Claude นำงาน R&D ของ Anthropic 26% และคำถามที่ยังไม่มีคำตอบ
โดย Nokka (นก-กา) | 18 กันยายน 2026
บทความนี้เขียนโดย AI (โมเดล deepseek-v4.1-flash ของผู้ให้บริการ ollama-cloud) ผ่าน Hermes Agent จาก Nous Research ตรวจสอบและเรียบเรียงโดย Nokka
มีตัวเลขชุดหนึ่งที่ผมอ่านแล้วต้องหยุดคิด [1][4]
Anthropic บอกว่า ณ เดือนสิงหาคม 2026 Claude ของบริษัทเป็น "ผู้นำ" งานวิจัยและพัฒนาของบริษัทเองอยู่ 26% และในเดือนกุมภาพันธ์ปีเดียวกัน ตัวเลขนี้ยังไม่ถึง 1% [1][4][6]
หกเดือน จากเกือบศูนย์ เป็นหนึ่งในสี่
การวัดทั้งสามชิ้นในโพสต์นี้ตอบคำถามสามข้อที่ต่างกัน [1][7]
| การวัด | คำถามที่ตอบ | ผลที่ได้ |
|---|---|---|
| AI-led R&D | AI ทำงานแทนคนแค่ไหน | 26% อยู่ที่ระดับ AL4 |
| Agent oversight | คุม agent ได้แค่ไหน | ประมาณ 30,000 ตัว · บล็อก 1 ใน 47,000 |
| Compute allocation | จ่ายพลังประมวลผลไปกับอะไร | 6% ของงานวิจัย · 12% ของงานที่ AI ทำ |
ตัวเลขนี้อยู่ในโพสต์ชื่อ "Measurements for understanding the pace of AI development inside frontier labs" เผยแพร่เมื่อ 17 กันยายน 2026 [1]
⇒ เป็นครั้งแรกที่ Anthropic เปิดวิธีวัดแบบนี้ พร้อมเรียกร้องให้แล็บอื่นทำตาม [1][7] เรื่องนี้อยู่ในแผนวิจัยของ The Anthropic Institute ที่ตั้งขึ้นเมื่อเดือนพฤษภาคม 2026
โดยมีหัวข้อ "AI-driven R&D" เป็นหนึ่งในสี่หัวข้อหลัก [3]
ภาพที่ 1: หกระดับ Automation Level ของ Epoch AI ที่ Anthropic ใช้เป็นมาตรฐานในการวัด
มาตรฐานที่บอกว่า AI ทำงานได้แค่ไหน
การวัดนี้ใช้มาตรฐานจาก Epoch AI องค์กรไม่แสวงหากำไรที่ทำวิจัยเรื่องนี้โดยเฉพาะ เรียกว่า Automation Level หรือ AL แบ่งเป็น 6 ระดับ [1][5]
| ระดับ | ชื่อ | หมายความว่า |
|---|---|---|
| AL0 | ไม่มี AI | คนทำเองทั้งหมด |
| AL1 | AI มีส่วนน้อย | AI แทบไม่เกี่ยว |
| AL2 | AI ช่วย | AI เป็นผู้ช่วย |
| AL3 | AI ร่วมทำงาน | AI ลงมือทำส่วนใหญ่ ภายใต้การสั่งการของคนอย่างใกล้ชิด |
| AL4 | AI นำ | AI ทำงานเกือบทั้งหมดตั้งแต่คำสั่งระดับสูงจนจบ โดยมีคนกำกับ |
| AL5 | AI อัตโนมัติ | AI ทำงานเองทั้งหมด ไม่มีคนอยู่ในวงจร |
⇒ คำว่า "นำ" ในพาดหัวข่าวทั้งหมดจึงหมายถึง AL4 ซึ่งยังมีคนกำกับอยู่ ไม่ได้แปลว่า AI ทำเองโดยไม่มีใครดู [1][5]
Anthropic ระบุตรงๆ ว่า Claude ไม่ได้ทำงานเองแบบไร้คนกำกับในงานส่วนใดที่วัด [1]
⇒ ส่วนที่อยู่ที่ระดับ AL3 ขึ้นไปนั้นสูงกว่า 90% [1][4]
วิธีที่ Anthropic วัด
ขั้นที่หนึ่ง: สร้างแผนที่งานทั้งหมด
ส่วนนี้น่าสนใจกว่าตัวเลขเสียอีก [1]
ทุกสัปดาห์ในเดือนกรกฎาคม 2026 Anthropic สุ่มพนักงาน 20% จากทุกแผนกที่อยู่ในวงจรพัฒนาโมเดล
จากนั้นให้ agent วิจัยตัวหนึ่งอ่านบันทึกการทำงานของแต่ละคนผ่าน Slack และเอกสารภายใน เพื่อแยกว่าคนเหล่านี้ทำงานอะไรบ้าง [1][5]
ผลที่ได้คือรายการงานละเอียดประมาณ 15,000 รายการ
จากนั้น Claude จัดเรียงเป็นโครงสร้างต้นไม้ 542 โหนด
ซึ่งมี 378 โหนด ที่เป็นปลายทาง อย่าง "วินิจฉัยและซ่อมแซมข้อบกพร่องของแพลตฟอร์ม eval" [1][5]
ต้นไม้นี้ถูกตรึงไว้ ไม่ให้เปลี่ยน เพื่อให้ทุกเดือนวัดจากชุดงานเดียวกัน [1]
จากนั้น agent วิจัยอีกตัวจะไปศึกษาว่างานแบบนั้นทำกันอย่างไรทั่วบริษัท [1]
มี Claude อีกตัวทำหน้าที่เป็นผู้ตัดสิน ให้คะแนนงานแต่ละโหนดเป็นระดับ AL หนึ่งในหกระดับ โดยดูได้เฉพาะหลักฐานของเดือนที่กำลังให้คะแนนหรือก่อนหน้านั้นเท่านั้น [1]
งานแต่ละอย่างถูกถ่วงน้ำหนักด้วยเวลาที่คนใช้ไป ยิ่งมีคนใช้เวลากับงานนั้นมาก งานนั้นยิ่งมีน้ำหนักมาก [1]
ภาพที่ 2: ตัวเลขที่ Anthropic ใช้ตรวจความแม่นของการให้คะแนน
ปัญหาที่ Anthropic เปิดเอง: ใครตรวจคนตรวจ
ตัวเลขที่ควรอ่านให้ดี
จุดนี้คือส่วนที่ผมคิดว่าสำคัญที่สุดในเอกสารทั้งชิ้น [1][5]
ผู้ให้คะแนนคือ Claude และผู้ถูกให้คะแนนก็คืองานที่ Claude ทำ [1]
Anthropic รู้ปัญหา จึงให้พนักงานที่ดูแลงานส่วนนั้นให้คะแนนด้วย โดยไม่ให้เห็นว่าฝ่ายโมเดลเก็บหลักฐานอะไรมาบ้างและตัดสินอย่างไร [1][5]
| การเปรียบเทียบ | ตรงกันเป๊ะ |
|---|---|
| Claude กับพนักงาน | 59% |
| พนักงานกับพนักงาน | 35% |
| Claude กับพนักงาน (ต่างไม่เกิน 1 ระดับ) | 97% |
⇒ อ่านตัวเลขนี้ให้ดี โมเดลกับคนตรงกันมากกว่าที่คนสองคนจะตรงกันเองด้วยซ้ำ [1][5]
ฟังดูเหมือนข่าวดี แต่ Anthropic เขียนกำกับไว้ตรงๆ ว่า ยังมีที่ให้เถียงกันได้จริงในกรณีเส้นแบ่ง อย่างตรงไหนที่ "AI ร่วมทำงาน" จบลงและ "AI นำ" เริ่มต้น [1]
⇒ และที่สำคัญ เอกสารไม่ได้บอกว่ามีบุคคลภายนอกมาตรวจตัวเลขชุดนี้ ตัวเลขทั้งหมด Anthropic วัดเองและรายงานเอง [5]
ตัวเลขที่สอง: 30,000 agent ทำงานพร้อมกัน
การวัดชิ้นที่สองคือการกำกับดูแล agent [1][7]
Anthropic ระบุว่า ณ เดือนสิงหาคม 2026 มี agent ประมาณ 30,000 ตัว ทำงานวิจัยและงานวิศวกรรมบนแพลตฟอร์มภายในที่ใช้มากที่สุด ในเวลาเดียวกัน [1][8]
⇒ ตัวเลขนี้วัดเฉพาะแพลตฟอร์มนั้น ไม่ได้ครอบคลุมทั้งบริษัท [1]
การทำงานของ agent เหล่านี้ถูกคุมด้วยระบบเฝ้าระวังสองชั้น [1]
ชั้นแรกคือ online monitor สำหรับความเสียหายที่เกิดเร็วและย้อนกลับไม่ได้ อย่าง agent คัดลอกน้ำหนักโมเดลออกจากระบบ Anthropic [1][7]
ชั้นที่สองคือ offline monitor สำหรับพฤติกรรมอันตรายที่ค่อยๆ ก่อตัวและย้อนกลับได้ อย่างสัญญาณของความไม่สอดคล้องกับเป้าหมายของมนุษย์ [1][7]
ผลจากเดือนสิงหาคม 2026 คือในบรรดาการตัดสินใจกว่า 1 พันล้านครั้ง ของ agent วิจัยและวิศวกรรม มี 0.002% หรือประมาณ 1 ใน 47,000 ที่ถูกบล็อก [1][8]
ระบบคัดกรองยังส่งบทสนทนาประมาณ 1-2 รายการจากทุก 1,000 รายการ ขึ้นไปให้คนตรวจต่อ โดยมีประมาณ 50 รายการที่มีความสำคัญสูงสุดต่อสัปดาห์ที่ถูกส่งถึงมือคนจริงๆ [1]
⇒ ตัวเลข 1 ใน 47,000 อ่านได้สองแบบ แบบหนึ่งคือระบบทำงานแม่นมาก อีกแบบคือมันบอกได้แค่ปริมาณที่ระบบบล็อก ไม่ได้บอกว่าไม่มีอะไรหลุด [1]
ตัวเลขที่สาม: compute ที่ให้ความปลอดภัย
สัดส่วนที่ไม่ควรอ่านเป็นตัวเลขเดียว
ชิ้นที่สามวัดว่าบริษัทใช้พลังประมวลผลไปกับอะไร [1][7]
Anthropic ตรวจการใช้ compute ทั้งหมดระหว่างวันที่ 13 ถึง 20 กรกฎาคม 2026 แล้วจัดทุกภาระงานเข้าเป็นหมวด [1][8]
ผลคือในสัปดาห์นั้น ประมาณ 6% ของ compute ที่ไปกับงานวิจัยและพัฒนา AI ถูกจัดเป็นงานความปลอดภัย [1][7][8]
และเมื่อดูเฉพาะ compute ที่ไปกับงานวิจัยที่ AI ทำเอง ตัวเลขนี้เป็นประมาณ 12% [1][8]
⇒ Anthropic ระบุเองว่าตั้งใจให้ตัวเลขนี้ต่ำไว้ก่อน ถ้าโทเคนหนึ่งถูกใช้ไปกับความสามารถพอๆ กับที่ใช้ไปกับความปลอดภัย ระบบจะจัดให้เป็นงานด้านความสามารถ [1]
และมีข้อจำกัดที่ตรงไปตรงมาที่สุดในเอกสารทั้งชิ้นอยู่ตรงนี้ [1]
Anthropic เขียนว่าการวัดสัดส่วน compute บอกได้แค่ว่าจ่ายไปเท่าไร [1]
ถ้าตัวคัดกรองความปลอดภัยมีประสิทธิภาพขึ้น หรือระบบ inference ของโมเดลที่ใช้งานจริงเร็วขึ้น สัดส่วนที่ไปกับความปลอดภัยก็จะลดลง ทั้งที่ไม่ได้ทำงานความปลอดภัยน้อยลงเลย [1]
ภาพที่ 3: ตัวเลขที่บอกว่าคอขวดย้ายไปอยู่ตรงไหน
อีกด้านหนึ่งของเรื่องเดียวกัน
ตัวเลข 26% จะดูเป็นภาพโดดๆ ถ้าไม่ประกอบกับข้อมูลอีกชุดที่ Anthropic เปิดไว้ในงานเขียนเรื่อง "When AI builds itself" [2]
ในเอกสารชิ้นนั้น Anthropic ระบุว่า ณ เดือนพฤษภาคม 2026 โค้ดที่ merge เข้า codebase ของบริษัท มากกว่า 80% เขียนโดย Claude [2][9] ก่อนที่ Claude Code จะเปิดให้ทดลองในเดือนกุมภาพันธ์ 2025 ตัวเลขนี้อยู่แค่หลักเดียว [2]
และในไตรมาสที่สองของ 2026 วิศวกรโดยทั่วไป merge โค้ดได้มากกว่าที่ทำได้ในปี 2024 ถึง 8 เท่าต่อวัน [2][9]
⇒ Anthropic เขียนกำกับไว้เองว่าตัวเลขนี้ควรอ่านอย่างระมัดระวัง เพราะการนับบรรทัดโค้ดวัดปริมาณ ไม่ได้วัดคุณภาพ 8 เท่าจึงมีแนวโน้มสูงเกินจริงอย่างแน่นอน [2]
ยังมีอีกจุดที่ผมชอบในเอกสารชิ้นนั้น คือ Anthropic ยอมรับว่าเจอปัญหาที่เรียกว่า Amdahl's law ในองค์กรของตัวเองแล้ว [2]
เมื่อโค้ดถูกส่งต่อกันในบริษัทมากขึ้น การรีวิวโค้ดโดยคนกลายเป็นคอขวดใหม่ [2]
ความคิดริเริ่ม เครื่องมือ และการจำลองใหม่ๆ ก็เพิ่มขึ้นอย่างมาก เพราะพนักงาน Anthropic ทุกคนมี AI ที่ทำอะไรได้มากกว่าเดิม [2]
⇒ นั่นแปลว่าปัญหาของยุคนี้ไม่ได้อยู่ที่การเขียนโค้ดอีกแล้ว แต่อยู่ที่ การตรวจสอบ [2]
ตัวอย่างที่เห็นภาพ
Anthropic ยกตัวอย่างงานระดับ AL4 ไว้ในบทความชิ้นวิเคราะห์ [5]
สมมติว่า data pipeline ตัวหนึ่งพัง งานที่ Claude ระดับ AL4 ทำได้คือเข้าไปดู log หาสาเหตุ ทดสอบวิธีแก้ รับมือกับสิ่งที่โผล่มาแบบไม่คาดคิด และเทียบผลลัพธ์ที่ซ่อมแล้วกับรอบล่าสุดที่ยังดีอยู่ [5]
⇒ แต่การตัดสินใจว่าจะ deploy หรือไม่ ยังเป็นของวิศวกรคนนั้น [5]
ตัวอย่างนี้ทำให้เห็นชัดว่า "นำ" ไม่ได้แปลว่า "ตัดสินใจแทน" มันแปลว่า Claude ทำทุกขั้นจนถึงจุดที่คนต้องเซ็นอนุมัติ [1][5]
ทำไมเรื่องนี้ถึงออกมาช่วงนี้
โพสต์นี้เผยแพร่วันที่ 17 กันยายน 2026 ช่วงเดียวกับที่ Dario Amodei ซีอีโอของ Anthropic เรียกร้องให้แล็บ AI ชั้นนำหาทางชะลอความเร็วในการพัฒนาร่วมกัน [7]
⇒ ข้อเสนอนี้ได้เสียงสนับสนุนจาก Sam Altman, Elon Musk และ Demis Hassabis [7][9]
ในโพสต์วัดผล Anthropic เขียนเหตุผลไว้สั้นๆ ว่า เมื่อโลกกำลังคิดจะกำหนดจังหวะของ frontier ทางเดียวที่ทำได้คือลดช่องว่างระหว่างข้อมูลที่แล็บมีกับข้อมูลที่สาธารณะมี ให้แคบที่สุด และการทำแบบนั้นได้ต้องเริ่มจากการวัดให้ดีขึ้นก่อน [1][7]
ข้อจำกัดที่เอกสารบอกเอง
สามข้อที่ทีมงานเขียนไว้เอง
ถ้าจะอ่านตัวเลข 26% ให้เป็นประโยชน์ จุดต่อไปนี้ควรอยู่ในหัวด้วย [1]
ประการแรก หลายป้ายที่ระบบใช้ อย่างเหตุผลของงาน หมวดภาระงาน แหล่งที่มาของทราฟฟิก API ล้วนตั้งโดยกฎอัตโนมัติ หรือบางครั้งตั้งโดยผู้ใช้เอง และเป็นข้อมูลแบบ best-effort ไม่ได้ผ่านการตรวจสอบ [1] ทีมงานเขียนไว้ตรงๆ ว่าการวัดที่จะให้คนภายนอกเชื่อถือได้ ต้องครบถ้วน แม่นยำ และถูกบังคับใช้ในทางเทคนิค [1]
ประการที่สอง การวัดครอบคลุมเวลาแค่หนึ่งสัปดาห์ ซึ่งพอจะแสดงว่าเรื่องนี้วัดได้ แต่ไม่พอจะแสดงแนวโน้มที่มีความหมาย [1]
ประการที่สาม ซึ่งทีมงานบอกเองว่าสำคัญที่สุด ต้นไม้รายการงานถูกตรึงไว้ตั้งแต่มุมมองข้อมูลเดือนมกราคม 2026 [1] การวัดบนชุดเดิมจะเห็นเฉพาะงานเดิมที่ถูกทำให้เป็นอัตโนมัติ แต่จะไม่เห็นงานใหม่ที่คนเพิ่งเริ่มทำขึ้น [1]
⇒ และยังมีอีกประเด็นที่ผมอยากให้สังเกต ตัวเลข 26% นี้เป็นระดับที่ Anthropic วัดกับงานของตัวเอง ไม่ใช่ตัวเลขที่บอกว่าอุตสาหกรรมทั้งวงอยู่ตรงไหน แต่แล็บอื่นก็ยังไม่มีใครวัดแบบเดียวกันออกมาเปิด [1][5]
สิ่งที่ผมเห็นจากตัวเลขชุดนี้
ตัวเลขชุดนี้ไม่ได้บอกว่า AI ใกล้จะดูแลตัวเองได้แล้ว และ Anthropic ก็ย้ำชัดว่าไม่มีงานส่วนใดที่โมเดลทำเองแบบไร้คนกำกับ [1] แต่ตัวเลขชุดนี้บอกเรื่องหนึ่ง งานวิจัยและพัฒนา AI
ซึ่งเคยเป็นงานที่คนทำเองทุกขั้น กลายเป็นงานที่ AI รับช่วงหลักไปแล้วหนึ่งในสี่ภายในเวลาไม่ถึงปี [1][4]
และเครื่องชี้วัดที่ทีมงานยกมาเองคือ การตรวจสอบ กลายเป็นงานที่ต้องออกแบบใหม่ ไม่ว่าจะเป็นรีวิวโค้ด การตรวจ agent หรือการให้คะแนนว่าตกลง AI ทำไปแค่ไหนกันแน่ [1][2]
⇒ ปัญหาของรอบนี้จึงไม่ได้อยู่ที่ AI ทำได้ไหม แต่อยู่ที่คนยังตามดูทันหรือเปล่า [2]
ถ้าคุณทำงานสายพัฒนาซอฟต์แวร์หรือดูแลทีมวิศวกรรม ตัวเลขชุดนี้มีคำถามหนึ่งที่ตอบเองได้เลย ลองถามทีมดูว่าตอนนี้รีวิวโค้ดใช้เวลากี่วัน และถ้าโค้ดที่ส่งเข้ามาเพิ่มขึ้นสามเท่า กระบวนการที่มีอยู่จะรับไหวไหม [2]
คำตอบของคำถามนั้นคือสิ่งที่ Anthropic เพิ่งค้นเจอในบริษัทของตัวเอง [2]
แหล่งอ้างอิง
[1] Anthropic Institute — "Measurements for understanding the pace of AI development inside frontier labs", 17 กันยายน 2026 — https://www.anthropic.com/institute/measuring-pace-of-ai-development
[2] Anthropic Institute — "When AI builds itself", 2026 — https://www.anthropic.com/institute/recursive-self-improvement
[3] Anthropic — "Focus areas for The Anthropic Institute", 7 พฤษภาคม 2026 — https://www.anthropic.com/research/anthropic-institute-agenda
[4] Unite.AI — "Anthropic Says Claude Leads 26% of Its AI Research and Development", 17 กันยายน 2026 — https://www.unite.ai/anthropic-says-claude-leads-26-of-its-ai-research-and-development/
[5] Implicator — "Anthropic Says Claude Leads 26% of Its AI R&D Work", 18 กันยายน 2026 — https://implicator.ai/anthropic-claude-leads-26-percent-ai-research
[6] Yahoo Tech — "Anthropic says Claude leads 26% of its AI R&D work", 18 กันยายน 2026 — https://tech.yahoo.com/ai/claude/articles/anthropic-says-claude-leads-26-122738788.html
[7] SiliconANGLE — "Anthropic details practical metrics to help monitor the speed of AI development", 17 กันยายน 2026 — https://siliconangle.com/2026/09/17/anthropic-details-practical-metrics-to-help-monitor-the-speed-of-ai-development/
[8] AlphaSignal — "Anthropic Reveals Claude Now Leads 26% of Its Own AI Research", 2026 — https://alphasignal.ai/news/anthropic-reveals-claude-now-leads-26-of-its-own-ai-research
[9] Cryptobriefing — "Anthropic engineers ship 8X more code than last year, with 80% authored by Claude", 2026 — https://cryptobriefing.com/anthropic-engineers-8x-code-claude/



Top comments (0)