ตามเกณฑ์กฎหมายไทย: บุคคลทั่วไปหากมีปริมาณแอลกอฮอล์เกิน 50 mg% (มิลลิกรัมเปอร์เซ็นต์) ถือว่ามีความผิดฐานเมาแล้วขับ การนำเครื่องเป่าแอลกอฮอล์มาใช้ตรวจสอบบุคคลที่น่าสงสัยจะทำให้ง่ายขึ้นในการตรวจบุคคล ตัวเครื่องจะเป็นแบบเช่นการใช้งาน รอเวลา: ควรรออย่างน้อย 15–20 นาทีหลังจากดื่มเครื่องดื่มแก้วสุดท้ายก่อนทำการเป่า เพื่อลดค่าที่คลาดเคลื่อนจากแอลกอฮอล์ที่ค้างในช่องปาก ห้ามสูบบุหรี่หรือพ่นสเปรย์ปากก่อนตรวจ และควรเปลี่ยนหลอดเป่าทุกครั้งเพื่อสุขอนามัย เครื่องเป่าแอลกอฮอล์โดยลักษณะของเครื่องเป่าแอลกอฮอล์ทำงานอย่างไรในเรื่องบทความนี้จะอธิบายเพื่อประโยชน์ต่อคนใช้เครื่องและตรวจสอบบุคคลที่น่าสงสัยมีระดับแอลกอฮอล์เกินมาตรฐานที่ประเทศไทยกำหนด หรือเครื่องวัดปริมาณแอลกอฮอล์จากลมหายใจ เป็นอุปกรณ์ที่ใช้ประเมินค่าความเข้มข้นของแอลกอฮอล์ในเลือด (BAC) โดยอาศัยหลักการที่แอลกอฮอล์ระเหยผ่านถุงลมปอดออกมากับลมหายใจ
แอลกอฮอล์กับร่างกายและกฎหมาย
- การตรวจวัดแอลกอฮอล์ใช้ เครื่องเป่าลมหายใจ (Breath Alcohol Tester) หลักการ: ตรวจ ลมหายใจจากปอด เซนเซอร์วัดปริมาณแอลกอฮอล์ แปลงเป็นค่า BAC (Blood Alcohol Concentration) เครื่องทั่วไปใช้ Fuel Cell หรือ Semiconductor ผลลัพธ์แสดงเป็น mg% หรือ %BAC
กฎหมายไทยเกี่ยวกับแอลกอฮอล์
กลุ่มผู้ขับขี่ BAC สูงสุดที่กฎหมายอนุญาต
ผู้ขับทั่วไป 50 mg% (0.05%)
ผู้ขับ < 20 ปี, ไม่มีใบอนุญาต, รถบรรทุก/โดยสาร 20 mg% (0.02%)
ไม่ยอมเป่าเครื่อง = ผิดกฎหมาย
โทษ: จำคุก 1 ปี, ปรับ 5,000-20,000 บาท, อาจถูกพักหรือเพิกถอนใบขับขี่-
อาการทั่วไปตามระดับแอลกอฮอล์ BAC อาการสังเกตได้
20-50 mg% ร่าเริง พูดเร็ว สมาธิลดเล็กน้อย
50-100 mg% พูดไม่ชัด เดินเซ การตัดสินใจช้า
100-200 mg% เดินทรงตัวลำบาก พูดไม่ชัด อารมณ์แปรปรวน
200-300 mg% อาเจียน หมดสติชั่วคราว ทรงตัวไม่ได้300 mg% หมดสติ หายใจช้า เสี่ยงชีวิต
Top comments (0)