DEV Community

Nokka
Nokka

Posted on

LLM Routing สำหรับ AI Agent, ทำไม agent ถึงต้องเลือกโมเดลเป็น และวิธีลดต้นทุนได้ถึง 80%

LLM Routing สำหรับ AI Agent, ทำไม agent ถึงต้องเลือกโมเดลเป็น และวิธีลดต้นทุนได้ถึง 80%

โดย Nokka (นก-กา) | 21 สิงหาคม 2026

LLM routing for agents

AI agent หนึ่งตัวทำงานหนึ่งชิ้น อาจเรียก LLM หลายสิบครั้ง

วางแผนเรียกครั้งหนึ่ง, เขียนโค้ดเรียกอีกครั้ง, ตรวจผลเรียกอีกครั้ง, สรุปเรียกอีกครั้ง, และทุกครั้งที่เรียก ถ้าคุณส่งไปให้โมเดลที่แพงที่สุดเสมอ ต้นทุนจะพุ่งแบบไม่รู้ตัว

นี่คือเหตุผลที่ "LLM routing" กำลังกลายเป็นทักษะสำคัญของคนสร้าง agent

ก่อนอื่น, ทำความเข้าใจศัพท์พื้นฐาน

LLM Routing (การจัดเส้นทางโมเดล) คือการ "เลือก" ว่าแต่ละคำถาม/ขั้นตอนควรส่งไปให้โมเดลตัวไหน แทนที่จะใช้โมเดลเดียวทำทุกอย่าง

Agentic workflow คือการทำงานของ agent ที่แบ่งเป็นหลายขั้นตอน (วางแผน → ลงมือ → ตรวจ → แก้) แต่ละขั้นตอนเรียก LLM แยกกัน

อุปมา: เหมือนบริษัทที่มีพนักงานหลายระดับ, งานเอกสารง่ายๆ ให้พนักงานใหม่ทำ (ถูก), งานตัดสินใจสำคัญให้ผู้บริหารทำ (แพง), ไม่มีใครให้ CEO มานั่งถ่ายเอกสาร

ทำไม agent ถึง "ต้องการ" routing มากกว่า chat ทั่วไป

1. Agent เรียก LLM หลายครั้งต่อ task

Chat ทั่วไปเรียก LLM 1 ครั้งต่อคำถาม แต่ agent เรียก 10-50 ครั้งต่อ task

ถ้าแต่ละครั้งใช้โมเดลแพงสุด ต้นทุนคูณ 10-50 เท่าโดยไม่จำเป็น

2. แต่ละขั้นตอนความยากไม่เท่ากัน

ขั้นตอน ความยาก โมเดลที่ควรใช้
วางแผน (planning) ยาก โมเดลใหญ่
เขียนโค้ด (coding) ปานกลาง โมเดลกลาง
สรุปผล (summarize) ง่าย โมเดลเล็ก
แปล/จัดรูปแบบ ง่ายมาก โมเดลเล็กสุด

การส่ง "สรุปผล" ไปให้โมเดลใหญ่ = เสียเงินเปล่า

3. ต้นทุนคือปัญหาใหญ่ที่สุดของ agent

จาก research หลายแหล่ง ตัวเลขประหยัดได้จริง [1][2]:

แหล่ง ประหยัดได้
Requesty 80%
Swfte 85%
HireAgentic 60% [3]

วิธีทำ routing สำหรับ agent (3 แนวทาง)

แนวทาง 1: Rule-based (กฎตายตัว)

ตั้งกฎง่ายๆ เช่น "งาน summarize ใช้โมเดลเล็ก, งาน reasoning ใช้โมเดลใหญ่"

ข้อดี: ง่าย, เร็ว, ไม่ต้อง train
ข้อเสีย: ไม่ยืดหยุ่น, ต้องปรับเองเมื่อโมเดลเปลี่ยน

แนวทาง 2: ML-based (เรียนรู้จากข้อมูล)

ใช้ router ที่ train จากข้อมูล (เช่น LLMRouter ที่มี 16+ วิธี), เรียนรู้ว่า "งานแบบนี้ควรใช้โมเดลไหน"

ข้อดี: แม่นยำ, ปรับตัวได้
ข้อเสีย: ต้องมีข้อมูล train, ซับซ้อนกว่า

แนวทาง 3: Agentic routing (ให้ LLM เลือกเอง)

ใช้ LLM ตัวหนึ่งเป็น "ตัวเลือก", อ่านงานแล้วตัดสินใจว่าจะส่งไปให้โมเดลไหน (เช่น router_r1 ของ LLMRouter)

ข้อดี: ยืดหยุ่นสุด, เข้าใจบริบท
ข้อเสีย: ต้องใช้ GPU + เพิ่ม latency

ตัวอย่างจริง: วิธีที่ agent ใช้ routing

สมมติ agent ทำงาน "เขียนบทความ + โพสต์ลงเว็บ":

  1. Research (ค้นข้อมูล) → โมเดลกลาง (อ่านเยอะ ไม่ต้องคิดลึก)
  2. Draft (เขียนร่าง) → โมเดลใหญ่ (ต้องคิดสร้างสรรค์)
  3. Edit (ตรวจแก้) → โมเดลกลาง (ตรวจ grammar)
  4. Summarize (สรุป) → โมเดลเล็ก (งานง่าย)
  5. Format (จัดรูปแบบ) → ไม่ต้องใช้ LLM เลย (ใช้โค้ด)

ถ้าทุกขั้นใช้โมเดลใหญ่ = จ่ายแพง 5 เท่าโดยไม่จำเป็น

ข้อควรระวัง (สิ่งที่คนพลาดบ่อย)

  1. Routing เองก็มีต้นทุน, router ที่เป็น LLM ต้องเรียก LLM เพื่อ "เลือก" ซึ่งก็เสีย token, ต้องชั่งว่าประหยัดจริงไหม
  2. Latency เพิ่ม, การ route เพิ่มขั้นตอน = ช้าลงเล็กน้อย
  3. คุณภาพอาจลด, ถ้า route ผิด (ส่งงานยากไปให้โมเดลเล็ก) ผลลัพธ์แย่ลง
  4. ความซับซ้อน, ต้อง maintain router + โมเดลหลายตัว

สรุป

LLM routing ไม่ใช่ "ของฟุ่มเฟือย" สำหรับ agent, มันคือ "ของจำเป็น" เพราะ agent เรียก LLM หลายสิบครั้งต่อ task และต้นทุนคูณตามจำนวนครั้ง

ถ้าคุณสร้าง agent ที่รันจริง (ไม่ใช่ demo) การ routing คือวิธีที่ทำให้ "ประหยัด 60-85%" โดยคุณภาพแทบไม่ลด [5]


สรุปมุมมองของผม

ผมคิดว่า routing จะกลายเป็น "มาตรฐาน" ของ agent framework ทุกตัวในอนาคต เพราะต้นทุนคือตัวกำหนดว่า agent จะรันได้จริงหรือแค่ demo

ถ้าคุณกำลังสร้าง agent และเริ่มเห็นค่าใช้จ่ายพุ่ง ลองเริ่มจาก rule-based routing ง่ายๆ ก่อน แล้วค่อยขยับไป ML-based เมื่อมีข้อมูลพอ

คุณใช้ routing กับ agent ของคุณอยู่ไหม? หรือยังใช้โมเดลเดียวทำทุกอย่าง? คอมเมนต์บอกผมได้ครับ

แหล่งอ้างอิง

[1] Requesty. "AI Agent Cost Optimization: How to Cut LLM Spend by 80% with Routing". 2026. https://www.requesty.ai/blog/ai-agent-cost-optimization-how-to-cut-llm-spend-by-80-percent-with-routing

[2] Swfte. "Intelligent LLM Routing: How Multi-Model AI Cuts Costs by 85%". 2026. https://www.swfte.com/blog/intelligent-llm-routing-multi-model-ai

[3] Digital Applied. "LLM Model Routing in 2026: Cost-Quality Optimization". 2026. https://www.digitalapplied.com/blog/llm-model-routing-2026-cost-quality-optimization-engineering-guide

[4] ulab-uiuc. "LLMRouter: An Open-Source Library for LLM Routing". GitHub. 2025. https://github.com/ulab-uiuc/LLMRouter

[5] Zylos. "AI Agent Model Routing and Dynamic Model Selection Strategies". 2026. https://zylos.ai/research/2026-03-02-ai-agent-model-routing/


บทความนี้วิเคราะห์จาก Requesty, Swfte, Digital Applied, GitHub และ Zylos ข้อมูล ณ 21 สิงหาคม 2026 Nokka

บทความนี้เขียนโดย AI (DeepSeek V4 Pro) ภายใต้การดูแลของ Nokka

Top comments (0)