DEV Community

Cover image for Apidog เพิ่มประสิทธิภาพการจัดทำเอกสารผลิตภัณฑ์สำหรับทีมพัฒนา
Thanawat Wongchai
Thanawat Wongchai

Posted on • Originally published at apidog.com

Apidog เพิ่มประสิทธิภาพการจัดทำเอกสารผลิตภัณฑ์สำหรับทีมพัฒนา

การจัดทำเอกสารผลิตภัณฑ์ที่ถูกต้องและอัปเดตอยู่เสมอเป็นงานสำคัญสำหรับนักพัฒนา API, ทีมผลิตภัณฑ์ และหัวหน้าทีมเทคนิค แต่เครื่องมือแบบเดิมมักทำให้เวิร์กโฟลว์ช้า กระจัดกระจาย หรือพึ่งพาทีมวิศวกรมากเกินไป บทความนี้สรุปวิธีใช้ Apidog เพื่อจัดการเอกสารแบบเป็นขั้นตอน ตั้งแต่การร่าง ตรวจสอบ ไปจนถึงเผยแพร่ โดยให้ทีม Product และ Operations ทำงานร่วมกันได้โดยไม่สร้างคอขวดให้ทีม Dev

ลองใช้ Apidog วันนี้

เหตุใดเอกสารผลิตภัณฑ์จึงยังคงสำคัญ

แม้แอปจะออกแบบมาดี ผู้ใช้และทีมภายในยังต้องการเอกสารที่ชัดเจนเพื่อเข้าใจฟีเจอร์ เวิร์กโฟลว์ และ edge cases ต่าง ๆ การใส่คำอธิบายยาว ๆ ไว้ใน UI โดยตรงทำให้แอปรก ส่วนการไม่มีเอกสารทำให้เกิดความสับสนและเพิ่มภาระงานซัพพอร์ต

ปัญหาที่มักเจอในเครื่องมือเอกสารแบบเดิม เช่น Notion, Confluence, Docusaurus หรือ GitBook:

  • สร้างเนื้อหาต้องพึ่งโค้ด: ต้องใช้ทักษะทางเทคนิค ทำให้ทีม Product หรือ Operations แก้ไขเองได้ยาก
  • ควบคุมเวอร์ชันลำบาก: หลายคนแก้พร้อมกันแล้วเกิด conflict, ต้อง merge เอง หรือมีการอัปเดตตกหล่น
  • ขั้นตอนเผยแพร่ไม่ยืดหยุ่น: บางระบบง่ายเกินไปจนขาดการ review บางระบบซับซ้อนจนทุกการเปลี่ยนแปลงต้องให้ Dev ช่วย

ทีม Apidog เคยใช้ Docusaurus และเจอปัญหาเหล่านี้ จึงสร้างเวิร์กโฟลว์ที่รวมการเขียน ตรวจสอบ และเผยแพร่เอกสารไว้ในแพลตฟอร์มเดียว

ดูตัวอย่างผลลัพธ์ได้ที่ เอกสารช่วยเหลือของ Apidog

เวิร์กโฟลว์การจัดทำเอกสารของทีม

ใน Apidog การจัดทำเอกสารเป็นงานร่วมกันระหว่าง Product และ Operations โดยไม่จำเป็นต้องให้ Dev เข้ามาแก้ทุกครั้ง

product documentation workflow in Apidog

บทบาทหลักในเวิร์กโฟลว์:

  • ผู้จัดการผลิตภัณฑ์: ร่างและอัปเดตเอกสารตามฟีเจอร์ใหม่
  • ทีมปฏิบัติการ: ตรวจสอบความถูกต้อง ปรับภาษา และยืนยันก่อนเผยแพร่
  • Main branch ถูกป้องกัน: ลดความเสี่ยงจากการแก้ไขเอกสารที่เผยแพร่อยู่โดยไม่ตั้งใจ

โฟลว์โดยรวมคือ:

  1. สร้าง branch สำหรับ Sprint
  2. เขียนหรืออัปเดตเอกสาร
  3. Review และแก้ไขร่วมกัน
  4. ตรวจสอบความถูกต้องกับระบบจริง
  5. ส่ง Merge Request
  6. อนุมัติและเผยแพร่

การสร้างเอกสารผลิตภัณฑ์ใน Apidog ทีละขั้นตอน

1. จัดระเบียบเนื้อหาด้วย Sprint Branches

เมื่อเริ่ม Sprint ใหม่ ทีม Operations จะสร้าง Sprint branch ใน Apidog เพื่อแยกการเปลี่ยนแปลงเอกสารของรอบนั้นออกจากเอกสารที่เผยแพร่แล้ว

แนวทางนี้ช่วยให้ทีม:

  • ทดลองแก้ไขเอกสารได้อย่างปลอดภัย
  • ตรวจสอบความเปลี่ยนแปลงก่อน merge
  • จัดเอกสารให้สอดคล้องกับรอบ release
  • ลดความเสี่ยงที่เอกสาร production จะถูกแก้ผิด

Image

สิ่งที่ควรทำใน branch:

  • นำเข้าหรือสร้างเอกสาร: PM เพิ่มเอกสารของฟีเจอร์ที่อัปเดต และเริ่มเขียนเอกสารสำหรับฟีเจอร์ใหม่
  • ป้องกัน Main branch: เอกสารที่เผยแพร่อยู่ยังคงเสถียร และจะไม่ถูกเปลี่ยนจนกว่าจะผ่านการ review

Image

หากทีมของคุณใช้แนวคิดแบบ docs as code อยู่แล้ว การใช้ branch สำหรับเอกสารจะทำให้ขั้นตอนใกล้เคียงกับการทำงานกับ API และ source code มากขึ้น

2. เขียนด้วย Advanced Markdown Editor

Markdown editor ของ Apidog ช่วยให้ทีมเขียนเอกสารได้เร็ว โดยใช้ syntax ที่คุ้นเคย พร้อมเครื่องมือช่วยแทรกคอนเทนต์แบบ visual

Image

สิ่งที่ใช้งานได้บ่อย:

  • หัวข้อและลำดับชั้นของเนื้อหา
  • รายการขั้นตอน
  • ตาราง
  • บล็อกข้อมูล
  • วิดีโอ
  • Mermaid diagrams
  • ลิงก์ไปยัง API endpoint หรือเอกสารที่เกี่ยวข้อง

ตัวอย่างโครงสร้างเอกสารที่ทีมสามารถใช้ได้:

# วิธีใช้งานฟีเจอร์ใหม่

## ภาพรวม

อธิบายว่าฟีเจอร์นี้ใช้ทำอะไร และเหมาะกับ use case ใด

## ขั้นตอนการใช้งาน

1. เปิดหน้า Settings
2. เลือกเมนู API
3. กำหนดค่า endpoint
4. กด Save

## ข้อควรระวัง

- ตรวจสอบสิทธิ์ของผู้ใช้ก่อนเปิดใช้งาน
- ทดสอบใน environment ที่เหมาะสมก่อนเผยแพร่
Enter fullscreen mode Exit fullscreen mode

ฟีเจอร์ที่ช่วยลดงาน manual:

  • ลิงก์อ้างอิง: เชื่อมเอกสารกับ API endpoint หรือเอกสารที่เกี่ยวข้องได้ง่าย ลดการสลับ context ของผู้อ่าน

Image

  • ตัวเลือกการแทรกที่หลากหลาย: เพิ่มไอคอน, บล็อกข้อมูล, step guide, Mermaid diagrams, วิดีโอ และตาราง โดยไม่ต้องจำ syntax ซับซ้อน

Image

ผลลัพธ์คือสมาชิกทีมที่ไม่ใช่สายเทคนิคก็สามารถสร้างเอกสารที่อ่านง่ายและนำไปใช้งานได้จริง

3. ทำงานร่วมกันและตรวจสอบแบบเรียลไทม์

หลัง PM เขียน draft เสร็จ ทีม Operations จะ review Sprint branch โดยตรวจสอบ 3 เรื่องหลัก:

  • ความถูกต้องของเนื้อหา
  • ความชัดเจนของขั้นตอน
  • ประสบการณ์ของผู้ใช้เมื่ออ่านเอกสาร

ปัญหาที่มักเกิดในเวิร์กโฟลว์เดิมคือ comment กระจัดกระจาย, ต้องเทียบ version เอง และมีโอกาสแก้ทับกัน Apidog ช่วยจัดการส่วนนี้ด้วย:

  • แจ้งเตือนการแก้ไขทันที: ทีมได้รับการแจ้งเตือนแบบ real-time ผ่านการ์ดข้อความ IM เมื่อมีการเปลี่ยนแปลง
  • ประวัติเวอร์ชันในตัว: เปรียบเทียบ ยอมรับ หรือย้อนกลับการแก้ไขได้
  • วนรอบการ review ได้เร็ว: Product และ Operations ปรับเอกสารร่วมกันจนพร้อมเผยแพร่

เช็กลิสต์สำหรับ reviewer:

- [ ] ชื่อหัวข้อสื่อความหมายชัดเจน
- [ ] ขั้นตอนทำตามได้จริง
- [ ] screenshot ตรงกับ production หรือ release ล่าสุด
- [ ] ลิงก์ไปยัง API หรือเอกสารที่เกี่ยวข้องถูกต้อง
- [ ] ไม่มีข้อมูลภายในที่ไม่ควรเผยแพร่
- [ ] เนื้อหาพร้อม merge ไปยัง main branch
Enter fullscreen mode Exit fullscreen mode

4. ทดสอบและตรวจสอบก่อนเผยแพร่

ก่อนเผยแพร่ ความถูกต้องของเอกสารต้องผ่านการยืนยันกับระบบจริง ทีมควรทำดังนี้:

  • บันทึกภาพหน้าจอจาก Production เพื่อให้ขั้นตอนตรงกับสิ่งที่ผู้ใช้เห็น
  • ทดสอบฟีเจอร์ใหม่ โดย Operations ตรวจสอบการอัปเดตทั้งหมด แล้วฝัง screenshot ที่ยืนยันแล้วลงในเอกสาร

Image

รายการตรวจสอบก่อนเผยแพร่:

  1. Operations review: ยืนยันว่าเอกสารทั้งหมดใน Sprint ถูกต้อง
  2. ส่ง Merge Request (MR): ส่งการเปลี่ยนแปลงจาก Sprint branch ไปยัง main branch
  3. Admin approval: ผู้จัดการตรวจสอบและอนุมัติ MR
  4. Publish: เอกสารที่ merge แล้วเผยแพร่ให้ผู้ใช้ทันที

วิธีเพิ่มเติมที่ Apidog ช่วยปรับปรุงเว็บไซต์เอกสาร

1. ปรับ branding และ layout ให้ตรงกับผลิตภัณฑ์

คุณสามารถตั้งค่าเว็บไซต์เอกสารให้สอดคล้องกับภาพลักษณ์ของบริษัท เช่น โลโก้ ลิงก์ทรัพยากร และโครงสร้างหน้าเอกสาร

Image

ตัวอย่างสิ่งที่ควรตั้งค่า:

  • โลโก้และ branding ด้านบนของเว็บไซต์
  • ลิงก์ด่วนไปยังทรัพยากรของบริษัท
  • ลิงก์ไปยังเอกสาร API แบบเปิด
  • โครงสร้าง navigation ที่ตรงกับ journey ของผู้ใช้

Image

2. เผยแพร่ด้วยคลิกเดียว ไม่ต้องดูแล deployment เอง

การเผยแพร่เอกสารทำได้ด้วยการกด Publish จากนั้นเอกสารจะพร้อมใช้งานผ่านโดเมนที่ Apidog โฮสต์

product documentation workflow in Apidog

หากต้องการควบคุมเพิ่มเติม สามารถตั้งค่าได้ เช่น:

  • โดเมนที่กำหนดเองสำหรับ URL ของแบรนด์
  • การค้นหาในเว็บไซต์
  • Algolia
  • Google Analytics
  • Redirects
  • การตั้งค่าอื่น ๆ โดยไม่ต้องให้ทีมวิศวกรรมดูแล deployment

3. ปรับแต่ง SEO สำหรับเอกสาร

Apidog ช่วยให้เอกสารถูกค้นหาและแชร์ได้ง่ายขึ้นด้วย:

  • URL ที่สะอาดและสร้างอัตโนมัติ
  • การปรับแต่ง SEO รายเอกสาร เช่น slugs, title และ metadata

product documentation workflow in Apidog

แนวทางที่ควรใช้:

Title: วิธีสร้าง API Token
Slug: create-api-token
Description: คู่มือทีละขั้นตอนสำหรับการสร้างและจัดการ API Token
Enter fullscreen mode Exit fullscreen mode

การตั้งค่าเหล่านี้ช่วยให้เอกสารถูกจัดทำดัชนี แชร์ และค้นหาได้ง่ายขึ้นตั้งแต่เริ่มต้น

สรุป

Apidog รวมการเขียน ตรวจสอบ และเผยแพร่เอกสารไว้ในเวิร์กโฟลว์เดียว ทำให้ทีมที่ทำงานกับ API จัดการเอกสารได้เร็วขึ้น ปลอดภัยขึ้น และลดการพึ่งพาทีมวิศวกรรม

หากทีมของคุณต้องดูแลคู่มือผลิตภัณฑ์ เอกสารนักพัฒนา หรือ API reference แนวทางที่ควรเริ่มคือ:

  1. แยกเอกสารตาม Sprint branch
  2. ให้ PM เขียน draft ด้วย Markdown editor
  3. ให้ Operations review แบบ real-time
  4. ตรวจสอบกับ production ก่อนเผยแพร่
  5. Merge และ Publish เมื่อผ่านการอนุมัติ

พร้อมทำให้กระบวนการจัดทำเอกสารง่ายขึ้นแล้วหรือยัง? ลองใช้ Apidog และดูความแตกต่างกับเวิร์กโฟลว์ของทีมคุณ

Top comments (0)