DEV Community

Talad Business
Talad Business

Posted on

Nofollow กับ Dofollow Backlink ต่างกันอย่างไร? ควรมีแบบไหนมากกว่ากัน

เมื่อเริ่มศึกษาการทำ Backlink คุณจะพบคำว่า Dofollow และ Nofollow อยู่เสมอ

หลายคนเชื่อว่า

ต้องสร้างแต่ Dofollow เท่านั้น เพราะ Nofollow ไม่มีประโยชน์

แต่ในความเป็นจริง โปรไฟล์ Backlink ของเว็บไซต์ที่เติบโตอย่างเป็นธรรมชาติ มักประกอบด้วย ทั้ง Dofollow และ Nofollow

บทความนี้จะอธิบายความแตกต่างของทั้งสองแบบ และแนวทางสร้างโปรไฟล์ Backlink ที่สมดุล


Dofollow Backlink คืออะไร

Dofollow คือ Backlink ที่เปิดโอกาสให้ Search Engine ใช้ลิงก์นั้นเป็นส่วนหนึ่งในการค้นหาและเชื่อมโยงข้อมูลระหว่างเว็บไซต์

โดยทั่วไป

  • ช่วยสร้างความน่าเชื่อถือ
  • สนับสนุน Authority
  • ช่วยเชื่อมโยงความสัมพันธ์ของเว็บไซต์

Backlink ส่วนใหญ่บนเว็บไซต์ทั่วไปมักอยู่ในรูปแบบนี้


Nofollow Backlink คืออะไร

Nofollow คือ Backlink ที่มีการกำหนดคุณสมบัติเพิ่มเติมในลิงก์ เพื่อระบุว่าควรใช้ความระมัดระวังในการตีความความสัมพันธ์ของลิงก์นั้น

แม้ Nofollow จะถูกมองต่างจาก Dofollow แต่ก็ยังสามารถ

  • ส่งผู้เข้าชมมายังเว็บไซต์
  • เพิ่มการรับรู้แบรนด์
  • กระจายช่องทางการเข้าถึงเว็บไซต์

จึงไม่ใช่ลิงก์ที่ไม่มีประโยชน์


Dofollow กับ Nofollow ต่างกันอย่างไร

Dofollow

  • ใช้กันโดยทั่วไป
  • ช่วยเชื่อมโยงเว็บไซต์
  • สนับสนุนการสร้าง Authority

Nofollow

  • ใช้ในบางกรณี
  • ยังส่ง Referral Traffic ได้
  • ช่วยให้โปรไฟล์ Backlink ดูเป็นธรรมชาติ

ทั้งสองประเภทมีบทบาทแตกต่างกัน


ต้องมีแต่ Dofollow หรือไม่

ไม่จำเป็น

หากเว็บไซต์มีเฉพาะ Dofollow ทั้งหมด

อาจดูไม่เป็นธรรมชาติเมื่อเทียบกับเว็บไซต์ทั่วไปบนอินเทอร์เน็ต

เว็บไซต์จำนวนมากได้รับทั้ง

  • Dofollow
  • Nofollow

จากหลายแหล่ง เช่น

  • Social Media
  • ฟอรัม
  • เว็บไซต์ข่าว
  • บล็อก
  • Community

การมีทั้งสองประเภทจึงเป็นเรื่องปกติ


Nofollow ยังมีประโยชน์หรือไม่

มี

แม้จะไม่ได้มีบทบาทเหมือน Dofollow แต่ก็สามารถช่วย

  • เพิ่มผู้เข้าชม
  • สร้างการรับรู้แบรนด์
  • เพิ่มโอกาสได้รับ Backlink เพิ่มเติม
  • กระจายการเข้าถึงคอนเทนต์

บางครั้งผู้เข้าชมที่มาจาก Nofollow ก็อาจสร้าง Editorial Backlink ให้เว็บไซต์ของคุณในภายหลัง


ควรสร้าง Backlink แบบไหน

แนวทางที่เหมาะสม คือ

  • เน้นเว็บไซต์คุณภาพ
  • เน้นเนื้อหาที่เกี่ยวข้อง
  • เพิ่ม Referring Domains
  • กระจาย Anchor Text
  • มีทั้ง Dofollow และ Nofollow

เป้าหมายคือการสร้างโปรไฟล์ลิงก์ที่เป็นธรรมชาติ ไม่ใช่การไล่เก็บเฉพาะ Dofollow


อย่ายึดติดกับประเภทของลิงก์

สิ่งที่สำคัญกว่าคือ

  • เว็บไซต์ต้นทางมีคุณภาพหรือไม่
  • ผู้อ่านมีโอกาสคลิกลิงก์หรือไม่
  • เนื้อหาเกี่ยวข้องกับธุรกิจหรือไม่
  • บทความมีประโยชน์หรือไม่

Backlink ที่ดีควรสร้างคุณค่าให้ผู้ใช้งานก่อนเสมอ


กลยุทธ์ Backlink ที่สมดุล

เว็บไซต์ที่แข็งแรงมักมี

  • Dofollow จากเว็บไซต์คุณภาพ
  • Nofollow จาก Community และแพลตฟอร์มต่าง ๆ
  • Internal Link ที่ดี
  • Topical Authority
  • Referring Domains เพิ่มขึ้นอย่างต่อเนื่อง

หากต้องการสร้างโปรไฟล์ลิงก์ที่สมดุล การเลือก รับทำ Backlink ที่วางแผนการกระจายประเภทของลิงก์อย่างเหมาะสม จะช่วยให้เว็บไซต์เติบโตได้อย่างเป็นธรรมชาติและปลอดภัยในระยะยาว


สรุป

Dofollow และ Nofollow ต่างมีบทบาทของตนเองในการสร้างโปรไฟล์ Backlink

แทนที่จะมุ่งเน้นเพียง Dofollow ควรให้ความสำคัญกับคุณภาพของเว็บไซต์ ความเกี่ยวข้องของเนื้อหา และการสร้าง Backlink จากหลายแหล่ง เพราะแนวทางนี้จะช่วยสร้าง Authority และสนับสนุน SEO ได้อย่างยั่งยืน

Top comments (0)