นี้ก็สามารถให้เขียนโค้ดเป็นภาษาคำพูดได้โดยตรงแก้ปัญหาได้หลายอย่างเขียนโค้ดเป็นภาษาคำพูดโดยตรงไม่ได้
Top comments (0)