โดย Nokka (นก-กา) | 21 กันยายน 2569
บทความนี้เขียนโดย AI (โมเดล glm-5.3 ของผู้ให้บริการ ollama-cloud) ผ่าน Hermes Agent จาก Nous Research ตรวจสอบและเรียบเรียงโดย Nokka
วันศุกร์ที่ 18 กันยายน ร็อบบี้ สไตน์ (Robby Stein) รองประธานฝ่ายผลิตภัณฑ์ของ Google Search โพสต์ประกาศสั้น ๆ บน X ว่า Google กำลังทดลองปุ่มใหม่ในฟีด Discover ชื่อ "Dive deeper" [1] ไม่มีบล็อกโพสต์ ไม่มีหน้าเอกสารประกอบ เหลือแค่ประโยคเดียวที่บอกกลไก: กดแล้วจะเจอหน้าสรุปหัวข้อสั้น ๆ พร้อมลิงก์ไปเรื่องที่เกี่ยวข้อง ปฏิกิริยาจากชุมชน และงานรายงานต้นฉบับ
ประกาศออกไม่กี่ชั่วโมง นักทำ SEO ฝั่งสำนักพิมพ์ใหญ่ออกมาโต้ทันที คนหนึ่งคือนิโคลา เอเกียส ผู้อำนวยการ SEO และ Discover ของ Reach plc เจ้าของหนังสือพิมพ์ Mirror และ Express รวมกว่าร้อยสื่อในสหราชอาณาจักร เธอเปิดโพสต์ LinkedIn ของตัวเองด้วยประโยคตรง ๆ ว่า "Google เพิ่งปล่อยการโจมตีรอบใหม่บนทราฟฟิกของสำนักพิมพ์ และครั้งนี้ Discover คือแนวรบ" [3] ข้อกังวลของเธอจับตรงจุดที่คนทำคอนเทนต์ไทยควรเข้าใจก่อนใคร
ทำไมต้องรู้: Discover คือแหล่งทราฟฟิกสำคัญที่สุดของสื่อจำนวนมากในตอนนี้ งานวิจัยเดือนสิงหาคม 2025 พบว่า Discover คิดเป็นสองในสามของทราฟฟิกที่ Google ส่งให้สื่อข่าวทั่วโลก 2,000 เว็บ แซงหน้าหน้าเสิร์ชแบบเดิมไปแล้ว [3] ปุ่มที่มาคั่นกลางระหว่างการ์ดข่าวกับเว็บของเราจึงไม่ใช่เรื่องเล็ก
ปุ่มนี้ทำอะไร ตรงไหนของเส้นทางผู้อ่าน
สเปกจากโพสต์ของสไตน์ ประกอบภาพตัวอย่างสามหน้าจอ มีดังนี้ [1] [2]
- หน้าจอแรก: การ์ดข่าวใน Discover มีวิดีโอหัวข้อคลื่นความร้อนแคลิฟอร์เนีย ใต้การ์ดมีข้อความสรุปสั้น ๆ และปุ่มรูปแคปซูล "Dive deeper" พร้อมป้ายกำกับว่า "สร้างด้วย AI ซึ่งอาจผิดพลาดได้"
- หน้าจอที่สอง: กดปุ่มแล้วเจอหน้าของ Google เอง มีชื่อเรื่องเดิม ข้อความสรุปที่ยาวขึ้น และแถวการ์ดแหล่งข่าวที่เป็นลิงก์ไปเว็บสำนักพิมพ์
- หน้าจอที่สาม: หัวข้อ "Explore more stories" แยกสาวประเด็นต่อเนื่องเป็นบล็อกย่อย แต่ละบล็อกมีคำอธิบายสั้นที่ Google เขียนเอง แล้วตามด้วยลิงก์ไปเว็บจริง
จุดสำคัญคือลำดับการเข้าถึง
เส้นทางเดิมของ Discover คือ "เห็นการ์ด กด แล้วไปถึงเว็บผู้เผยแพร่" สองขั้น เส้นทางใหม่กลายเป็น "เห็นการ์ด กด Dive deeper อ่านสรุปของ Google ก่อน แล้วค่อยตัดสินใจว่าจะไปเว็บไหน" สามขั้น โดยขั้นที่เพิ่มขึ้นเป็นพื้นที่ของ Google ทั้งหมด
สังเกตด้วยว่า Google ยังไม่ได้บอกทางการว่าจะทดสอบในประเทศไหน ผู้ใช้กี่เปอร์เซ็นต์เห็นปุ่ม ใช้โมเดลตัวไหนเขียนสรุป หรือเลือกแหล่งข่าวใต้หน้าสรุปอย่างไร [2] ไม่มีตัวเลขทราฟฟิก และยังไม่มีทางให้ผู้เผยแพร่ opt-out ผู้เผยแพร่หลายรายจึงกำลังเฝ้าดูว่าปุ่มนี้จะกินกี่เปอร์เซ็นต์จากคลิกที่เคยส่งตรงถึงเว็บ
โค้ดที่หลุดออกมาบอกว่าเรื่องใหญ่กว่าที่ประกาศ
สิ่งที่ทำให้ข่าวนี้น่าตื่นกว่าที่ Google เปิดเผย มาจากงานของเดเมียน แอนเดลล์ (Damien Andell) ผู้ร่วมก่อตั้ง 1492.vision บริการวิเคราะห์ข้อมูล Discover เขาเปิดปุ่มนี้บนการ์ดสรุปวิดีโอในแอปได้จริงและพบสตริงคอนฟิกชั่น 4 ตัวที่ซ่อนอยู่ในโค้ดแอป [3]
สตริงทั้งสี่ตัวเป็นชื่อเดียวกันเกือบทั้งหมด ต่างกันแค่คำท้าย อ่านเป็นคู่ได้ดังนี้
- คู่แรกลงท้ายด้วย aio_video — ปุ่มบนการ์ดวิดีโอ มีสองแบบคือ
expand(กดขยายการ์ดก่อนแล้วเจอปุ่ม) กับinline(ปุ่มโชว์บนการ์ดตรง ๆ ไม่ต้องขยาย) - คู่ที่สองลงท้ายด้วย aio_article — ปุ่มบนการ์ดบทความ แยกตำแหน่งเหมือนกันทั้งแบบ
expandกับinline
อ่านกริดสองคูณสองแล้วได้อะไร
วิดีโอกับบทความ คูณสองตำแหน่งการวางปุ่ม Google ประกาศเฉพาะฝั่งวิดีโอ แต่โค้ดเตรียมทางไว้สำหรับบทความด้วย สอดคล้องกับที่เอเกียสและนักวิเคราะห์คนอื่นตั้งข้อสังเกตว่า "เริ่มที่วิดีโอ" น่าจะเป็นเพียงเฟสแรก ไม่ใช่ขอบเขตสุดท้าย [3]
แอนเดลล์ยังรายงานตรง ๆ ว่าในเวอร์ชันที่เขาทดลอง "ตอนนี้ปุ่มยังไม่ทำอะไร" เมื่อกดแล้วไม่เกิดอะไรขึ้น อาจแปลว่าโค้ดฝั่งแอปถูกส่งมาก่อนสวิตช์ฝั่งเซิร์ฟเวอร์เปิด แต่ไม่ว่ากรณีไหน ป้าย "สร้างด้วย AI ซึ่งอาจผิดพลาดได้" ที่ติดมากับสรุปบนการ์ดก็ตอกย้ำว่าชั้นสรุปนี้เขียนด้วยแมชชีนทั้งชั้น [3]
ทำไมผู้เผยแพร่กังวล: ตัวเลขจากฝั่งสำนักพิมพ์จริง
คำตอบสั้น ๆ คือหน้าสรุปของ Google ให้บริบทครบเกินไป ผู้อ่านที่อ่านสรุปจบแล้วยังมีเหตุผลอะไรให้กดเข้าไปอ่านต้นฉบับ โดยสถิติด้านล่างนี้ล้วนเกิดขึ้นก่อนปุ่ม Dive deeper จะประกาศ จึงเป็นภาพ "แนวโน้ม" ที่สื่อใหญ่ ๆ เผยแพร่เอง ไม่ใช่ผลกระทบของปุ่มซึ่งยังกดไม่ได้เลย แต่แนวโน้มนี้คือเหตุผลที่สื่อเหล่านี้แพ้แค่ปุ่มเพิ่มหนึ่งปุ่ม
- Reach plc รายงานผลประกอบการ 6 เดือนแรกปี 2026 ว่า page views บนแพลตฟอร์มตนเองร่วง 40% ขณะที่รายได้ต่อพันวิวโตขึ้น 49% ในมุมมองของผม สื่อที่เหลือเนื้อเหลือตัวแค่หลักหมื่นวิวต่อเดือนคงไม่มีที่ให้ปุ่มใหม่ที่พาคนออกจากหน้า [3]
- Chartbeat (ตัวเลขที่ PPC Land รายงานต่อ) พบว่า page views จาก Discover ร่วง 15% ระหว่างธันวาคม 2024 ถึงธันวาคม 2025 ส่วนจากหน้าเสิร์ชร่วงหนักกว่านั้นคือ 34% [4]
- NewzDash (ตัวเลขที่ PPC Land รายงานต่อเช่นกัน) พบว่าสัดส่วนทราฟฟิกจาก Google Web Search ของสื่อลดจาก 51% เหลือ 27% ระหว่างปี 2023 ถึง 2025 ขณะที่ Discover สูงขึ้นจนกลายเป็นเสาหลัก [5]
มุมของฝั่งสำนักพิมพ์
ในบรรดาดีไซน์ที่โชว์ เอเกียสบอกตรง ๆ ว่าเธอชอบหน้า "Explore more stories" ที่สุด เพราะเป็นหน้าเดียวที่ "ให้เหตุผลผู้ใช้กดต่อไปยังคอนเทนต์ของผู้เผยแพร่จริง ๆ" [2] ที่เหลือคือสรุปที่อ่านจบได้ในตัว แต่หน้านั้นก็มีปัญหาของมันเอง ทุกลิงก์ถูกอธิบายด้วยคำพูดของ Google ไม่ใช่คำพูดของเจ้าของข่าว
อีกประเด็นที่ควรจับตาคือธรรมเนียมเดิมของ Discover วิดีโอจำนวนมากในฟีดตอนนี้ชี้ไปที่ YouTube ซึ่งเป็นของ Google เองอยู่แล้ว และงานของ 1492.vision เคยเขียนไว้เมื่อเมษายน 2026 ว่าไปป์ไลน์วิดีโอ YouTube ใน Discover เติบโต 18.2 เท่าใน 3 เดือน [3] การเลือก "เริ่มที่วิดีโอ" จึงอาจไม่ได้เป็นเรื่องบังเอิญ
ทำอย่างไรกับคอนเทนต์ไทย: แนวทางที่ทำได้ตั้งแต่วันนี้
ผมมองว่าปุ่มนี้ยังเป็นการทดสอบและอาจไม่เคยถึงไทย แต่โครงสร้างที่มันสื่อถึงมาถึงแล้วจริงในหลายรูปแบบ ตั้งแต่ AI Overviews บนหน้าเสิร์ชจนถึงสรุปบนการ์ด Discover ที่เปิดตั้งแต่ปลายปี 2025 [2] สิ่งที่ควรทำจึงไม่ใช่รอดูว่า Google จะเมตตาหรือไม่ แต่คือปรับตัวให้เข้ากับโลกที่มีชั้น AI คั่นกลางเสมอ
- เขียนย่อหน้าเปิดให้เป็นของที่ AI เลือกอ้าง ชั้นสรุปของ Google ต้องหยิบใครสักคนไปอ้าง ส่วนที่ถูกหยิบบ่อยที่สุดคือข้อเท็จจริงเฉพาะตัวที่หาจากที่อื่นไม่ได้ ตัวเลขจากการวัดจริง คำพูดจากการสัมภาษณ์ตรง หรือชุดข้อมูลที่เราเก็บเอง ย่อหน้าเปิดที่มีแต่ความเห็นลอย ๆ คือสิ่งที่ถูกข้ามก่อน
- ทำข้อมูลเฉพาะกิจที่ Google ไม่มี สรุปของ Google เก่งเรื่องรวบรวมสิ่งที่มีอยู่ แต่ไม่มีของที่ไม่มีใครเขียน งานวิเคราะห์ตลาดไทยเฉพาะพื้นที่ สถิติที่เก็บเอง หรือคำถามที่ชวนคุยต่อคือสิ่งที่ทำให้เราเป็น "แหล่งอ้างอิง" มากกว่า "เนื้อหาหนึ่งในหลายลิงก์"
- แยกดูทราฟฟิกให้ถูกขั้นตอน ใน Search Console ให้แยกดูรายงาน Discover กับรายงาน Generative AI ที่เปิดให้ใช้ทั่วโลกตั้งแต่สิ้นเดือนสิงหาคม [2] ถ้าอิมเพรสชันยังเท่าเดิมแต่คลิกร่วง แปลว่าชั้นสรุปกำลังทำหน้าที่ของมัน และเรากำลังถูกอ่านโดยไม่ถูกคลิก
- อย่าเลิกทำ Discover เพราะข่าวนี้ ถึงจะมีปุ่มคั่นกลาง Discover ก็ยังเป็นช่องที่พาคนหาเว็บเราเจอโดยไม่ต้องพิมพ์อะไรเลย เพียงแต่เกมเปลี่ยนจาก "ทำการ์ดให้น่ากด" เป็น "ทำเนื้อหาให้น่าอ้าง"
ก้าวถัดไปของการทดสอบนี้คือหน้าสรุปที่คนอ่านจบแล้วรู้สึกว่าจบเรื่องจริง กับหน้าที่ทำให้อยากไปต่อ Google บอกเองว่าจะทดลองหลายดีไซน์ในสัปดาห์ถัด ๆ ไป [1] และถ้าหน้า "Explore more stories" ชนะ นั่นคือสัญญาณว่าแม้แต่ Google ก็ยอมรับว่าสรุปเฉพาะอย่างเดียวไม่พอ
เขียนโดย Nokka (นก-กา) นักเขียนอิสระแกะรอยเทคโนโลยี สนใจเรื่องการทำคอนเทนต์ให้คนหาเจอมาตลอด ถ้าชอบบทความแนว AI search แบบอิงหลักฐานจริง ติดตามได้ที่ dev.to/sarantoon
อ้างอิง:
[1] Robby Stein (@rmstein). "Today we're experimenting with a new way to make exploring a topic and discovering related web content easier in Discover." X, 18 กันยายน 2026. https://x.com/rmstein/status/2101041941408547096
[2] Matt G. Southern. "Google Discover Test Adds Topic Overviews, Starting With Videos". Search Engine Journal, 19 กันยายน 2026. https://www.searchenginejournal.com/google-discover-test-adds-topic-overviews-starting-with-videos/589963/
[3] PPC Land. "Google Discover test button sends readers to AI overview, not publisher". 20 กันยายน 2026. https://ppc.land/google-discover-test-button-sends-readers-to-ai-overview-not-publisher/
[4] Chartbeat (อ้างใน PPC Land). "AI search upends publishers; global digital subscriptions grow but fragment." พฤษภาคม 2026. https://ppc.land/ai-search-upends-publishers-global-digital-subscriptions-grow-but-fragment/
[5] NewzDash (อ้างใน PPC Land). "Google Discover feeds users AI and YouTube while publishers watch traffic vanish." 2025. https://ppc.land/google-discover-feeds-users-ai-and-youtube-while-publishers-watch-traffic-vanish/

Top comments (0)