โดย Nokka (นก-กา) | 6 พ.ย. 2026
บทความนี้เขียนโดย AI (deepseek-v4.1-flash · ผู้ให้บริการโมเดล: ollama-cloud) ผ่าน Hermes Agent ภายใต้การควบคุมและตรวจสอบคุณภาพโดยมนุษย์ - Nokka (นก-กา)
ผมเห็นรูปมันครั้งแรกในฟีด แล้วคิดว่ามันคือของเล่นตั้งโต๊ะอีกตัวหนึ่ง
กล่องสี่เหลี่ยมเล็ก ๆ มีหน้าจอเป็นดวงตา ขยับหัวไปมาได้ กดปุ่มแล้วก็พูดตอบสั้น ๆ
แต่พอเปิดสเปกกับรีโปของมันจริง ๆ เรื่องกลับไม่ง่ายอย่างที่คิด
StackChan ไม่ได้ขายความสามารถสำเร็จรูป มันขายความเป็นแพลตฟอร์ม
และคำว่าแพลตฟอร์มในที่นี้หมายถึง คุณต้องลงมือเองค่อนข้างเยอะ
ข้างในมีอะไร
ตัวเครื่องรุ่นมาตรฐานคือ M5StackChan CoreS3 (รหัส K151) ราคาบนเว็บ M5Stack อยู่ที่ 99 ดอลลาร์ [4]
ข้างในเป็นบอร์ด CoreS3 ซึ่งขับด้วยชิป ESP32-S3 สองคอร์ 240 เมกะเฮิรตซ์ พร้อมแฟลช 16 เมกะไบต์และ PSRAM 8 เมกะไบต์ มี Wi-Fi กับบลูทูธในตัว [1]
บอร์ดเดียวกันนี้มีหน้าจอทัชสกรีน 2 นิ้ว กล้อง 0.3 ล้านพิกเซล เซนเซอร์แสงและระยะ ไมค์สองตัว ลำโพง 1 วัตต์ และช่อง microSD
ตัวบอดี้ที่ต่อเพิ่มเข้าไปมีแบตเตอรี่ 550 mAh เซอร์โวสองตัว ไฟ RGB สิบสองดวง มีตัวรับส่งอินฟราเรด แผงทัชสามโซน และโมดูล NFC [1]
ฟังจากรายการนี้ มันคือบอร์ดพัฒนา ESP32 ที่ใส่กล่องให้ดูน่ารัก ไม่ใช่ของเล่นที่ซื้อมาแล้วจบ
จุดนั้นคือประเด็นทั้งหมดของมัน
สิ่งที่คนมักเข้าใจผิด
โพสต์ที่ผมอ่านบอกว่า "ไม่ใช่ของเล่นสำเร็จรูปเปิดกล่องแล้วคุยฉอด ๆ อัตโนมัติ" ซึ่งตรง
แต่ผมอยากเติมให้ชัดกว่านั้นอีกชั้น
StackChan มีสองโลกที่อยู่ร่วมกัน
โลกแรกคือเฟิร์มแวร์จากโรงงาน มี AI Agent มีแอนิเมชัน มีรีโมตผ่าน ESP-NOW และต่อแอปมือถือดูภาพหรือสั่งงานระยะไกลได้ [1]
โลกที่สองคือรีโปโอเพนซอร์สของชุมชน ซึ่งให้เฟิร์มแวร์อีกชุด เครื่องมือบนเบราว์เซอร์ โมเดลเคสสำหรับพิมพ์สามมิติ และผังวงจร [2]
สองโลกนี้ไม่เหมือนกัน และนี่คือจุดที่คนซื้อมักสับสน
รีโปสองอันที่ชื่อคล้ายกัน และบทเรียนเรื่องสัญญาอนุญาต
นี่คือจุดที่ผมเกือบเขียนผิด และคิดว่าคุ้มที่จะเล่า
รีโป stack-chan/stack-chan เป็นของชุมชน เริ่มตั้งแต่ปี 2021 มีดาว 1,847 ดวง ใช้สัญญาอนุญาต Apache-2.0 และประกาศชัดว่าเปิดทั้งฮาร์ดแวร์และซอฟต์แวร์ [2]
ส่วนรีโป m5stack/StackChan เป็นของบริษัท มีดาว 1,504 ดวง และมีโค้ดของแอปมือถือกับเซิร์ฟเวอร์อยู่ด้วย [3]
ตอนแรกผมเปิดดูแล้วเห็นว่า GitHub รายงานว่าไม่มีสัญญาอนุญาต เพราะไม่มีไฟล์ LICENSE ที่รากรีโป
ผมเกือบเขียนลงบทความว่าโค้ดของบริษัทเปิดให้อ่านแต่ห้ามใช้ต่อ
โชคดีที่ผมเปิดโฟลเดอร์ข้างในก่อน
ในรีโปนั้นมีไฟล์ firmware/LICENSE, server/LICENSE และ remote/code/LICENSE ซึ่งเป็น MIT License ของ M5Stack ทั้งสามไฟล์ และไฟล์ app/pubspec.yaml ก็มีบรรทัดระบุ SPDX-License-Identifier เป็น MIT [3]
แปลว่าโค้ดส่วนใหญ่ของบริษัทเปิดให้ใช้ต่อได้จริง แต่ GitHub มองไม่เห็นเพราะมันอ่านแค่ไฟล์ที่ราก
บทเรียนคือ อย่าตัดสินสัญญาอนุญาตจากป้ายบนหน้า GitHub อย่างเดียว ต้องเปิดโฟลเดอร์ดูเอง
สำหรับคนที่จะเอาไปต่อยอด ทั้งสองรีโปจึงใช้ได้ แต่ชุมชนใช้ Apache-2.0 ส่วนบริษัทใช้ MIT ซึ่งเงื่อนไขต่างกันหลายข้อ ทั้งการระบุที่มา การแจ้งไฟล์ NOTICE และเงื่อนไขเรื่องสิทธิบัตรของ Apache-2.0
ที่คุณทำได้จริง
สิ่งที่ผมชอบที่สุดในรีโปชุมชนคือเครื่องมือบนเบราว์เซอร์ เพราะมันลดกำแพงของการเริ่มต้นลงเยอะ [2]
- แฟลชเฟิร์มแวร์ผ่าน Chrome หรือ Edge ต่อสาย USB แล้วกด ไม่ต้องติดตั้ง Moddable SDK หรือ ESP-IDF
- ตั้งค่า Wi-Fi ผ่านบลูทูธ
- เขียน MOD หรือแอปเล็ก ๆ ด้วย Blockly แล้วรันในเครื่องจำลองก่อน
- ออกแบบหน้าใหม่ด้วยตัวแก้ไขใบหน้า แล้วส่งขึ้นเครื่อง
- ดูคลัง MOD ที่คนอื่นแชร์ไว้แล้วติดตั้งได้เลย
ถ้าคุณเคยลองบอร์ด ESP32 มาก่อน จะรู้ว่าขั้นตอนพวกนี้ขั้นตอนแบบนี้ใช้เวลาไม่น้อย
การย่อขั้นตอนพวกนี้เหลือไม่กี่คลิก คือสิ่งที่ผมคิดว่าทำให้มันน่าเริ่มกว่าบอร์ดเปล่า ๆ
ตัวอย่างของคนที่ต่อยอดไปไกลกว่านั้น
มีนักพัฒนาชุมชนคนหนึ่งเขียนโปรเจกต์ที่ส่งข้อความเข้า API ของ ChatGPT แล้วให้หุ่นตอบกลับเป็นเสียง และปล่อยโค้ดใต้สัญญาอนุญาต MIT ตั้งแต่ปี 2023 [5]
แต่รีโปนั้นไม่ได้ถอดเสียงให้เอง ผมอ่าน README แล้วเห็นว่าเขาต้องใช้แอปอื่นแปลงเสียงเป็นข้อความก่อน แล้วจึงยิงข้อความเข้ามาที่หุ่น และยังต้องมีคีย์ของบริการแปลงข้อความเป็นเสียงอีกตัว
และมันถูกเขียนขึ้นสำหรับบอร์ด M5GoBottom กับ Core2 ไม่ใช่ CoreS3 ในเครื่อง K151 ที่ขายอยู่ตอนนี้
ผมจึงไม่ควรเรียกมันว่าตัวอย่างที่ "คุยโต้ตอบได้จริง" แบบเปิดกล่อง
มันคือหลักฐานว่าชั้นที่เหลืออยู่เหนือเฟิร์มแวร์นั้นมีคนทำได้ แต่คุณต้องเป็นคนประกอบมันเอง
ตัวอย่างที่ผมคิดว่าจะลองทำ
ถ้าผมมีเครื่องนี้บนโต๊ะ สิ่งแรกที่ผมจะทำไม่ใช่ถามสาระระบบ
ผมจะเขียน MOD ที่ให้มันหันมามองหน้าจอผมเมื่อมีเสียงแจ้งเตือน แล้วทำสีไฟตามประเภทงาน
ไม่ต้องใช้ AI ไม่ต้องต่อ API ใด ๆ ใช้แค่เซอร์โวกับไฟ RGB ที่มีอยู่แล้ว
สิ่งที่ต้องเขียนมีแค่การอ่าน event กับสั่ง servo ไม่กี่บรรทัด แต่ผลลัพธ์ที่ได้คือของบนโต๊ะที่ตอบสนองต่อเราจริง ๆ
นั่นคือช่วงที่มันหยุดเป็นของเล่น และกลายเป็นเครื่องมือ
ต้นทุนที่โพสต์ไม่ได้บอก
ราคา 99 ดอลลาร์เป็นเพียงค่าเครื่อง ยังไม่รวมภาษี ค่าส่ง และอะไหล่ถ้าคุณทำเคสเอง
เรื่อง AI มีรายละเอียดที่คนซื้อควรรู้ก่อนจ่ายเงิน
เฟิร์มแวร์จากโรงงานขับ AI Agent ด้วยบริการชื่อ XiaoZhi และตั้งค่าผ่านแอป StackChan World โดยผูกกับบัญชี M5Stack [1]
เอกสารยังเตือนด้วยว่า ถ้าคุณเคยผูกเครื่องกับ xiaozhi.me แล้ว จะสลับกลับมาใช้ระบบโรงงานทันทีไม่ได้ ต้องยกเลิกการผูกก่อน [1]
ส่วนเฟิร์มแวร์ชุมชนไม่ได้มี AI ติดมาให้ คุณต้องไปหาเอง ทั้งคีย์โมเดลสำหรับตอบคำถาม และบริการแปลงเสียงเป็นข้อความกับข้อความเป็นเสียง
เอกสารของ M5Stack ไม่ได้บอกค่าใช้จ่ายส่วนนี้ไว้ เพราะมันขึ้นกับผู้ให้บริการที่คุณเลือก
เสียงและบทสนทนาของคุณจะออกจากเครื่องไปยังผู้ให้บริการที่คุณเลือกใช้ [1] ไม่ว่าจะเป็น XiaoZhi ตอนใช้เฟิร์มแวร์โรงงาน หรือผู้ให้บริการรายอื่นตอนแฟลชเฟิร์มแวร์ชุมชน
ถ้าคุณจะวางมันไว้ในห้องนอนหรือห้องทำงาน ควรอ่านนโยบายความเป็นส่วนตัวของผู้ให้บริการนั้นก่อน
กล้องความละเอียด 0.3 ล้านพิกเซลใช้ดูภาพได้ แต่ไม่ใช่กล้องสำหรับงานด้านภาพที่ต้องการรายละเอียด
เซอร์โวแกนตั้งมีช่วงเคลื่อนที่ 90 องศา และเอกสารระบุช่วงใช้งานจริงของแกน Y ไว้ที่ 5 ถึง 85 องศา ถ้าฝืนหมุนเกินช่วงนี้อาจทำให้กลไกเสียหายถาวร [1]
ทำไม AI ของมันต้องพึ่งคลาวด์
ชิป ESP32-S3 มี PSRAM 8 เมกะไบต์ ซึ่งไม่พอจะรัน LLM ขนาดที่ตอบคำถามได้อย่างที่คนคาดหวัง
ต่อให้ทำ quantization เหลือ 4 บิตจนโมเดลเล็กลงมาก ความแม่นยำก็ลดลงตาม และหน่วยความจำยังไม่พอสำหรับ KV cache ซึ่งเก็บ vector ของ key และ value ไว้ระหว่างประมวลผล
นั่นคือเหตุผลที่หุ่นแบบนี้มักส่งเสียงขึ้นคลาวด์ ให้โมเดล Transformer ขนาดใหญ่ซึ่งใช้ attention คูณ matrix แล้วแปลงคะแนนเป็นน้ำหนักความสนใจด้วย softmax จากนั้นจึงผ่านชั้น logits อีกครั้งเพื่อคำนวณ probability ของคำถัดไป แล้วส่งข้อความกลับมา
ตัวเครื่องทำหน้าที่ฟัง พูด และขยับ ส่วนความคิดอยู่ที่อื่น
และถ้าคุณอยู่ไทย ต้องเผื่อเวลาเรื่องภาษา เพราะเอกสารกับคอมมิวนิตี้หลักเป็นอังกฤษและญี่ปุ่น
ทั้งหมดนี้ไม่ได้ทำให้มันแย่ลง
แต่มันทำให้คำว่า "ของเล่น" กับ "แพลตฟอร์ม" เป็นคนละคำกันจริง ๆ
ใครควรซื้อ
ผมแบ่งคนอ่านเป็นสามกลุ่ม
ถ้าคุณชอบแกะของและเขียนโค้ดเป็นงานอดิเรก เครื่องนี้คุ้มมาก เพราะคุณได้ทั้งบอร์ดที่ใช้ต่อได้อีกหลายโปรเจกต์ และชุมชนที่ยังขยับอยู่
ถ้าคุณอยากได้ผู้ช่วยพูดคุยบนโต๊ะที่ใช้งานได้ทันที โดยไม่อยากยุ่งกับโค้ด ผมคิดว่ามีทางที่ตรงกว่าการซื้อเครื่องนี้
ถ้าคุณเป็นครูหรือคนจัดเวิร์กชอป เครื่องนี้เป็นตัวอย่างที่ดีของการสอนฮาร์ดแวร์กับซอฟต์แวร์ไปพร้อมกัน เพราะทุกชั้นเปิดให้ดู
ข้อควรระวังก่อนกดสั่ง
มีสามเรื่องที่ผมจะเช็กก่อนจ่ายเงิน
1. เฟิร์มแวร์โรงงานอยู่ที่ไหน และกู้คืนด้วย M5Burner ได้ไหม
2. เคสที่พิมพ์เองรองรับบอร์ดรุ่นที่ผมมีจริงหรือเปล่า
3. ค่า API และบัญชี AI ที่ต้องใช้ คิดเป็นเงินเท่าไรต่อเดือน
หนึ่ง ถ้าจะแฟลชเฟิร์มแวร์ชุมชน มันจะเขียนทับเฟิร์มแวร์โรงงาน ต้องรู้วิธีกู้คืนผ่าน M5Burner ก่อน [2]
สอง ถ้าจะพิมพ์เคสเอง ต้องดูโฟลเดอร์เคสและผังวงจรให้ครบ เพราะรุ่นที่พิมพ์เองอาจไม่รองรับบอร์ดทุกตัว
สาม อย่าหมุนส่วนที่ต่อกับมอเตอร์ด้วยมือแรง ๆ เพราะอาจทำให้เฟืองเสียได้ เอกสารของ M5Stack เตือนเรื่องนี้ไว้ชัด [1]
คำตอบของผม
StackChan ไม่ใช่ของเล่นที่ซื้อมาแล้วจบ และไม่ใช่บอร์ดเปล่า ๆ ที่ต้องบัดกรีเอง
มันอยู่ตรงกลาง และนั่นคือจุดที่ทำให้คนรักมันกับคนผิดหวังเป็นคนกลุ่มเดียวกัน
ถ้าคุณมองมันเป็นจุดเริ่มต้นของโปรเจกต์ มันให้มากกว่าที่ราคา 99 ดอลลาร์ควรให้
ถ้าคุณมองมันเป็นสินค้าสำเร็จรูป มันจะทำให้คุณหงุดหงิดภายในชั่วโมงแรก
ผมชอบของแบบนี้ เพราะมันไม่หลอกคุณว่ามันเก่ง
มันแค่รอให้คุณเขียนส่วนที่เหลือเอง
พิกัดร้านในไทย: https://s.shopee.co.th/80DoXOTOgZ
ลิงก์ Shopee นี้เป็นลิงก์ affiliate ผมอาจได้ค่าคอมมิชชันถ้าคุณสั่งซื้อ โดยไม่มีผลต่อราคาที่คุณจ่าย
แหล่งอ้างอิง
[1] เอกสารผลิตภัณฑ์ StackChan ของ M5Stack (K151/K151-R) เปิดเมื่อ 6 พฤศจิกายน 2026 https://docs.m5stack.com/en/StackChan
[2] Stack-chan repository ชุมชน สัญญาอนุญาต Apache-2.0 (2021-2026) https://github.com/stack-chan/stack-chan
[3] M5Stack StackChan repository สร้าง 7 มกราคม 2026 https://github.com/m5stack/StackChan
[4] หน้าราคา M5StackChan AI Desktop Robot บน M5Stack Store เปิดเมื่อ 6 พฤศจิกายน 2026 https://shop.m5stack.com/products/stackchan-kawaii-co-created-open-source-ai-desktop-robot
[5] ตัวอย่างโปรเจกต์ AI StackChan สาย ChatGPT สัญญาอนุญาต MIT ผลักล่าสุด 21 เมษายน 2023 https://github.com/robo8080/M5Unified_StackChan_ChatGPT

Top comments (0)