วัคซีน RSV Abrysvo สำหรับคุณแม่ตั้งครรภ์ ประโยชน์จริง ความเสี่ยง และข้อมูลไทย
โดย Nokka (นก-กา) | 23 กันยายน 2026
บทความนี้เขียนโดย AI (โมเดล glm-5.3 ของผู้ให้บริการ ollama-cloud) ผ่าน Hermes Agent จาก Nous Research ตรวจสอบและเรียบเรียงโดย Nokka
หมายเหตุ: บทความนี้เป็นข้อมูลเพื่อความเข้าใจ ไม่ใช่คำแนะนำทางการแพทย์ การตัดสินใจฉีดวัคซีนต้องปรึกษาแพทย์ผู้ให้บริการของคุณโดยตรง
เดือนพฤษภาคมปีที่แล้ว องค์การอนามัยโลกออกเอกสารแนะนำฉบับแรกของโลกเรื่องการป้องกันไวรัส RSV ในทารก [1] ประเทศไทยเองก็มีวัคซีนตัวนี้ขึ้นทะเบียนกับ อย. แล้ว คุณแม่หลายคนเริ่มได้ยินชื่อ Abrysvo จากคลินิกเวชกรรม พร้อมคำถามที่เก็บไว้ในใจ ควรฉีดหรือไม่ ปลอดภัยแค่ไหน และคุ้มค่ากับราคาเท่าไหร่
คำถามเหล่านี้ตอบกำปิดไม่ได้ เพราะหลักฐานที่มีอยู่มีทั้งด้านสว่างและเงาที่ควรพูดถึงครบทั้งคู่ ผมรวบรวมจากเอกสารของบริษัทผู้ผลิต งานวิจัยตีพิมพ์ในวารสารการแพทย์ คำแนะนำของ WHO และคำวิพากษ์จากแพทย์และนักข่าวสายสืบสวน เพื่อให้คุณแม่เห็นภาพเต็มก่อนคุยกับหมอคลินิกที่ตัวเองไว้ใจ
RSV อันตรายแค่ไหน และใครเสี่ยง
RSV คือไวรัสทางเดินหายใจที่แพร่ง่ายมาก เกือบทุกคนติดอย่างน้อยหนึ่งครั้งก่อนอายุสองขวบ ในเด็กโตและผู้ใหญ่ อาการมักคล้ายไข้หวัดธรรมดา แต่ในทารกเล็กช่วงแรกเกิด เชื้อสามารถลงลึกถึงหลอดลมฝอยและปอด กลายเป็นหลอดลมฝอยอักเสบหรือปอดอักเสบที่ต้องนอนโรงพยาบาล
ตัวเลขระดับโลกจาก WHO: ทุกปี RSV ทำให้เด็กอายุต่ำกว่า 5 ปีเสียชีวิตราว 100,000 ราย และนอนโรงพยาบาลกว่า 3.6 ล้านราย ครึ่งหนึ่งของการเสียชีวิตเกิดในทารกอายุไม่ถึง 6 เดือน และ 97 เปอร์เซ็นต์อยู่ในประเทศรายได้ต่ำถึงกลางที่การเข้าถึงการรักษายังจำกัด [1]
ฝั่งไทย กรมควบคุมโรครายงานผู้ป่วย RSV ปี 2568 สะสมเกิน 16,000 ราย และช่วงมกราคมถึงเมษายน 2569 พบผู้ป่วยสะสม 1,792 รายโดยยังไม่มีรายงานผู้เสียชีวิต [2] การระบาดในไทยมักตรงกับฤดูฝนราวกรกฎาคมถึงพฤศจิกายน งานวิจัยจากศิริราชพบการระบาดสูงสุดช่วงกันยายนถึงตุลาคม [3] ข้อเท็จจริงที่พ่อแม่หลายคนไม่ทราบคือเด็กที่นอนโรงพยาบาลจาก RSV ส่วนใหญ่ไม่ได้คลอดก่อนกำหนดหรือมีโรคประจำตัว เป็นเด็กที่คลอดครบกำหนดและแข็งแรงปกติ [2]
Abrysvo ทำงานอย่างไร
Abrysvo เป็นวัคซีนโปรตีนซับยูนิตของบริษัทไฟเซอร์ ประกอบด้วยโปรตีนพรีฟิวชั่น F ของไวรัส RSV สายพันธุ์ A และ B อย่างละ 60 ไมโครกรัมต่อเข็ม [4] แนวคิดคือให้ร่างกายคุณแม่สร้างแอนติบอดี แล้วแอนติบอดีเดินทางข้ามรกไปให้ลูก กลายเป็นภูมิคุ้มกันแบบรับมาที่ปกป้องลูกช่วงแรกเกิดถึง 6 เดือน ซึ่งเป็นช่วงที่เสี่ยงที่สุด
วิธีนี้ไม่ใช่ของใหม่ในเชิงแนวคิด วัคซีน Tdap ในหญิงตั้งครรภ์ใช้หลักการเดียวกันมานานแล้ว แต่สำหรับ RSV คือครั้งแรกที่มีวัคซีนแบบนี้ออกสู่ตลาดจริง องค์การอนามัยโลกแนะนำให้ฉีดในไตรมาสที่สามตั้งแต่สัปดาห์ที่ 28 เป็นต้นไป เพื่อให้การส่งผ่านแอนติบอดีมีประสิทธิภาพสูงสุด [1] ส่วนของไทย อย. อนุมัติเลขทะเบียน 2C 6/67 และเอกสารกำกับยาระบุช่วงอายุครรภ์ 24 ถึง 36 สัปดาห์ ขณะที่ฉลากของอเมริกาแนะนำเฉพาะ 32 ถึง 36 สัปดาห์ ซึ่งจะอธิบายเหตุผลท้ายบทความ [4][5]
ตัวเลขประโยชน์ อ่านอย่างไรให้ไม่ถูกชวน
ผลการทดลองหลักคือ MATISSE ระยะที่ 3 สมัครหญิงตั้งครรภ์กว่า 7,000 รายจาก 18 ประเทศ ครึ่งหนึ่งได้วัคซีน อีกครึ่งได้ยาหลอก [6] ตัวเลขที่บริษัทนำเสนอคือการลดความเสี่ยงสัมพัทธ์ 81.1 เปอร์เซ็นต์ต่อโรคปอดรุนแรงจาก RSV ภายใน 90 วันหลังคลอด และ 69.4 เปอร์เซ็นต์ภายใน 180 วัน ตัวเลขนี้อ่านดูโดดเด่นจริง แต่ต้องเข้าใจว่าเป็นการเทียบเปอร์เซ็นต์ของกรณีที่ป่วยรุนแรงเท่านั้น ไม่ใช่จำนวนทารกที่รอดจากโรคต่อร้อยคน
พูดให้เห็นภาพจริง อัตราการเกิดโรคปอดรุนแรงจาก RSV ในกลุ่มทารกที่ศึกษาอยู่ราว 1.5 เปอร์เซ็นต์ วัคซีนลดลงเหลือราว 0.3 เปอร์เซ็นต์ ความต่างสัมบูรณ์จริงจึงอยู่ที่ประมาณ 1.2 เปอร์เซ็นต์ หรือกล่าวอีกแบบ ต้องฉีดคุณแม่ราว 81 ถึง 83 คนจึงป้องกันการป่วยรุนแรงหนึ่งราย [6][7] นี่ไม่ใช่การโจมตีวัคซีน แต่เป็นการอ่านตัวเลขให้ตรงกับข้อเท็จจริง ซึ่งจำเป็นเมื่อจะชั่งน้ำหนักกับความเสี่ยงฝั่งตรงข้าม
ข้อมูลที่น่าสนใจอีกจุดจากเอกสารกำกับยาฉบับไทย ผลวิเคราะห์เพิ่มเติมพบว่าประสิทธิภาพ 180 วันต่อโรครุนแรงแตกต่างตามช่วงอายุครรภ์ที่ฉีด กลุ่มที่ฉีดช่วง 30 ถึง 36 สัปดาห์ได้ผลราว 78 เปอร์เซ็นต์ สูงกว่ากลุ่มที่ฉีดเร็วกว่านั้นซึ่งได้ผลราว 57 เปอร์เซ็นต์ [4]
ความเสี่ยงที่ถูกจับตา อ่านให้ครบทั้งสองด้าน
จุดที่วงการกังวลที่สุดคือการคลอดก่อนกำหนด ในการทดลอง MATISSE กลุ่มวัคซีนมีอัตราคลอดก่อนกำหนด 5.7 เปอร์เซ็นต์ เทียบกับกลุ่มยาหลอก 4.7 เปอร์เซ็นต์ คิดเป็นความเสี่ยงสัมพัทธ์ 1.20 เท่า แต่ช่วงความเชื่อมั่น 95 เปอร์เซ็นต์กว้างจาก 0.98 ถึง 1.46 ซึ่งคร่อมค่า 1.0 หมายความว่าทางสถิติยังไม่สามารถสรุปได้ว่าเป็นผลจริงของวัคซีนหรือความผันผวนของข้อมูล [8][9] คณะกรรมการที่ปรึกษาของ FDA จึงจัดเป็นสัญญาณที่ยังไม่แน่ชัด แต่กำหนดให้ฉลากระบุคำเตือน และแนะนำให้ฉีดเฉพาะช่วงอายุครรภ์ 32 ถึง 36 สัปดาห์เพื่อลดโอกาสเสี่ยง [5]
ความเสี่ยงนี้มีที่มาที่ทำให้ต้องจับตา เพราะการทดลองวัคซีน RSV ในหญิงตั้งครรภ์ของบริษัท GSK ถูกยุติก่อนกำหนดเมื่อปี 2022 หลังพบการคลอดก่อนกำหนดสูงกว่ากลุ่มเปรียบเทียบราว 37 เปอร์เซ็นต์ และการเสียชีวิตของทารกแรกเกิดสูงขึ้นเป็นสองเท่าตามรายงานที่เปิดเผยภายหลัง [10] นี่คือเหตุผลที่สัญญาณเล็ก ๆ ฝั่ง Abrysvo ถูกตรวจสอบต่อเนื่องแม้ทางสถิติยังไม่ชี้ขาด
มีข้อวิจารณ์เรื่องรูปแบบการทดลองด้วย ยาหลอกที่ใช้ใน MATISSE มีส่วนประกอบเหมือนวัคซีนทุกอย่างยกเว้นโปรตีนไวรัส รวมถึงสารกันเสียและสารช่วยละลาย ไม่ใช่ยาหลอกเฉื่อยสนิท นักวิจารณ์อย่างนักข่าวสายสืบสวน Maryanne Demasi และแพทย์ทั่วไปชาวอังกฤษ Peter Selley ที่ติดตามข้อมูลนี้ใกล้ชิด ชี้ว่าการออกแบบเช่นนี้อาจทำให้ตรวจจับผลข้างเคียงที่จำเพาะของวัคซีนได้ยากขึ้น [10] ฝ่ายตรงข้ามก็มี ข้อมูลจากแผนประกันสุขภาพสหรัฐ 5 แห่ง ครอบคลุม 6,857 คู่การตั้งครรภ์ที่จับคู่เทียบกัน ไม่พบความเสี่ยงคลอดก่อนกำหนดที่เพิ่มขึ้นอย่างมีนัยสำคัญในฤดูกาลแรกหลังอนุมัติ [11]
ประวัติศาสตร์ของวัคซีน RSV ก็เป็นบทเรียนที่ทำให้ทุกฝ่ายระวัง วัคซีนรุ่นแรกในทศวรรษ 1960 ที่ใช้ไวรัสตายด้วยฟอร์มาลินก่อโรครุนแรงในเด็กที่ได้รับจนต้องเข้าโรงพยาบาลสูงถึงราว 80 เปอร์เซ็นต์ของผู้รับ และมีทารกเสียชีวิต 2 ราย จากกลไกภูมิคุ้มกันที่กระตุ้นผิดทาง [12] เหตุการณ์นี้ทำให้การพัฒนาวัคซีน RSV หยุดชะงักหลายสิบปี และเป็นเหตุผลที่โมเดิร์นายุติการทดลองวัคซีน mRNA ในทารกเมื่อปี 2024 หลังกลุ่มวัคซีนป่วยรุนแรงกว่ากลุ่มเปรียบเทียบ [10]
ข้อมูลไทย ที่ยังต้องรอเติม
ประเด็นที่ผมคิดว่าสำคัญที่สุดสำหรับคุณแม่ไทยคือ ตัวเลขทั้งหมดข้างต้นมาจากประชากรต่างประเทศเป็นหลัก ยังไม่มีการทดลองทางคลินิกระดับใหญ่ในหญิงตั้งครรภ์ไทยโดยเฉพาะ ความชุกของโรค ฤดูระบาดที่ยาวต่างกัน และภูมิหลังของแม่ไทยล้วนอาจทำให้ผลลัพธ์ต่างจากตัวเลขตะวันตก ทั้งดีขึ้นหรือแย่ลง
สิ่งที่มีให้ในไทยตอนนี้คือ อย. อนุมัติแล้ว วัคซีนหาฉีดได้ในโรงพยาบาลเอกชนหลายแห่ง ราคาที่พบในเว็บไซต์โรงพยาบาลอยู่ราว 8,500 ถึง 9,900 บาทต่อเข็ม [13] และสมาคมโรคติดเชื้อแห่งประเทศไทยออกคำแนะนำปี 2569 สำหรับกลุ่มผู้ใหญ่สูงอายุ ขณะที่แนวทางเฉพาะหญิงตั้งครรภ์ยังอิงข้อมูลต่างประเทศ [2] คำถามเรื่องความคุ้มค่าจึงต้องชั่งเองในบริบทไทย เช่น เทียบกับต้นทุนการนอนโรงพยาบาลของลูกหนึ่งครั้ง หรือเทียบกับทางเลือกอื่นที่จะพูดถึงต่อไป
ทางเลือกอื่นที่ควรรู้ก่อนตัดสินใจ
WHO แนะนำผลิตภัณฑ์ป้องกัน RSV สองแบบ ไม่ได้มีแต่วัคซีนของแม่ อีกทางคือ nirsevimab แอนติบอดี monoclonal ที่ฉีดให้ลูกโดยตรงหลังคลอด ออกฤทธิ์ภายในสัปดาห์เดียวและอยู่ได้อย่างน้อย 5 เดือน ซึ่งครอบคลุมทั้งฤดูระบาดได้พอดี [1] ข้อดีคือลดความเสี่ยงต่อตัวแม่ลงเป็นศูนย์เพราะแม่ไม่ต้องได้รับยาใด ๆ ข้อแลกคือต้นทุนต่อเข็มในไทยยังสูงเช่นกัน
อีกทางที่ไม่มีราคาและไม่มีความเสี่ยงคือ นมแม่ งานวิจัยหลายชิ้นระบุว่าการให้นมแม่ตั้งแต่แรกเกิดช่วยลดความเสี่ยงการติดเชื้อ RSV รุนแรงได้ใกล้ครึ่งหนึ่ง ผ่านแอนติบอดีและปัจจัยภูมิคุ้มกันในนม การวางแผนให้นมลูกอย่างน้อย 6 เดือนแรกจึงเป็นฐานที่ควรมีทุกกรณี ไม่ใช่ทางเลือกตัดสินใจแทนกัน
ที่ไม่ควรลืมคือมาตรการพื้นฐานที่กรมควบคุมโรคย้ำเสมอ ล้างมือ หลีกเลี่ยงการพาลูกเล็กไปที่แออัดช่วงฤดูฝน และไม่ให้ผู้ใหญ่ที่มีอาการหวัดจับต้องหรือจูบทารก ซึ่งลดการแพร่เชื้อได้จริงโดยไม่ต้องรออะไร
ชั่งน้ำหนักอย่างเป็นธรรม
สรุปหลักฐานทั้งหมดให้เห็นสองด้านพร้อมกัน ฝั่งประโยชน์ WHO รับรอง [14] และแนะนำให้ประเทศต่าง ๆ ใช้วัคซีนนี้ในระบบสาธารณสุข [1] โดยพื้นฐานคือการทดลอง MATISSE ขนาดใหญ่ที่ตีพิมพ์ผ่านการตรวจโดยผู้เชี่ยวชาญภายนอกและพบนัยสำคัญทางสถิติชัดเจน [6] ขณะที่หลายประเทศรายได้สูงประกาศใช้ในระบบสุขภาพของตนแล้ว [1]
ฝั่งความเสี่ยง สัญญาณคลอดก่อนกำหนดยังไม่แน่ชัดทางสถิติแต่ก็ไม่สามารถตัดออกได้ รายงานจากฐานข้อมูลผลไม่พึงประสงค์ของสหรัฐพบว่าใน 77 รายงานหลังฉีดในหญิงตั้งครรภ์ 42 รายงานจัดเป็นเหตุการณ์ร้ายแรง โดยการคลอดก่อนกำหนดเป็นหมวดที่พบบ่อยสุด เกิดขึ้นเฉลี่ยสามวันหลังฉีดและสองในสามเกิดในสัปดาห์แรก [10][15] ต้องเข้าใจด้วยว่าระบบรายงานลักษณะนี้เก็บข้อมูลเชิงสัญญาณ ไม่ได้พิสูจน์ความเป็นเหตุเป็นผล เพราะไม่มีกลุ่มเปรียบเทียบ แต่ความสอดคล้องทางเวลากับสัญญาณจากการทดลองทำให้หลายฝ่ายมองว่าควรตรวจสอบต่อ
สำหรับคุณแม่ที่กำลังตัดสินใจ คำถามที่ควรคุยกับแพทย์มีสามข้อ หนึ่ง อายุครรภ์ของคุณเหมาะช่วงใด สอง ประวัติส่วนตัวเช่นการคลอดก่อนกำหนดในครรภ์ก่อน ๆ หรือความเสี่ยงอื่นมีผลต่อการชั่งน้ำหนักอย่างไร สาม ทางเลือก nirsevimab ให้ลูกตรง ๆ มีให้ใช้ในสถานพยาบาลของคุณไหม และต้นทุนต่างกันมากแค่ไหน
การแพทย์แผนปัจจุบันเรียกวิธีนี้ว่าการตัดสินใจร่วมกัน คือแพทย์ไม่สั่งเพียงฝ่ายเดียว ผู้รับบริการได้ข้อมูลครบและมีส่วนร่วม หลักการนี้เหมาะกับการตัดสินใจอ่อนไหวอย่างวัคซีนในหญิงตั้งครรภ์เป็นพิเศษ เพราะความเสี่ยงอยู่กับคุณแม่และลูกโดยตรง สิทธิที่จะถามให้ชัด ขอข้อมูลให้ครบ และใช้เวลาคิด คือสิทธิที่ควรได้รับเสมอ
อ้างอิง:
[1] World Health Organization. "WHO outlines recommendations to protect infants against RSV." who.int, 30 พฤษภาคม 2025. https://www.who.int/news/item/30-05-2025-who-outlines-recommendations-to-protect-infants-against-rsv-respiratory-syncytial-virus
[2] กรมควบคุมโรค (ผ่าน ThaiPR). "เฝ้าระวังโรคปอดอักเสบจากไวรัส RSV ช่วงฤดูฝน." thaipr.net, 10 สิงหาคม 2026. https://www.thaipr.net/health/3750098
[3] Chuaychoo B และคณะ (คณะแพทยศาสตร์ศิริราช มหิดลวิทยาลัย). "RSV compared with influenza infections in hospitalized adult patients in Thailand." International Journal of Infectious Diseases, 2021. https://doi.org/10.1016/j.ijid.2021.07.045
[4] สำนักงานคณะกรรมการอาหารและยา. "ข้อมูลยา ABRYSVO เลขทะเบียน 2C 6/67." ndi.fda.moph.go.th, 2568. https://ndi.fda.moph.go.th/drug_detail/index/?rcno=6700006&rctype=2C®ister=MkMgNi82NyhOQkMp
[5] U.S. Food and Drug Administration. "ABRYSVO (RSVpreF) Prescribing Information." fda.gov, 2024. https://www.fda.gov/vaccines-blood-biologics/abrysvo
[6] Kampmann B. et al. "Efficacy, Safety, and Immunogenicity of the MATISSE Trial." Obstetrics & Gynecology (PMC), 2 มกราคม 2025. https://pmc.ncbi.nlm.nih.gov/articles/PMC11731064/
[7] American Academy of Family Physicians. "RSVpreF (Abrysvo) and Nirsevimab-alip (Beyfortus) for the Prevention of RSV." aafp.org, มิถุนายน 2024. https://www.aafp.org/afp/2024/0600/steps-respiratory-syncytial-virus-infection
[8] PMC. "The benefits and risks of maternal RSV vaccination on maternal and infant outcomes." pmc.ncbi.nlm.nih.gov, 2025. https://pmc.ncbi.nlm.nih.gov/articles/PMC12818683/
[9] "Preterm Birth Frequency and Associated Outcomes From the MATISSE Trial." PubMed PMID 40854807, กุมภาพันธ์ 2025. https://pubmed.ncbi.nlm.nih.gov/40854807/
[10] Demasi, Maryanne และ Selley, Peter. "Who Knew Drugs Could Have Antibodies." rxisk.org, 2025. https://rxisk.org/who-knew-drugs-could-have-antibodies/
[11] Michnick AI และคณะ (Harvard Medical School). "Interim Safety of RSVpreF Vaccination During Pregnancy." JAMA, 8 มกราคม 2026. https://jamanetwork.com/journals/jama/fullarticle/10.1001/jama.2025.23452
[12] Acosta PL และคณะ. "Brief History and Characterization of Enhanced Respiratory Syncytial Virus Disease." PMC, 2016. https://pmc.ncbi.nlm.nih.gov/articles/PMC4783420/
[13] โรงพยาบาลไทยนครินทร์. "วัคซีน RSV ABRYSVO." thainakarin.co.th, 2569. https://thainakarin.co.th/product/rsv-vaccine-abrysvo/
[14] World Health Organization. "WHO prequalifies first maternal respiratory syncytial virus vaccine." who.int, 19 มีนาคม 2025. https://www.who.int/news/item/19-03-2025-who-prequalifies-first-maternal-respiratory-syncytial-virus-vaccine
[15] University of Ottawa. "Safety of RSV Vaccine among Pregnant Individuals: A Real-World Pharmacovigilance Study Using VAERS." medrxiv.org, เมษายน 2024. https://www.medrxiv.org/content/10.1101/2024.04.19.24306090v1.full.pdf
Top comments (0)