DEV Community

Nokka
Nokka

Posted on AI-assisted

Google เปิดให้ร้านค้าวัดการมองเห็นบน AI แล้ว แต่ยังวัดได้แค่ 5 ประเทศ

Google เปิดให้ร้านค้าวัดการมองเห็นบน AI แล้ว แต่ยังวัดได้แค่ 5 ประเทศ

โดย Nokka (นก-กา) | 17 กันยายน 2026

บทความนี้เขียนโดย AI (โมเดล deepseek-v4.1-flash ของผู้ให้บริการ ollama-cloud) ผ่าน Hermes Agent จาก Nous Research ตรวจสอบและเรียบเรียงโดย Nokka

วันที่ 16 กันยายน 2026 Google ประกาศชุดอัปเดตสำหรับร้านค้าออนไลน์ก่อนฤดูช้อปปิ้งปลายปี และหัวใจของมันคือการยอมรับอย่างเป็นทางการว่า "การมองเห็นในคำตอบ AI" กลายเป็นตัวชี้วัดที่ต้องวัดได้แล้ว [1]

เครื่องมือที่ว่านั้นคือ AI performance insights ใน Merchant Center ซึ่งเปิดให้ใช้เต็มรูปแบบใน 5 ประเทศ คือ ออสเตรเลีย แคนาดา อินเดีย นิวซีแลนด์ และสหรัฐอเมริกา [1][2]

⇒ และประเด็นสำหรับคนไทยอยู่ตรงนี้ ไทยไม่อยู่ในห้าประเทศนั้น [1]

เครื่องมือนี้วัดอะไร

เอกสารของ Google อธิบายขอบเขตไว้ชัดเจน [2]

เอกสารระบุว่า รายงาน AI performance insights ให้มุมมองที่โปร่งใสว่าแบรนด์ของคุณถูกค้นพบอย่างไรในระบบนิเวศ generative AI ของ Google โดยเฉพาะการแสดงผลของคุณสำหรับคำถามเชิงสนทนาที่มีเจตนาซื้อบน AI Mode และ AI Overviews [2]

ตัวชี้วัดหลักคือ share of voice และวิธีคำนวณของมันน่าสนใจ [2]

เอกสารอธิบายว่า ส่วนแบ่งเสียงคือส่วนที่แบรนด์หรือสินค้าของคุณได้รับเมื่อเทียบกับคู่แข่ง โดยเปอร์เซ็นต์คำนวณจากจำนวน AI impressions ของคุณ หารด้วยจำนวน impressions รวมของคู่แข่งที่คุณกำหนดไว้ใน Merchant Center รวมกับของคุณ ที่แสดงสำหรับคำถามที่เกี่ยวข้อง [2]

⇒ สังเกตว่าคู่แข่งที่เอามาเทียบคือ "คู่แข่งที่คุณกำหนดเองใน Merchant Center" ไม่ใช่ตลาดทั้งหมด ⇒ ตัวเลขนี้จึงบอกตำแหน่งของคุณในกลุ่มที่คุณเลือกเทียบ ไม่ใช่ส่วนแบ่งตลาดจริง [2]

และ Google แบ่งการเดินทางของผู้ซื้อเป็นสามช่วง [2]

ช่วง ลักษณะเจตนา
Discovery ผู้ใช้สำรวจตัวเลือกทั่วไป
Evaluation ผู้ใช้เปรียบเทียบ หรือหาสเปก
Ready to buy ผู้ใช้ใกล้ตัดสินใจซื้อ

⇒ แต่ละช่วงมีค่าส่วนแบ่งเสียงแยกกัน ⇒ ร้านค้าจึงเห็นได้ว่าแบรนด์ตัวเองแข็งช่วงไหนและอ่อนช่วงไหน [2]

🔴 สามข้อจำกัดที่ต้องอ่านให้ครบ

หนึ่ง: รายงานนี้วัดเฉพาะทราฟฟิกออร์แกนิก ไม่นับโฆษณา

เอกสารระบุไว้ในส่วนตัวกรอง [2]

ตัวกรอง Traffic ระบุว่า ข้อมูลปัจจุบันจำกัดเฉพาะทราฟฟิก AI แบบออร์แกนิกเท่านั้น เช่น free listings [2]

⇒ นี่คือจุดที่ผมคิดว่านักการตลาดต้องเข้าใจก่อนเป็นอันดับแรก เพราะถ้าคุณกำลังลงงบโฆษณาอยู่ รายงานนี้จะไม่นับการแสดงผลที่มาจากโฆษณาของคุณเลย [2]

⇒ แปลว่าตัวเลขส่วนแบ่งเสียงที่คุณเห็น คือความสามารถของข้อมูลสินค้าคุณในการถูกดึงไปตอบ ไม่ใช่ผลของงบที่คุณจ่าย ซึ่งเป็นคนละเรื่องกัน และเป็นเรื่องที่ดีถ้าคุณอยากรู้ว่าข้อมูลของคุณแข็งพอหรือยัง [2]

สอง: เปิดได้แค่ 5 ประเทศ แต่อัปเดตข้อมูลสินค้าเปิดทั่วโลก

นี่คือความไม่สมมาตรที่ผมคิดว่าน่าสนใจที่สุด [1][2]

Google เปิดให้ส่ง conversational attributes ได้ในวงกว้าง แต่ AI performance insights จำกัดอยู่ที่ 5 ประเทศ [1][2]

⇒ หมายความว่าร้านค้าในประเทศที่เหลือทำได้แค่ "เขียนข้อมูลให้ AI เข้าใจ" แต่ยัง "วัดผลว่ามันได้ผลไหม" ไม่ได้ [1][2]

และเอกสารก็ย้ำข้อจำกัดนี้ตรง ๆ [2]

ตัวกรอง Countries ระบุว่า กรองตามประเทศที่คุณมีสิทธิ์ใช้ AI performance insights [2]

⇒ ประโยค "ประเทศที่คุณมีสิทธิ์" คือหัวใจ เพราะมันบอกว่าการเข้าถึงไม่เท่ากันทั่วโลก [2]

สำหรับร้านค้าไทย ผมค้นแล้วไม่พบประกาศใดระบุวันเปิดสำหรับไทยหรือเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ ⇒ ตอนนี้ยังไม่มีกำหนดการ และผมเขียนไว้ในข้อควรระวังด้วย

สาม: รายงานแยกตามหมวดสินค้า ไม่มีรายงานรวมทุกหมวด

เอกสารระบุไว้ชัด [2]

ตัวกรอง Product category ระบุว่า กรองตามหมวดสินค้าเดียว พร้อมหมายเหตุว่า ไม่มีรายงานที่ครอบคลุมทุกหมวด [2]

⇒ ร้านที่มีสินค้าหลายหมวดจะไม่เห็นภาพรวมทั้งร้านในรายงานเดียว ซึ่งทำให้การเปรียบเทียบข้ามหมวดทำได้ยากขึ้น [2]

ข้อมูลสินค้าคือสนามแข่งขันใหม่ และมีตัวเลขยืนยัน

Google ยกผลทดสอบกับ lululemon มาเป็นตัวอย่าง [1]

Google ระบุว่า ระหว่างการทดสอบกับ lululemon conversational attributes ที่แบรนด์ส่งเข้ามา ถูกนำไปใช้ 50% ของครั้งในการแนะนำสินค้าที่เกี่ยวข้องใน AI Mode ให้คำตอบที่แม่นยำและมีประโยชน์กับผู้ซื้อมากขึ้น [1]

⇒ ผมอ่านตัวเลข 50% นี้ว่าน่าจับตา เพราะมันบอกว่าข้อมูลที่ร้านส่งเพิ่มเข้าไป มีโอกาสถูกดึงไปใช้จริงในคำตอบ AI ประมาณครึ่งหนึ่งของครั้งที่เกี่ยวข้อง [1]

และมีตัวเลขเรื่อง feed ที่ใช้เป็นเหตุผลได้ [1]

และระบุว่า โดยเฉลี่ยแล้ว ร้านค้าที่นำแนวปฏิบัติที่ดีของ feed ใน Merchant Center ไปใช้ เห็น conversion เพิ่มขึ้น 5% ในเดือนถัดไป [1]

⇒ สังเกตว่าตัวเลข 5% นี้เป็นค่าเฉลี่ยของ Merchant Center โดยรวม ไม่ใช่ผลของ conversational attributes โดยเฉพาะ ⇒ เป็นสัญญาณว่า feed ที่ดีให้ผล แต่ไม่ใช่คำสัญญาว่าคุณจะได้ 5% [1]

และมีอีกสองทางที่ Google แนะนำ [1]

  • video link attribute เพื่อให้โฆษณารูปแบบวิดีโอที่ซื้อได้ทำงานอัตโนมัติ
  • loyalty data เพื่อแสดงสิทธิประโยชน์และราคาสมาชิกบน Google โดย Google ยกตัวอย่างโปรแกรม Minted More

และมีของใหม่สองชิ้นที่ไม่ใช่เรื่องการวัด

Business Agent เข้าไปอยู่ในโฆษณา YouTube

Google เปิดรับร้านค้าเข้าร่วมเบต้าของ Business Agent สำหรับโฆษณา YouTube ในสหรัฐ [1]

Google อธิบายว่า เมื่อร้านค้าที่มีคุณสมบัติสมัครแล้ว Business Agent จะฝังตัวอยู่ในโฆษณา YouTube โดยตรง ทำให้ผู้ชมทำการค้นคว้าด้วยตัวเอง ถามคำถามสินค้าที่ซับซ้อน และรับคำแนะนำเฉพาะบุคคล โดยไม่ต้องออกจากบริบทของ YouTube [1]

⇒ จุดที่ผมคิดว่าสำคัญคือ "ไม่ต้องออกจากบริบท" เพราะเดิมเส้นทางคือดูโฆษณาแล้วต้องไปค้นต่อที่อื่น ซึ่งเป็นจุดที่คนหลุด [1]

Google บอกว่า Business Agent ใน Search เปิดมาก่อนแล้วในปีนี้ ⇒ ตัวนี้คือการขยายไปยังพื้นที่ที่สอง [1]

UCP hub เพิ่มความสามารถด้านเช็คเอาต์

Universal Commerce Protocol หรือ UCP เป็นโปรโตคอลที่ทำให้สั่งซื้อได้โดยตรงจาก Google และ Google ระบุว่ามันรองรับร้านค้า หลายแสนแบรนด์ ทั่ว Google อยู่แล้ว [1]

ของใหม่คือร้านที่ใช้ hub ซึ่งมีสองอย่าง [1]

  • cart transfer ย้ายตะกร้าสินค้ากลับไปยังเว็บของร้านค้าเอง
  • enhanced checkout flow testing ทดสอบขั้นตอนสั่งซื้อได้ละเอียดขึ้น

และระบุว่ากำลังทยอยเปิดในสหรัฐ โดยออสเตรเลียกับแคนาดาจะตามต้นปีหน้า [1]

⇒ ข้อที่ผมคิดว่าน่าสนใจคือ cart transfer เพราะมันแก้ปัญหาที่ร้านค้ากังวลมานาน คือลูกค้าซื้อบนแพลตฟอร์มแล้วข้อมูลไม่กลับไปที่ร้าน [1]

ตัวอย่างที่ Google ยกคือ Tapestry ซึ่งเป็นเจ้าของ Coach และ Kate Spade โดยระบุว่าเชื่อม UCP เข้ากับเช็คเอาต์บน Google และเริ่มขายสินค้าใน Search รวมถึง AI Mode และแอป Gemini ได้ [1]

ตัวเลขฝั่งผู้ซื้อ ที่บอกว่าพฤติกรรมเปลี่ยนไปแล้วแค่ไหน

ผมเปิดอ่านรายงานของ PYMNTS ที่รายงานการประชุมนี้เพิ่ม และตัวเลขที่ได้ทำให้เห็นภาพชัด [3]

ตัวชี้วัด ตัวเลข
ชาวอเมริกันที่ซื้อของโดยมี AI ช่วย 139 ล้านคน
ยอมให้ AI agent ซื้อของแทน 24%
ยอมให้แอป AI เก็บบัตร 14%
เปลี่ยนมาใช้ AI ค้นหาสินค้าแทนช่องทางเดิม 39 ล้านคน (15% ของผู้ใหญ่)

⇒ สังเกตว่าช่องว่างระหว่าง 24% กับ 14% คือประเด็นสำคัญ ⇒ คนยอมให้ AI ช่วย เลือก มากกว่ายอมให้ AI ถือบัตร ในสัดส่วนเกือบสองต่อหนึ่ง [3]

⇒ ผมอ่านว่านี่คือด่านที่แท้จริงของ agentic commerce ไม่ใช่ความสามารถของ AI แต่คือความไว้วางใจเรื่องการจ่ายเงิน [3]

สิ่งที่ผมคิดว่าร้านค้าควรทำตอนนี้

ขั้นแรก แยกสองเรื่องออกจากกัน คือ การถูกค้นพบ กับ การขาย ⇒ รายงาน AI performance insights วัดเรื่องแรก และ UCP/Business Agent อยู่ในเรื่องที่สอง [1][2]

ขั้นที่สอง ถ้าคุณอยู่ใน 5 ประเทศที่รองรับ เริ่มดูที่ช่วง Ready to buy ก่อน เพราะเป็นช่วงที่ใกล้ยอดขายที่สุด และดูว่าส่วนแบ่งเสียงของคุณต่ำกว่าค่าเฉลี่ยคู่แข่งหรือไม่ [2]

ขั้นที่สาม ถ้าคุณอยู่นอก 5 ประเทศ งานที่ทำได้ตอนนี้คือเตรียมข้อมูล ⇒ conversational attributes และ video link attribute เปิดใช้กว้างกว่า ⇒ เตรียมไว้ก่อนที่รายงานจะมา [1]

ขั้นที่สี่ อย่าลืมว่ารายงานนี้ไม่นับโฆษณา ⇒ ถ้าคุณต้องการวัดผลของงบโฆษณาบน AI surfaces ต้องใช้เครื่องมืออื่น และผมไม่พบว่า Google เปิดตัวรายงานนั้นในประกาศชุดนี้ [1][2]

และถ้าคุณขายในประเทศไทย ผมเสนอให้ติดตามประกาศอย่างเป็นทางการของ Google ทั้งเรื่องการขยายพื้นที่ และเรื่องการขยายขอบเขตภาษา เพราะ ณ วันที่เขียนยังไม่มีกำหนดการสำหรับทั้งสองอย่าง [1][2]

ข้อควรระวัง

หนึ่ง บทความนี้สรุปจากบล็อกทางการของ Google เอกสารช่วยเหลือของ Google และรายงานของสื่อที่ครอบคลุมงานแถลง [1][2][3]

สอง ผมไม่มีบัญชี Merchant Center และไม่ได้ทดลองใช้ AI performance insights ⇒ คำอธิบายทุกอย่างมาจากเอกสารทางการ ไม่ใช่ประสบการณ์ใช้งานจริง [2]

สาม ผมยืนยันไม่ได้ว่าประเทศไทยจะได้ใช้เมื่อไหร่ เพราะผมค้นแล้วไม่พบประกาศใดระบุสำหรับไทยหรือเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ ⇒ การไม่มีประกาศไม่เท่ากับจะไม่ได้ใช้ เพียงแต่ยังไม่มีข้อมูล ณ วันที่เขียน

และมีข้อจำกัดที่ผมคิดว่าสำคัญกว่าขอบเขตประเทศ เอกสารระบุในหัวข้อ Availability ตรง ๆ ว่า [2]

"AI performance insights are currently available for English-language queries for Merchant Center accounts in Australia, Canada, India, New Zealand, and the United States."

คำแปล: ปัจจุบัน AI performance insights ใช้ได้กับ คำค้นภาษาอังกฤษ สำหรับบัญชี Merchant Center ในออสเตรเลีย แคนาดา อินเดีย นิวซีแลนด์ และสหรัฐอเมริกา

⇒ แปลว่าต่อให้ไทยได้ใช้ในอนาคต คำค้นภาษาไทยก็ยังไม่ถูกวัด จนกว่า Google จะขยายขอบเขตภาษา ซึ่งเอกสารไม่ได้ระบุกำหนดการไว้ [2]

สี่ ตัวเลข 139 ล้านคน · 24% · 14% · 39 ล้านคน มาจากผลสำรวจของ PYMNTS ซึ่งเป็นบริษัทวิจัย ไม่ใช่ข้อมูลจาก Google โดยตรง และไม่ทราบรายละเอียดกลุ่มตัวอย่างจากบทความที่ผมอ่าน [3]

ห้า ตัวเลข 5% ของ conversion และ 50% ของ conversational attributes มาจากการรายงานของ Google เอง ⇒ เป็นตัวเลขของเจ้าของผลิตภัณฑ์ ไม่ได้ผ่านการตรวจสอบอิสระ [1]

หก ผมทำงานบนระบบที่ใช้โมเดล AI และเขียนบทความนี้ด้วยความช่วยเหลือของ AI [4]

บทความที่เกี่ยวข้อง

ถ้าคุณสนใจว่าทำไมเนื้อหาถึงต้องเขียนให้ AI ดึงไปตอบได้ ผมเขียนเรื่อง ลิงก์ภายในที่ AI มองเห็น ไว้ ซึ่งพูดถึงพฤติกรรมการดึงข้อความของ AI crawler ที่ต่างจาก Search ทั่วไป

ถ้าคุณขายออนไลน์และอยากเริ่มวันนี้ ลองตรวจก่อนว่า conversational attributes เปิดให้บัญชีคุณใช้แล้วหรือยัง แล้วลองถาม AI Mode ด้วยคำถามที่ลูกค้าจริงน่าจะถาม ว่ามันดึงข้อมูลสินค้าคุณไปตอบหรือไม่ นั่นคือจุดที่เริ่มได้ทันทีโดยไม่ต้องรอรายงาน

แหล่งอ้างอิง

[1] Gupta, A., "Boost your holiday sales with these agentic commerce updates", Google Blog (16 ก.ย. 2026 / ค.ศ. 2026), https://blog.google/products-and-platforms/products/shopping/google-shopping-updates-holiday-shopping/

[2] "About AI performance insights" เอกสารช่วยเหลือ Merchant Center, Google (เข้าถึง 17 ก.ย. 2026 / ค.ศ. 2026), https://support.google.com/merchants/answer/17200695

[3] "Google Debuts Agentic Tools to Prep Retailers for Holidays", PYMNTS (ก.ย. 2026 / ค.ศ. 2026), https://pymnts.com/google/2026/google-debuts-agentic-tools-to-prep-retailers-for-holidays

[4] การเปิดเผยของผู้เขียน: บทความนี้เขียนโดยใช้โมเดล AI

Top comments (0)