DEV Community

Nokka
Nokka

Posted on AI-assisted

Agentic Engineering คืออะไร? ทำไมถึงได้เวลาเลิก Vibe Coding

โดย Nokka (นก-กา) | ตรวจข้อมูล 28 ต.ค. 2026

บทความนี้เขียนโดย AI (deepseek-v4.1-flash · ผู้ให้บริการโมเดล: ollama-cloud) ผ่าน Hermes Agent ภายใต้การควบคุมและตรวจสอบคุณภาพโดยมนุษย์ - Nokka (นก-กา)

ภาพประกอบ: มือของคนกำกับเส้นทางแสงที่แยกออกเป็นหลายสาย

คลิปภาษาไทยความยาว 9 นาที 23 วินาทีจากช่อง MilerDev ตั้งหัวว่า "เลิก Vibe Coding แล้วมารู้จัก Agentic Engineering กันเถอะ" โพสต์เมื่อ 3 ส.ค. 2026 ตอนที่ผมเช็กคลิปมียอดชม 23,783 ครั้ง กดใจ 647 ช่องมีผู้ติดตามราว 197,000 คน [1]

ชื่อคลิปสะท้อนอะไรที่กำลังเกิดขึ้นจริงในวงการเขียนโค้ด และคำว่า agentic engineering ก็ไม่ได้มาจากคนไทยที่ไหน แต่มาจากคนที่บัญญัติคำว่า vibe coding เอง

คำนี้มาจากใคร

Andrej Karpathy โพสต์บน X เมื่อ 4 ก.พ. 2026 ครบรอบหนึ่งปีของทวีตที่ทำให้คำว่า vibe coding กลายเป็นที่รู้จัก [3] สื่ออย่าง Observer สรุปว่าคราวนี้เขาเสนอชื่อใหม่ที่แม้จะไม่คมเท่าคำเดิม แต่อธิบายงานจริงได้ตรงกว่า [2]

ในโพสต์นั้นเขาเขียนตรง ๆ ว่าเมื่อปีก่อนความสามารถของ LLM ยังต่ำพอที่คนจะใช้ vibe coding กับงานเล่น ๆ เดโม และการทดลอง แต่ตอนนี้การเขียนโปรแกรมผ่าน agent กลายเป็นวิธีทำงานปกติของมืออาชีพแล้ว ต่างกันที่การกำกับดูแลและการตรวจตรามากขึ้น [3]

ตัวเลขบนโพสต์ตอนที่ผมเช็กคือ 8,785 ไลก์ รีทวีต 811 และยอดดู 1,302,942 ครั้ง [3]

นิยามที่เขาให้มีสองขา ซึ่งผมคิดว่าควรท่องให้ขึ้นใจ

  • agentic เพราะค่าเริ่มต้นใหม่คือคุณไม่ได้เขียนโค้ดเอง 99% ของเวลา แต่กำกับ agent ที่เขียนและทำหน้าที่ตรวจตรา [3]
  • engineering เพราะมีศิลปะ มีวิทยาศาสตร์ และมีความเชี่ยวชาญซ่อนอยู่ เรียนและเก่งขึ้นได้ [3]

ประโยคสำคัญที่เขาวางเป้าไว้คือ "เก็บเกี่ยวแรงส่งจากการใช้ agent โดยไม่ยอมลดคุณภาพของซอฟต์แวร์" [3]

แล้ว vibe coding ต่างกันตรงไหน

นิยามเดิมที่คนมักใช้ผิด

Simon Willison เขียนไว้ในคู่มือ Agentic Engineering Patterns ว่า vibe coding ถูกบัญญัติในเดือน ก.พ. 2025 ซึ่งบังเอิญก่อน Claude Code เปิดตัวราวสามสัปดาห์ [4]

เขาให้ข้อสังเกตที่คมมาก คือคำนี้ควรสงวนไว้กับโค้ดที่ ไม่ได้ผ่านการรีวิว และมีคุณภาพระดับต้นแบบ เพื่อแยกจากโค้ดที่ผู้เขียนยกระดับขึ้นสู่มาตรฐานพร้อมผลิตจริง [4]

ถ้าใครเอา vibe coding ไปเรียกการเขียนโค้ดด้วย LLM ทุกกรณี เขามองว่าเป็นการใช้คำผิด เพราะมันทำให้เราขาดคำสำหรับแยกของสองเกรดที่ต่างกันมาก

ตัวอย่างให้เห็นภาพ สมมติคุณให้ agent สร้างหน้าแลนดิ้งโปรโมตงานอีเวนต์วันเสาร์ ใช้ครั้งเดียวทิ้ง ดูเสร็จก็ลบ นั่นคือ vibe coding ตามนิยามเดิม

แต่ถ้าเป็นระบบรับชำระเงินที่ต้องผ่านการรีวิวโค้ด มีเทสต์ มีการทบทวนสิทธิ์ และมีคนรับผิดชอบเมื่อเกิดเหตุ นั่นคือคนละเกม และเกมนั้นต้องใช้วิธีทำงานแบบวิศวกรรม

แก่นของ agentic engineering

workflow กับ agent ไม่ใช่ของเดียวกัน

ถ้าจะสรุปสั้น ๆ มันคือการย้ายงานหนักจาก "พิมพ์โค้ด" ไปที่ "ออกแบบระบบที่ทำให้ agent ทำงานได้ถูกและตรวจได้"

Anthropic อธิบายความต่างระหว่าง workflow กับ agent ไว้ในบทความ Building effective agents [5] โดย workflow ถูกจัดลำดับด้วยเส้นทางโค้ดที่กำหนดไว้ล่วงหน้า ส่วน agent ปล่อยให้ LLM กำหนดกระบวนการและเลือกเครื่องมือเอง

เขายังย้ำหลักที่คนมักมองข้าม คือให้เริ่มจากวิธีที่ง่ายที่สุดก่อน และเพิ่มความซับซ้อนเมื่อจำเป็นจริง ๆ เพราะระบบ agentic แลก latency และต้นทุนกับคุณภาพงาน [5]

รูปแบบ workflow ที่เขารวบรวมไว้มีห้าแบบ ซึ่งผมใช้เป็นเช็กลิสต์เวลาออกแบบงานให้ agent

  • Prompt chaining แยกงานเป็นลำดับขั้น แต่ละครั้งรับผลจากขั้นก่อน
  • Routing แยกประเภทคำขอแล้วส่งไปยังเส้นทางที่เชี่ยวชาญ
  • Parallelization ทำงานหลายส่วนพร้อมกันแล้วรวมผล
  • Orchestrator-workers ตัวกลางแตกงานแล้วมอบให้ตัวทำงานย่อย สุดท้ายรวมคำตอบ
  • Evaluator-optimizer ตัวหนึ่งสร้าง อีกตัววิจารณ์ แล้ววนจนได้คุณภาพที่รับได้

จุดที่คนทำพลาดบ่อยคือกระโดดไปทำ agent อัตโนมัติเต็มรูปแบบทั้งที่งานยังเป็นลำดับขั้นชัดเจน ซึ่ง workflow แบบ prompt chaining จะถูกกว่าและ debug ง่ายกว่ามาก

สิ่งที่ทำให้มันเป็นการ "engineering"

บทเรียนต้องถูกเก็บเป็นกฎ ไม่ใช่ความจำ

Willison เขียนประโยคที่ผมชอบที่สุดในคู่มือว่า LLM ไม่ได้เรียนรู้จากความผิดพลาดในอดีต แต่ coding agent เรียนรู้ได้ ถ้าเราตั้งใจอัปเดตคำสั่งและ harness ของเครื่องมือให้สอดคล้องกับสิ่งที่เจอระหว่างทาง [4]

นี่คือหัวใจที่แยกมือสมัครเล่นออกจากวิศวกร คนสมัครเล่นแก้ prompt ครั้งเดียวแล้วหวังผล วิศวกรเก็บสิ่งที่เจอมาเป็นกฎถาวรในไฟล์คำสั่งและเครื่องมือ

ตัวอย่างที่จับต้องได้คือการเขียนกฎของโปรเจกต์เป็นไฟล์ให้ agent อ่านทุกครั้ง

# กฎของโปรเจกต์นี้
- ห้ามแตะ migrations ที่มีอยู่แล้ว ให้สร้างไฟล์ใหม่เสมอ
- รัน pytest ก่อนส่งงานทุกครั้ง ถ้าไม่ผ่านให้แก้จนผ่าน
- ห้ามใช้ข้อมูลจริงในเทสต์ ให้ใช้ fixture
- ถ้างานต้องแตะระบบจ่ายเงิน ให้หยุดและถามคนก่อน
Enter fullscreen mode Exit fullscreen mode

ไฟล์แบบนี้ทำให้ความจำของทีมไม่หายไปกับหน้าต่างบทสนทนา และทำให้พฤติกรรมของ agent คาดเดาได้ในงานถัดไป

ผลพลอยได้ที่คนมักไม่พูดถึง

คอขวดย้ายจากมือไปที่ตา

เมื่อ agent เขียนโค้ดได้เร็วขึ้น ปริมาณโค้ดที่ต้องรีวิวก็เพิ่มขึ้นตาม และคอขวดย้ายจากมือไปที่ตา

ทีมที่เก่งจะลงทุนกับสิ่งที่ทำให้การตรวจง่ายขึ้น เช่น เทสต์ที่ครอบคลุม ข้อความ commit ที่อ่านรู้เรื่อง และการแบ่งงานเป็นชิ้นเล็กที่รีวิวได้จบในรอบเดียว

ตรงข้ามกับทีมที่ปล่อยให้ agent สร้าง pull request ขนาดพันบรรทัดแล้วหวังให้คนตรวจทัน ซึ่งในทางปฏิบัติคือการรีวิวแบบผ่าน ๆ และนั่นคือจุดที่คุณภาพเริ่มรั่ว

ใช้กับงานไทยยังไง

สามขั้นที่เริ่มได้วันนี้

สำหรับคนที่ทำงานเดี่ยวหรือทีมเล็กในไทย ผมเห็นทางลงมือสามขั้นที่ทำได้ทันทีโดยไม่ต้องรอเครื่องมือใหม่

ขั้นแรก เลือกโปรเจกต์หนึ่งที่มีเทสต์อยู่แล้ว แล้วลองให้ agent ทำงานหนึ่งรอบโดยบังคับให้รันเทสต์ก่อนส่ง ขั้นนี้จะสอนคุณเรื่อง harness มากกว่าการอ่านบทความสิบชิ้น

ขั้นที่สอง เขียนไฟล์กฎของโปรเจกต์ให้ชัด แล้วปรับทุกครั้งที่เจอพฤติกรรมที่ไม่ต้องการ อย่าปล่อยให้บทเรียนอยู่ในหัวคนเดียว

ขั้นที่สาม แยกงานที่ "ทำเล่น" ออกจากงานที่ "ต้องผลิต" ให้ชัด และกำหนดว่าอะไรคือเกณฑ์ผ่านของแต่ละแบบ ถ้าไม่มีเกณฑ์ คุณจะเถียงกับ agent ไม่จบ

คำตอบของคำถามตั้งต้น

ชื่อใหม่เพื่อแยกของสองเกรด

Agentic engineering คือชื่อที่ถูกตั้งขึ้นมาเพื่อจับความจริงข้อหนึ่งว่า งานเขียนโค้ดยุคนี้ไม่ได้หายไปไหน แต่ย้ายไปอยู่ในการกำกับ agent และการออกแบบระบบที่ทำให้ผลงานตรวจสอบได้

ส่วน vibe coding ยังมีที่ทางของมันในงานเล่น เดโม และการสำรวจไอเดีย แต่การเอามันไปใช้กับระบบที่คนอื่นต้องพึ่งพา คือการข้ามขั้นตอนที่แพงที่สุดของการเป็นวิศวกร

ถ้าจะให้ผมสรุปเป็นประโยคเดียว คำถามไม่ใช่ "agent เก่งแค่ไหน" แต่เป็น "เราออกแบบงานให้มันตรวจสอบได้แค่ไหน"

คำถามนั้นตอบด้วยไฟล์กฎ เทสต์ และคนที่พร้อมอ่านโค้ด ไม่ใช่ด้วยการเปลี่ยนโมเดลใหม่

REF

[1] MilerDev (3 ส.ค. 2026) · เลิก Vibe Coding แล้วมารู้จัก Agentic Engineering กันเถอะ. https://www.youtube.com/watch?v=c2M4HTHy-ow

[2] Observer (ก.พ. 2026) · Vibe Coding Inventor Andrej Karpathy Has a New Term for A.I. Engineering. https://observer.com/2026/02/andrej-karpathy-new-term-ai-coding

[3] Andrej Karpathy (4 ก.พ. 2026) · โพสต์ครบรอบหนึ่งปี vibe coding และนิยาม agentic engineering (X (Twitter)). https://x.com/karpathy/status/2019137879310836075

[4] Simon Willison (2026) · What is agentic engineering? Agentic Engineering Patterns. https://simonwillison.net/guides/agentic-engineering-patterns/what-is-agentic-engineering

[5] Anthropic (ธ.ค. 2024) · Building effective agents. https://www.anthropic.com/engineering/building-effective-agents

Top comments (0)