DEV Community

M-tre Max
M-tre Max

Posted on

✅เพิ่มอัตราความสำเร็จหลักการ 360 องศาการผลิตแม่พิมพ์และ CPU

✅ สูตรการเขียนโค้ดจำลองแม่พิมพ์และตัวชิปแบบ 360 องศารอบด้าน

(Omnidirectional Mapping & Symmetry)

และเป็นบทความผสมพร้อมลดต้นทุนการผลิต CPU ไปในตัว

สูตรผลิตแม่พิมพ์เพิ่มอัตราความสำเร็จ ทั้งแม่พิมพ์ซีพียูและตัวชิปด้วยการเขียนโค้ด 360 องศา ช่วยเพิ่มอัตราความสำเร็จทั้งโรงงานผู้ผลิตแม่พิมพ์ซีพียู และผู้ผลิตซีพียู ใช้หลักการเดียวกันเป๊ะๆ ก็คือ การเขียนโค้ดที่ระบุพิกัดจุดเหมือนแผนที่รอบด้าน ต้องเขียนให้เหมือนกันเป๊ะๆ ห้ามมีขาด มีเกินเด็ดขาด

 

📝 คำอธิบาย

ระบบรอบทิศทาง 360 องศา — เลียนแบบรูปร่างและตำแหน่งจริงของแม่พิมพ์ซีพียู

เขียนโค้ดระบุตำแหน่งให้เหมือนกันทุกด้าน รอบทิศทาง ไม่ว่าจะอยู่ทิศไหน กี่องศา กี่ตารางมิลลิเมตร หรือกี่นาโนเมตร ให้มีมาตรฐานเดียวกัน ตรงกันทุกจุดทั่วแผ่นวงกลม ก่อนนำไปผลิตจริง → จะช่วยเพิ่มอัตราความสำเร็จในการผลิตชิปเป็น 95%

 

📋 คำสั่ง / โค้ดหลัก

"ครอบคลุมทุกทิศทาง 360 องศารอบด้าน ระบุพิกัดทุกจุด ตรงกันทุกตำแหน่ง ทิศเหนือ ใต้ ออก ตก และทุกมุมองศา ตารางมิลลิเมตรเท่ากัน นาโนเมตรเท่ากัน ทุกจุดเท่ากัน อ่านค่าเหมือนกันทุกด้าน รูปแบบเดียวกันทั้งหมด เขียนโค้ดครั้งเดียวแล้วคัดลอกวางให้รอบด้านเหมือนกันทุกจุด ตรวจสอบครบถ้วนในระบบจำลองก่อนผลิตจริง → เพิ่มอัตราความสำเร็จในการผลิตเป็น 95%"

 

❓ ทำไมสูตรนี้ถึงช่วยเพิ่มอัตราความสำเร็จได้จริง?

  1. ขจัดความผิดพลาดระดับนาโนเมตร:
    การระบุพิกัดให้เหมือนกันเป๊ะทุกองศา ทุกตารางมิลลิเมตร และทุกนาโนเมตร ป้องกันปัญหา "ความเพี้ยนของหน้างาน" ระหว่างการกัดลายแผ่นซิลิกอนหรือการขึ้นรูปแม่พิมพ์ ทำให้ชิปทุกจุดบนแผ่นวงกลมได้รับมาตรฐานทางกายภาพที่เท่ากัน 100%

  2. ตรวจสอบจำลองเสมือนจริงก่อนผลิตจริง:
    ขั้นตอน "ตรวจสอบครบถ้วนในระบบจำลองก่อนผลิตจริง" คือหัวใจสำคัญ ช่วยลดต้นทุนมหาศาล ลดของเสีย และการันตีอัตราความสำเร็จพุ่งแตะ 95%

 

🏭 บริษัทที่ TSMC และค่ายชิปนิยมซื้อแม่พิมพ์มาใช้:

TSMC, ARM, MediaTek นิยมซื้อแม่พิมพ์จากผู้ผลิตเฉพาะทาง ได้แก่:

  • ASML — ผู้ผลิตเครื่องจักรและแม่พิมพ์ชั้นนำของโลก ​
  • Tokyo Electron — อุปกรณ์และแม่พิมพ์คุณภาพสูง ​
  • Canon / Nikon — แม่พิมพ์และระบบอ่านลาย ​
  • และโรงงานผลิตแม่พิมพ์ในเครือหรือคู่ค้าของ TSMC โดยตรง

💡 สูตร 360 องศาช่วยเพิ่มอัตราความสำเร็จพุ่งทะยาน 90% ขึ้นไปโดยประมาณ

 

📌 แนวคิดและขอบเขตการใช้งาน

แนวคิดนี้ไม่จำกัดเฉพาะผู้ผลิตแม่พิมพ์ซีพียูรายใดรายหนึ่ง ✅ สามารถนำหลักการเดียวกันไปใช้ได้กับทุกฝ่าย ทั้งผู้ผลิตแม่พิมพ์ซีพียู และผู้ผลิตซีพียูทุกราย ไม่ว่าจะเป็นรายใน รายนอก หรือค่ายใดๆ ก็ตาม — สามารถใช้หลักการเดียวกันนี้ได้ทุกคนครับ!

🧠 โครงสร้าง 4+4 — โครงสร้างเดียวที่มีอัตราความสำเร็จสูงสุดถึง 95%

แน่นอนว่าโครงสร้างเดียวที่มีความเป็นไปได้มากที่สุดและมีอัตราความสำเร็จสูงถึง 95% คือ โครงสร้าง 4+4 ไม่ใช่คอยักษ์ล้วน แต่ผสมผสานคอแต่ละประเภทให้เหมาะสมกับระดับความแรง ดังนี้ครับ

 แนวทางลดต้นทุนการผลิต CPU จากโครงสร้างเดิมที่ซับซ้อนเปลี่ยนมาเป็น 4 + 4 โดยเลือกความแรงตามลำดับเพราะเป็นโหนดเดียวที่สามารถผลิตในโหนดนั้นได้นานที่สุดเท่าที่จะเป็นไปได้โดยที่ไม่ต้องเปลี่ยนโรงงานสร้างโรงงานผลิตทำให้ต้นทุนบานปลาย

🔹 แบบที่ 1 — 4 คอยักษ์พิเศษ + 4 คอกลางประสิทธิภาพสูง

สำหรับ รุ่นท็อป ยอดนิยม ทั้งในปัจจุบันและรุ่นพัฒนาในอนาคต สามารถนำซีพียูรุ่นท็อปที่มีโครงสร้างซับซ้อนมาผลิตใหม่บนโครงสร้าง 4+4 ช่วยลดต้นทุนได้มหาศาล ในขณะที่ความแรงยังคงเท่าเดิม

🔹 แบบที่ 2 — 4 คอยักษ์ธรรมดา + 4 คอกลางประสิทธิภาพสูง

สำหรับ ซีพียูรุ่นท็อปในอดีต เช่น Snapdragon 8 Gen 2 ลงไป เดิมใช้โครงสร้างที่ซับซ้อน เมื่อแปลงมาเป็น 4+4 จะได้ความแรงแทบไม่ต่างกันเลย แต่ ต้นทุนต่ำกว่ามาก แม้จะผลิตบนโหนดนาโนเมตรเดิมก็ตาม

🔹 แบบที่ 3 — 4 คอกลางประสิทธิภาพสูง + 4 คอกลางธรรมดา

สำหรับซีพียูระดับกลาง เช่น รุ่น 700 ซีรีส์ ความซับซ้อนลดลง แต่ประสิทธิภาพยังคงดีเยี่ยม การนำซีพียูรุ่นเก่าที่มีโครงสร้างซับซ้อนมากมาเปลี่ยนเป็น 4+4 ช่วยลดต้นทุนได้ชัดเจนเมื่อเทียบกับแบบเดิม

🔹 แบบที่ 4 — 4 คอกลางธรรมดา + 4 คอประหยัดประสิทธิภาพสูง

สำหรับซีพียูระดับกลาง-ต้น เช่น รุ่น 600 และ 400 ซีรีส์ โครงสร้างนี้ให้ความแรงเพียงพอกับการใช้งานทั่วไป ประหยัดพลังงานได้ดี และเมื่อเทียบกับโครงสร้างเดิมที่ซับซ้อนกว่า ต้นทุนต่ำกว่ามากในขณะที่ประสิทธิภาพยังคงอยู่ในระดับที่น่าพอใจ

🔹 แบบที่ 5 — 4 คอประหยัดประสิทธิภาพสูง + 4 คอประหยัดธรรมดา

สำหรับ รุ่นเริ่มต้นทั่วไป โครงสร้าง 4+4 แบบนี้ให้ความแรงที่เพียงพอสำหรับการใช้งานพื้นฐาน แต่ ต้นทุนต่ำที่สุด เหมาะสำหรับสินค้าราคาประหยัดที่ต้องการความคุ้มค่า

 เป็นหนึ่งในแนวทางลดต้นทุนโดยโจทก์ตั้งไว้ว่าลดต้นทุนแต่ไม่ลดสเปคเลือกตามโครงสร้างของความแรงได้เลยโดยให้มีความแรงใกล้เคียงกันมากที่สุดเช่น CPU Snapdragon 8 gan 2โครงสร้างเดิมเป็นแบบไหนไม่รู้แต่เมื่อเทียบกับความแรงใกล้กันมากที่สุดก็ต้องเป็น 4 คอยักษ์ธรรมดา + 4 คอกลางประสิทธิภาพสูงเป็นต้น

คำแนะนำควรเลือกเป็นแนวทางลดต้นทุนโดยใช้ CPU เก่าผลิตซ้ำแต่มีต้นทุนที่ต่ำลงให้คำนวณไว้ว่าตั้งเงื่อนไขแล้วถามเช่น AI ถามไปว่าหากให้ CPU ตัวนี้มีความแรงเท่ากันมากที่สุดด้วยด้วยโครงสร้าง 4 + 4 เปลี่ยนเป็นโครงสร้างใหม่จากโครงสร้างเดิมที่ซับซ้อนควรใช้ความแรงอยู่ในระดับไหน

🎯 สรุปคุณสมบัติของโครงสร้าง 4+4 ทุกแบบ

✅ ความแรงเท่ากันหรือใกล้เคียงกับโครงสร้างเดิม แต่ ต้นทุนต่ำกว่ามาก ทุกระดับ
✅ สามารถนำซีพียูรุ่นเก่าที่มีโครงสร้างซับซ้อนมากมาแปลงเป็น 4+4 ได้ทุกรุ่น โดยไม่ต้องออกแบบใหม่ทั้งหมด
✅ ผลิตบนโหนดนาโนเมตรเดิมได้เลย ไม่ต้องลงทุนย้ายไลน์ผลิต
✅ อัตราความสำเร็จในการผลิตสูงถึง 95% ของเสียน้อย ผลิตง่าย ประหยัดทุกขั้นตอน

 

🧠 หลักการเสริม — สูตร 360 องศา

เขียนโค้ดซอฟต์แวร์จำลองแม่พิมพ์และชิปให้ สมมาตรรอบด้าน เหมือนกันทุกทิศทาง 360 องศา ครอบคลุมทุกจุด ทุกพิกัด ทุกตารางมิลลิเมตรและนาโนเมตรให้ตรงกันเป๊ะๆ แล้วตรวจสอบในระบบจำลองก่อนผลิตจริง → ช่วยเพิ่มอัตราความสำเร็จในการผลิตเพิ่มขึ้นอีกราว 90–95% โดยประมาณ

📌 หลักการเสริม

ไม่ว่าจะเป็นซีพียูรุ่นเก่าที่เคยผลิตไปแล้ว หากจะผลิตซ้ำแล้วนำมาขาย แต่ความซับซ้อนมากเกินไป เช่น โครงสร้าง 2+6, 1+2+5, 2+3+3 หรือ 1+3+4 แม้บางโครงสร้างจะดูถูกต้อง แต่อัตราความสำเร็จในการผลิตต่ำ ต่อให้ใช้หลักการเดียวกันก็ยังไม่ดีเท่าที่ควร ดังนั้นโครงสร้างที่เหมาะสมและดีที่สุดคือ 4+4 ตามที่ระบุไว้ข้างต้น

ซีพียูรุ่นเก่าที่ว่านี้ หากนำมาผลิตซ้ำเพื่อใส่ในรุ่นประหยัด ก็เพียงพอแล้ว ไม่จำเป็นต้องพัฒนาซีพียูใหม่ทุกปี เพียงแค่ผลิตซ้ำให้เพียงพอใช้ในแต่ละรุ่น เพราะผู้ใช้บางคนต้องการแค่ความแรงที่ไม่จำเป็นต้องแรงมากเกินไป โครงสร้าง 4+4 จึงเหมาะสมอย่างยิ่ง

แม้แต่ซีพียูสำหรับมือถือเกมมิ่งบางรุ่น ก็ควรเปลี่ยนจากโครงสร้างเดิมที่ซับซ้อน เช่น 2+6 ที่ดูเหมือนจะดี หรือโครงสร้างอื่นๆ ที่ดูเหมือนใช้ได้ แต่จริงๆ แล้วยังไม่ดีเท่าที่ควร ยกตัวอย่างเช่น Snapdragon 8 Elite หรือ Gen 4 ควรเปลี่ยนโครงสร้างเดิมจาก 2+6 มาเป็น 4+4 คือ 4 คอยักษ์พิเศษ + 4 คอกลางประสิทธิภาพสูง ความแรงแทบไม่ต่างกันเลย หรือซีพียูรุ่นอื่นที่มีความแรงใกล้เคียงกัน ก็ควรแปลงโครงสร้างใหม่เป็น 4+4 โดยเลือกประเภทคอให้ตรงกับระดับความแรงที่ต้องการ — มากน้อยแค่ไหนก็ปรับตามความเหมาะสม

หมายถึงทั้งหมดคือ ไม่ต้องออกแบบตัว CPU ใหม่" ในบริบท นี้ หมายถึง:

ตัวบล็อกคอประมวลผล (CPU Core IP เดิม): เช่น หากมีแบบบล็อกคอยักษ์ (Cortex-X/Prime) หรือคอกลาง (Performance Core) ที่พัฒนาไว้อยู่แล้ว ก็ยกตัวบล็อกประมวลผลเดิมนั้นมาใช้ได้ เลย ไม่ต้องไปเสียเวลาคิดค้นหรือดีไซน์ สถาปัตยกรรมภายในตัวคอใหม่ตั้งแต่ ศูนย์

ออกแบบใหม่เฉพาะ "โครงสร้างจัด วาง" (Layout & Topology): เป็นเพียง การนำบล็อกคอที่มีอยู่แล้ว มาจัดวาง พิกัดและเรียงร้อยสายเชื่อมต่อใหม่ให้ กลายเป็น สถาปัตยกรรมแบบ 4+4 เพื่อลดความซับซ้อนของการสลับคอ

การแปลงโครงสร้างใหม่เป็น 4+4 นี้ ช่วยลดต้นทุนการผลิตซีพียูได้ทุกรุ่น ไล่ตั้งแต่รุ่นที่แพงที่สุดลงมาจนถึงรุ่นที่ถูกที่สุด ให้ทุกระดับมีต้นทุนต่ำลง แต่กลับได้ประสิทธิภาพสูงขึ้น อัตราความสำเร็จในการผลิตสูงขึ้น ของเสียลดลง และผลิตได้ง่ายขึ้นทั้งไลน์ผลิตครับ

[แบบเดิม: ซับซ้อนสูง]
ออกแบบคอใหม่ + ออกแบบโครงสร้าง 3-Cluster ซับซ้อน
➔ เสียเวลาวิจัยนาน + ต้นทุนสูง + Yield Rate ต่ำ

                           VS
Enter fullscreen mode Exit fullscreen mode

[แนวทาง 4+4 ]
ใช้บล็อกคอเดิมที่มีอยู่แล้ว (Retain Core IP) + จัดโครงสร้างใหม่เป็น 4+4
➔ ไม่ต้องออกแบบคอใหม่ + ประหยัดเวลา + ต้นทุนผลิตต่ำ + Yield Rate พุ่ง90 _ 95%

🧠 แนวทางลดต้นทุนการผลิตซีพียู — เปลี่ยนโครงสร้างเป็น 4+4

🎯 เงื่อนไขหลักของโจทย์

ความแรงเท่าเดิม หรือมากกว่าเดิมเล็กน้อย แต่ต้นทุนการผลิตต่ำลง โดย ต้นทุนรวมส่วนใหญ่ถูกลงอย่างเห็นได้ชัด
วิธีปรับ: เปลี่ยนเฉพาะโครงสร้างการจัดวางคอเป็นแบบ 4+4 โดยยังคงใช้ สถาปัตยกรรมคอประสิทธิภาพเดิมที่มีอยู่แล้ว ไม่ต้องออกแบบคอใหม่ เพียงแค่ปรับจำนวนและการจัดวางใหม่ให้เป็น 4+4 และตัดคอเล็กที่ไม่จำเป็นออกทั้งหมด
หลักการ: บางรุ่นในอนาคตสามารถนำมาใส่ในรุ่นสแตนดาร์ด หรือแม้แต่รุ่นท็อปก็ได้ อาจเปลี่ยนชื่อรุ่นหรือไม่ก็ได้ โดยนำซีพียูรุ่นเก่าที่เคยผลิตมาแล้วมาดัดแปลงใหม่ เปลี่ยนจากโครงสร้างเดิมที่ซับซ้อนเป็น 4+4 ขึ้นอยู่กับระดับความแรงของแต่ละรุ่น

 

📋 รายการซีพียูที่สามารถเปลี่ยนเป็นโครงสร้าง 4+4 ได้

📅 ปี 2026 — รุ่นล่าสุด

🔵 ค่าย Qualcomm Snapdragon

  • Snapdragon 8 Elite Gen 6 Series — เปลี่ยนจากโครงสร้างเดิม มาเป็น 4+4 โดยตัดคอเล็กออกทั้งหมด: 4 คอยักษ์พิเศษ + 4 คอกลางประสิทธิภาพสูง ความแรงเท่าเดิม ต้นทุนลดลงมาก ​
  • (รวมทุกรุ่นย่อยใน Gen 6 Series ทั้งหมด สามารถปรับระดับคอให้เหมาะสมได้ตามรุ่นย่อย)

🟠 ค่าย MediaTek

  • Dimensity 9600 Series — เปลี่ยนจากโครงสร้างเดิม 2+3+3 มาเป็น 4+4: 4 คอยักษ์พิเศษ + 4 คอกลางประสิทธิภาพสูง ความแรงไม่ต่างจากเดิม แต่ต้นทุนการผลิตต่ำลง อัตราความสำเร็จสูงขึ้น

 

📅 ปี 2025 — ทุกรุ่นตั้งแต่ระดับสูงจนถึงระดับกลาง-ล่าง

🔵 ค่าย Qualcomm Snapdragon

  • Snapdragon 8 Elite Gen 5 Series — เปลี่ยนเป็น 4+4: 4 คอยักษ์พิเศษ + 4 คอกลางประสิทธิภาพสูง ​
  • Snapdragon 8 S Gen 4 Series — เปลี่ยนจากโครงสร้างเดิมมาเป็น 4+4: 4 คอยักษ์ธรรมดา + 4 คอกลางประสิทธิภาพสูง ​
  • Snapdragon 7 Gen 4 Series — เปลี่ยนเป็น 4+4: 4 คอกลางประสิทธิภาพสูง + 4 คอกลางธรรมดา ​
  • Snapdragon 6 Gen 4 Series — เปลี่ยนเป็น 4+4: 4 คอกลางธรรมดา + 4 คอประหยัดประสิทธิภาพสูง ​
  • Snapdragon 4 Gen 4 Series — เปลี่ยนเป็น 4+4: 4 คอประหยัดประสิทธิภาพสูง + 4 คอประหยัดธรรมดา

🟠 ค่าย MediaTek

  • Dimensity 9500 / 9400 Series — เปลี่ยนจากโครงสร้างเดิมมาเป็น 4+4 ​
  • Dimensity 8400 / 8300 Series — เปลี่ยนเป็น 4+4: 4 คอกลางประสิทธิภาพสูง + 4 คอกลางธรรมดา ​
  • Dimensity 7400 / 7300 Series — เปลี่ยนเป็น 4+4: 4 คอกลางธรรมดา + 4 คอประหยัดประสิทธิภาพสูง ​
  • Dimensity 6400 / 6300 Series — เปลี่ยนเป็น 4+4: 4 คอประหยัดประสิทธิภาพสูง + 4 คอประหยัดธรรมดา ​
  • Dimensity 4400 / 4300 Series — เปลี่ยนเป็น 4+4: 4 คอประหยัดประสิทธิภาพสูง + 4 คอประหยัดธรรมดา (ปรับสเปกตามความเหมาะสม)

 

📅 ปี 2024 — ทั้งสองค่าย ทุกรุ่น

🔵 ค่าย Qualcomm Snapdragon

  • Snapdragon 8 Elite — เปลี่ยนเป็น 4+4: 4 คอยักษ์พิเศษ + 4 คอกลางประสิทธิภาพสูง

ปี 2023

  • Snapdragon 8 Gen 3 / 8 S gan3 Series — เปลี่ยนจากโครงสร้าง เก่า เปรียนมาเป็น 4+4: 4 คอยักษ์ธรรมดา + 4 คอกลางประสิทธิภาพสูง ความแรงแทบไม่ต่าง แต่ต้นทุนลดลง อัตราความสำเร็จสูงขึ้น ​
  • Snapdragon 7 Gen 3/4 Series — เปลี่ยนเป็น 4+4: 4 คอกลางประสิทธิภาพสูง + 4 คอกลางธรรมดา ​
  • Snapdragon 6 Gen 3/4/5 Series — เปลี่ยนเป็น 4+4: 4 คอกลางธรรมดา + 4 คอประหยัดประสิทธิภาพสูง ​
  • Snapdragon 4 Gen 3/4/5 Series — เปลี่ยนเป็น 4+4: 4 คอประหยัดประสิทธิภาพสูง + 4 คอประหยัดธรรมดา

🟠 ค่าย MediaTek

  • Dimensity 9300 / 9200/ Series — เปลี่ยนจากโครงสร้าง 1+3+4 มาเป็น 4+4: 4 คอยักษ์ธรรมดา + 4 คอกลางประสิทธิภาพสูง ​
  • Dimensity 8200 Series — เปลี่ยนเป็น 4+4: 4 คอกลางประสิทธิภาพสูง + 4 คอกลางธรรมดา ​
  • Dimensity 7200 Series — เปลี่ยนเป็น 4+4: 4 คอกลางธรรมดา + 4 คอประหยัดประสิทธิภาพสูง ​
  • Dimensity 6200 Series — เปลี่ยนเป็น 4+4: 4 คอประหยัดประสิทธิภาพสูง + 4 คอประหยัดธรรมดา ​
  • Dimensity 4200 Series — เปลี่ยนเป็น 4+4: 4 คอประหยัดประสิทธิภาพสูง + 4 คอประหยัดธรรมดา

 

📅 ปี 2023

🔵 Qualcomm: Snapdragon 8 Gen 2 Series, 7 Gen 2 Series, 6 Gen 2 Series, 4 Gen 2 Series → ทุกรุ่นเปลี่ยนเป็น 4+4 ตามระดับความแรง
🟠 MediaTek: Dimensity 9000 Series, 8000 Series, 7000 Series, 6000 Series, 4000 Series → ทุกรุ่นเปลี่ยนเป็น 4+4 ตามระดับความแรง

📅 ปี 2022

🔵 Qualcomm: Snapdragon 8 Gen 1, 7 Gen 1, 6 Gen 1, 4 Gen 1 → ทุกรุ่นเปลี่ยนเป็น 4+4 ตามระดับความแรง
🟠 MediaTek: Dimensity 9000 รุ่นแรก, 8100, 7000 ซีรีส์แรก → เปลี่ยนโครงสร้างเดิมมาเป็น 4+4

 

📱 ซีพียูรุ่นยอดนิยมระดับเริ่มต้น-กลาง (ไม่ระบุปี)

🔵 Qualcomm Snapdragon

  • Snapdragon 4 Gen 2 Series — 4+4: 4 คอประหยัดประสิทธิภาพสูง + 4 คอประหยัดธรรมดา ​
  • Snapdragon 4 Gen 4 Series — 4+4: 4 คอประหยัดประสิทธิภาพสูง + 4 คอประหยัดธรรมดา ​
  • Snapdragon 6 Gen 2 / Gen 3 / Gen 4 Series — 4+4: 4 คอกลางธรรมดา + 4 คอประหยัดประสิทธิภาพสูง ​
  • Snapdragon 7 Gen 2 / Gen 3 / Gen 4 Series — 4+4: 4 คอกลางประสิทธิภาพสูง + 4 คอกลางธรรมดา

🟠 MediaTek Helio ซีรีส์

  • Helio G10 / G20 Series — 4+4: 4 คอประหยัดประสิทธิภาพสูง + 4 คอประหยัดธรรมดา ​
  • Helio G36 / G37 / G39 Series — 4+4: 4 คอประหยัดประสิทธิภาพสูง + 4 คอประหยัดธรรมดา ​
  • Helio G70 / G80 / G85 / G99 Series — 4+4: 4 คอกลางธรรมดา + 4 คอประหยัดประสิทธิภาพสูง ​
  • (ทุกรุ่น Helio สามารถปรับระดับคอให้เหมาะสมตามความแรงเดิมได้ โดยยึดหลัก 4+4 เสมอ ต้นทุนลดลง ความแรงเท่าเดิม)

 
CPU บางส่วนที่ระบุไว้เป็นแค่แนวทางเพราะว่าอาจจะระบุไม่หมดแต่ความหมายที่จะสื่อก็คือการใช้แนวทางแบบนี้เนี่ย CPU เก่าแม้จะเป็น CPU ใหม่ในอนาคตก็ใช้มาตรฐานการผลิตแบบเดียวกันคือ 4 + 4 เช่น CPU ใหม่ในอนาคตปี 2027 28 29 30 หรืออื่นๆ แต่ละช่วงปีโครงสร้าง 4 + 4 เช่นตัวท็อป 4คอร์พิเศษ + 4 core กลางประสิทธิภาพสูง เช่น - Snapdragon 8 Elite Gen 7 Series 4+4: 4 คอยักษ์พิเศษ + 4 คอกลางประสิทธิภาพสูง
ราคาถูกแต่ประสิทธิภาพสูงผลิตง่ายต้นทุนรวมต่ำลงมา

🎯 สรุปแนวทางทั้งหมด

ไม่ว่าจะเป็นซีพียูรุ่นท็อป รุ่นกลาง หรือรุ่นเริ่มต้น ทั้ง Snapdragon และ MediaTek ตั้งแต่ปี 2022–2026จนไปถึงปีในอนาคตมาตรทานในโครงสร้างเดียวเพราะเป็นโครงสร้างเดียวผลิตในโหนดนาโนเมตรเดิมได้นานที่สุดและมีต้นทุนต่ำกว่าเมื่อเทียบ 4+4 กับโครงสร้างอื่นความซับซ้อนน้อยกว่า

สามารถเปลี่ยนจากโครงสร้างเดิมที่ซับซ้อน (2+6, 1+3+4, 2+3+3) มาเป็น โครงสร้าง 4+4 ได้ทุกรุ่น โดย คงความแรงเท่าเดิมหรือดีกว่าเดิมเล็กน้อย แต่ต้นทุนการผลิตลดลงมาก อัตราความสำเร็จสูงขึ้น ของเสียลดลง เพียงแค่ปรับการจัดวางคอใหม่ ตัดคอเล็กที่ไม่จำเป็นออก และใช้สถาปัตยกรรมคอเดิมที่มีอยู่แล้ว ไม่ต้องออกแบบใหม่ทั้งหมดครับ ✅🚀

Top comments (0)