DEV Community

Nokka
Nokka

Posted on AI-assisted

เมื่อ Muse ล้อม iPhone: เรากำลังเห็นศึกชิงประตูด่านแรกของยุค AI

เมื่อ Muse ล้อม iPhone: เรากำลังเห็นศึกชิงประตูด่านแรกของยุค AI

โดย Nokka (นก-กา) | 5 ตุลาคม 2026

บทความนี้เขียนโดย AI (deepseek-v4.1-flash) ผ่าน Hermes Agent ภายใต้การควบคุมและตรวจสอบคุณภาพโดยมนุษย์ - Nokka (นก-กา)

ถ้าคุณยังขาย iPhone ได้ครบทุกเครื่อง แต่ไม่มีใครเริ่มการซื้อจากคุณอีก ยังนับว่าคุณชนะหรือเปล่า? คำถามนี้คือหัวใจของบันทึกนักวิเคราะห์สองฉบับที่ออกห่างกันสองวัน และคำตอบของมันไม่ได้ขึ้นกับยอดขายเครื่องเลย

ใจความสำคัญ

  • นักวิเคราะห์จาก Needham ระบุเมื่อ 1 ตุลาคม 2026 ว่าความเสี่ยงด้านการลงทุนที่ใหญ่ที่สุดของผู้ถือหุ้น Apple คือการที่ Meta หรือคู่แข่งที่เอาตัว AI เป็นศูนย์กลาง สร้าง AI Agent พร้อมฮาร์ดแวร์และระบบทำเงินของตัวเอง จนตัด iPhone ออกจากตรงกลาง [1][2]
  • Bank of America ออกบันทึกก่อนหน้าสองวันด้วยข้อสรุปเดียวกัน แต่ใช้ถ้อยที่คมกว่า นั่นคือ Apple รักษายอดขายเครื่องไว้ได้ครบทุกเครื่อง แล้วยังเสีย discovery, referral และ transaction initiation ได้ [2]
  • Muse ผู้ช่วย AI ส่วนตัวของ Meta เปิดตัว 8 กันยายน 2026 เก็บดาวน์โหลดได้ราว 5 ล้านครั้งระหว่าง 8 ถึง 30 กันยายน และขึ้นอันดับหนึ่งแอปฟรีทั้งในสหรัฐและแคนาดา [3]
  • Muse ต่อกับกระเป๋าเงินสำหรับ AI Agent ของ Stripe ที่ชื่อ Link ครอบคลุมร้านค้ากว่า 1 ล้านแห่งและผู้ใช้ 300 ล้านคน โดยผู้ใช้ต้องอนุมัติยอดก่อนจ่ายทุกครั้ง และ Muse ไม่เห็นข้อมูลบัตรจริง [4]
  • Meta เปิดตัวฮาร์ดแวร์คู่กับ Muse ที่งาน Meta Connect วันที่ 23 กันยายน 2026 ทั้งแว่น VR ราคา 1,299.99 ดอลลาร์ ที่จะวางขายฤดูใบไม้ผลิ 2027 และ Muse Charm อุปกรณ์ขนาดเท่าฝ่ามือ [5][6]
  • Meta ยังไม่ได้เป็นผู้ชนะในเรื่องนี้ เพราะ Amazon บล็อกไม่ให้ Muse เข้าไปซื้อของในเว็บ [8] ขณะที่นักวิเคราะห์ Needham ชี้ว่า Meta ไม่ได้ควบคุมปลายทางที่ Muse ต้องใช้เพื่อให้สำเร็จ [10]

สองบันทึกที่พูดเรื่องเดียวกัน

Needham กับถ้อยคำว่า "ความเสี่ยงใหญ่สุด"

ลอรา มาร์ติน นักวิเคราะห์จาก Needham คงคำแนะนำถือครองหุ้น Apple ไว้เมื่อวันพฤหัสบดีที่ 1 ตุลาคม 2026 พร้อมระบุว่าความเสี่ยงด้านการลงทุนที่ใหญ่ที่สุดของผู้ถือหุ้น Apple คือสถานการณ์ที่ Meta หรือคู่แข่งที่เอาตัว AI เป็นแกนกลางรายอื่น สร้างชุดสามอย่างพร้อมกัน ได้แก่ AI Agent ฮาร์ดแวร์สำหรับรันมัน และวิธีทำเงินจากมัน [1][2]

ถ้าชุดสามอย่างนั้นเกิดขึ้นจริง iPhone จะถูกตัดออกจากตำแหน่งตรงกลาง และระบบนิเวศของ Apple จะถูกกัดกร่อนจากด้านใน [2]

มาร์ตินยังย้อนความหลังไปถึงปี 2021 ในบันทึกของเธอ เธอชี้ว่าเป้าหมายหลักของ Meta นับตั้งแต่ Apple เปิดตัวฟีเจอร์ App Tracking Transparency คือการแทนที่แพลตฟอร์มผู้บริโภคของ Apple ด้วยแพลตฟอร์มของตัวเอง โดย Meta เคยระบุว่าฟีเจอร์ดังกล่าวทำให้บริษัทเสียรายได้โฆษณา 10,000 ล้านดอลลาร์ใน 12 เดือนถัดมา [2]

BofA กับถ้อยคำว่า "ประตูด่านแรก"

วัมซี โมฮัน นักวิเคราะห์จาก Bank of America ออกบันทึกก่อนหน้าสองวัน คือ 29 กันยายน 2026 โดยคงคำแนะนำซื้อและราคาเป้าหมายที่ 370 ดอลลาร์สำหรับหุ้น Apple แต่เตือนว่า Apple รักษายอดขายเครื่องไว้ได้ครบทุกเครื่อง แล้วยังเสียตำแหน่งประตูด่านแรกได้ [2]

ถ้อยของโมฮันที่ผมคิดว่าควรจดไว้คือ "ความเสี่ยงของ Apple คือการที่บริษัทขายเครื่องได้ครบทุกเครื่อง และยังเสีย discovery, referral และ transaction initiation ไป" [2]

โมฮันชี้ว่าปัญหาอยู่ที่ Siri ขาดสามอย่างสำคัญ นั่นคือการทำงานเบื้องหลังต่อเนื่อง การสั่งงานข้ามแอปของบริษัทอื่นในวงกว้าง และโครงสร้างการจ่ายเงินที่สร้างมาเพื่อ Agent โดยเฉพาะ [2]

จุดที่ควรรู้คือทั้งสองสำนักไม่ได้บอกว่า Apple แย่ ทั้งคู่ยังคงคำแนะนำเดิมไว้ สิ่งที่ทั้งคู่ทำคือชี้ว่าเส้นความเสี่ยงย้ายที่แล้ว

Muse ทำอะไรได้จริง

ตัวเลขที่ควรรู้

Muse เป็นผู้ช่วย AI ส่วนตัวของ Meta ที่เปิดตัวเมื่อ 8 กันยายน 2026 ทำได้ทั้งส่งอีเมล ซื้อของ จองทริป และทำงานส่วนตัวให้เสร็จ [3]

ต่อมาในงาน Meta Connect วันที่ 23 กันยายน 2026 บริษัทเปิดตัวฮาร์ดแวร์สองชิ้นที่ทำงานคู่กับ Muse ได้แก่ แว่น VR ที่จะวางขายในฤดูใบไม้ผลิ 2027 ราคา 1,299.99 ดอลลาร์ และอุปกรณ์พกพาขนาดเท่าฝ่ามือที่ชื่อ Muse Charm [5][6]

Meta ระบุในหน้าประกาศของบริษัทเองว่า Muse Charm เป็นอุปกรณ์ที่สร้างมาให้ผู้ใช้พูดคุยและทำงานกับ Muse ได้ โดยจะเปิดรายละเอียดเพิ่มเติมภายในปีนี้ พร้อมระบุว่าแว่น VR ดังกล่าวหนักราว 100 กรัม เบากว่าเครื่อง Quest 3 ราวห้าเท่า [6]

Sensor Tower ประเมินว่าดาวน์โหลดอยู่ที่ราว 5 ล้านครั้งระหว่างวันที่ 8 ถึง 30 กันยายน และตัวแอปขึ้นอันดับหนึ่งแอปฟรีทั้งในสหรัฐและแคนาดา [3]

หุ้น Meta ปรับขึ้นราว 27% นับจาก 1 กันยายน 2026 ขณะที่ดัชนี S&P 500 ทรงตัวในเดือนกันยายน [3]

ส่วนราคาหุ้นช่วงใกล้ปิดตลาดวันที่ 1 ตุลาคม 2026 หุ้น Apple อยู่ที่ 330.48 ดอลลาร์ ลดลง 0.8% และหุ้น Meta อยู่ที่ 726.09 ดอลลาร์ เพิ่มขึ้น 0.1% [2]

ห่วงโซ่การจ่ายเงินของ Stripe

ในวันเดียวกับที่ Muse เปิดตัว Stripe ประกาศว่า Meta นำกระเป๋าเงินสำหรับ Agent ที่ชื่อ Link มาต่อเข้ากับ Muse [4]

กลไกคือ ที่ร้านค้ากว่า 1 ล้านแห่งที่รับ Link ผู้ใช้ในสหรัฐเชื่อมบัญชี Link เข้ากับ Muse แล้วให้ Agent จ่ายด้วยวิธีจ่ายที่ผู้ใช้บันทึกไว้ได้ทันที ส่วนร้านที่เหลือ Link จะออกบัตรเสมือนใช้ครั้งเดียว ซึ่งจำกัดวงอยู่ที่ยอดที่อนุมัติ [4]

จุดที่ผมว่าสำคัญที่สุดคือบรรทัดที่ Stripe เขียนไว้เองว่า ทุกครั้งที่ซื้อ ผู้ใช้จะถูกขอให้อนุมัติยอดรวมในหน้าจอแชต และ Muse ไม่เคยเห็นข้อมูลการจ่ายเงินจริงของผู้ใช้ [4]

ผลที่ตามมาคือผู้ใช้ไม่ต้องกรอกเลขบัตรซ้ำทุกครั้งที่ Agent ซื้อของ แต่ก็ยังต้องกดอนุมัติยอดด้วยตัวเอง ซึ่งเป็นคนละแบบกับ Agent ที่ซื้อได้เองโดยไม่ถาม [4]

Stripe ระบุว่ากระเป๋า Link มีผู้ใช้กว่า 300 ล้านคนทั่วโลก และก่อนหน้านี้เพิ่งผูกกับ Grok Bot ของ xAI และ Instinct มาก่อน Muse [4]

อ่านรวมกันแล้ว การต่อสู้ไม่ได้อยู่ที่ว่าใครมี AI เก่งกว่า แต่อยู่ที่ว่าใครเป็นคนถือปลายทางการจ่ายเงิน

ทำไมเงินไม่ได้อยู่ที่ยอดขายเครื่อง

ลองนึกตามโมฮันดูครับ Apple ขาย iPhone ได้ทุกเครื่องตามเดิม ตัวเลขรายได้จากฮาร์ดแวร์ไม่หายไปไหน แต่ถ้าผู้ใช้เริ่มต้นทุกอย่างจาก Agent ของเจ้าใหม่ การค้นหาว่าจะซื้ออะไร การถูกชี้ไปที่ร้านไหน และการกดจ่ายครั้งแรก จะเกิดขึ้นนอกระบบของ Apple ไปแล้ว [2]

นั่นคือสามคำที่โมฮันใช้ ได้แก่ discovery, referral และ transaction initiation

การเสียสามอย่างนี้ไม่ปรากฏในรายงานยอดขายทันที มันจะค่อย ๆ กัดกร่อนส่วนบริการของ Apple ไปทีละชั้น และนั่นคือเหตุผลที่มาร์ตินเรียกเรื่องนี้ว่าความเสี่ยงใหญ่สุดของผู้ถือหุ้น ไม่ใช่ความเสี่ยงเรื่องยอดขาย [2]

จุดที่ Meta ยังไม่ชนะ

Amazon ปิดประตู

ก่อนงาน Connect วันที่ 23 กันยายน 2026 Amazon บล็อกไม่ให้ Muse เข้าไปซื้อของบนเว็บของตัวเอง ผู้ใช้ที่สั่งให้ Muse ซื้อของบน Amazon จะเจอข้อความว่า Muse เป็น Agent ที่ไม่ได้รับอนุญาต และละเมิดเงื่อนไขการใช้งานของ Amazon [8]

Amazon ให้เหตุผลว่าไม่ได้รับการแจ้งล่วงหน้าจาก Meta ว่า Agent จะเข้ามาในร้าน และระบุว่า Muse สามารถข้ามระบบการปรับแต่งประสบการณ์ที่มีอยู่ รวมถึงอาจเก็บข้อมูลรับรองและดึงข้อมูลบัญชีของผู้ใช้ได้ [8]

Meta ไม่ได้ควบคุมปลายทาง

ตามบันทึกของมาร์ตินที่เผยแพร่ทาง Price Target และ Stocktwits เธอระบุว่า Meta ไม่ได้ควบคุมปลายทางที่ Muse ต้องใช้เพื่อให้สำเร็จ และกังวลว่าแพลตฟอร์มรายเดิมหลายรายอาจปฏิเสธที่จะให้ Meta ตัดความสัมพันธ์ตรงกับผู้บริโภคออกไป โดย Amazon คือตัวอย่างแรกที่ทำให้เห็นภาพนั้น [8][10]

เธอเตือนว่าถ้าแพลตฟอร์มการค้า การท่องเที่ยว การเงิน หรือสื่อรายใหญ่เพิ่มข้อจำกัดเข้ามา ตลาดที่ Muse เข้าถึงได้และตัวเลขทางเศรษฐกิจของมันอาจเล็กกว่าที่ตลาดคาดไว้ [10]

ตัวเลขที่ชวนให้คิดต่อ

มาร์ตินยังชี้ว่าบริษัทนี้ขึ้นชื่อว่าใช้เวลานานผิดปกติในการทำเงินจากผลิตภัณฑ์ใหม่ โดย Muse ให้ใช้ฟรี และ Meta ระบุว่าจะไม่นำบทสนทนาและข้อมูลจาก Muse ไปแชร์ให้ระบบโฆษณาของบริษัท ซึ่งเธอมองว่าสะท้อนการทำเงินได้ต่ำ [3][10]

ด้านการลงทุน Needham ประเมินว่า Meta จะใช้จ่ายด้านโครงสร้างพื้นฐานเกิน 135,000 ล้านดอลลาร์ในปีนี้ และมีกระแสเงินสดอิสระติดลบ โดยให้เหตุผลว่าฮาร์ดแวร์อย่างแว่นตามักมีอัตรากำไรบางกว่าธุรกิจซอฟต์แวร์ [3][10]

Meta เปิดธุรกิจ AI สำหรับองค์กร

เมื่อ 28 กันยายน 2026 Meta ประกาศเริ่มธุรกิจใหม่ชื่อ Meta Enterprise Platform โดยมาร์ก ซักเคอร์เบิร์ก ระบุว่าเป็นแกนธุรกิจใหม่ของบริษัท ที่จะช่วยให้ธุรกิจต่าง ๆ ใช้ AI เพื่อเติบโตและปรับตัวในรูปแบบใหม่ [7]

คนที่มารับหน้าที่หัวหน้าหน่วยนี้คือ Chirantan "CJ" Desai อดีตซีอีโอและประธานของ MongoDB ซึ่งจะรายงานตรงต่อซักเคอร์เบิร์ก [7]

Desai ระบุว่าหน่วยนี้จะเปลี่ยนชั้นเทคโนโลยี AI ของ Meta ให้เป็นผลิตภัณฑ์และบริการที่บริษัทอื่นนำไปใช้ได้ โดยเริ่มจาก Muse agent, Meta Business Agent, Muse API และ Muse Code [7]

การตั้งธุรกิจใหม่นี้เป็นสัญญาณว่า Meta ต้องการหารายได้จาก AI ให้พ้นจากธุรกิจโฆษณา ซึ่งเป็นธุรกิจหลักที่ทำเงินให้บริษัทมาตลอด [7]

ด้านที่ผมคิดว่า Meta ยังไม่ชนะ

เงินลงทุนก้อนใหญ่ไม่ได้แก้ข้อจำกัดที่มาร์ตินชี้ไว้ นั่นคือ Meta ไม่ได้ควบคุมปลายทางที่ Muse ต้องใช้ และนั่นเป็นข้อจำกัดเชิงโครงสร้าง ไม่ใช่ปัญหาด้านเทคโนโลยี เพราะปลายทางเหล่านั้นเป็นของบริษัทอื่นที่มีเหตุผลของตัวเองในการปิดประตู [8][10]

ฝั่ง Apple ตอบโต้อย่างไร

โจทย์ที่ซีอีโอคนใหม่รับมา

จอห์น เทอร์นัส ขึ้นเป็นซีอีโอ Apple เมื่อ 1 กันยายน 2026 ต่อจาก ทิม คุก ที่บริหารบริษัทมา 15 ปี โดย คุก ยังอยู่ในตำแหน่งประธานกรรมการบริหารที่ดูแลเรื่องนโยบายและความสัมพันธ์กับภาครัฐ [9][13]

เทอร์นัสมาจากสายวิศวกรรมฮาร์ดแวร์ เคยดูแลงานวิศวกรรมของ AirPods รุ่นแรก iPhone Air ตระกูล Mac รุ่น M4 และ Mac รุ่นแรกที่ใช้ชิปที่ Apple ออกแบบเอง [9]

เขาเป็นซีอีโอวัย 51 ปี และการขึ้นรับตำแหน่งเมื่อ 1 กันยายน 2026 มีรายงานว่ามาพร้อมการปรับโครงสร้างฝ่ายวิศวกรรมฮาร์ดแวร์ของบริษัท [12]

ในคีย์โน้ตครั้งแรกเมื่อ 9 กันยายน 2026 เขาเปิดตัว iPhone Duo เครื่องพับได้ พร้อม iPhone และ Apple Watch รุ่นใหม่ และ AirPods รุ่นใหม่ [9][12]

สิ่งที่โมฮันบอกว่า Siri ยังขาด

โมฮันชี้ว่าคอขวดของ Apple ไม่ใช่อุปกรณ์ เพราะ iPhone รุ่นใหม่มีกำลังประมวลผลเหลือเฟือสำหรับรัน AI Agent สิ่งที่ต้องเร่งคือการเชื่อมทีมงานด้านบริการ ชิป การจ่ายเงิน ความเป็นส่วนตัว และ Siri AI ให้ทำงานร่วมกันเร็วขึ้น เพื่อแย่งสิ่งที่เขาเรียกว่าเศรษฐศาสตร์ของความตั้งใจผู้ใช้ [2][11]

จุดที่เขาชี้ว่า Siri ยังตาม Muse อยู่คือการไม่มีเส้นทางจ่ายเงินเฉพาะสำหรับ Agent ไว้คอยรองรับ [2][11]

ผมมองว่าสิ่งนี้ต่างจากที่หลายคนคิดไว้ เพราะโจทย์ของ Apple ในเรื่องนี้ไม่ใช่การสร้างโมเดลให้เก่งขึ้น แต่เป็นการทำให้ทุกส่วนของบริษัทเดินจังหวะเดียวกัน ซึ่งเป็นงานจัดการภายในมากกว่างานวิศวกรรม

มุมของผม

เรื่องนี้สอนอะไรผมหนึ่งอย่างชัดเจน นั่นคือตำแหน่งที่ป้องกันได้ยากที่สุดในธุรกิจเทคโนโลยี ไม่ใช่ส่วนที่คนจ่ายเงิน แต่เป็นส่วนที่คนเริ่มต้น

Apple ป้องกันรายได้จากฮาร์ดแวร์ได้ดีมากมาสิบกว่าปี และการป้องกันนั้นได้ผลจริงจนคู่แข่งแทบไม่มีใครแตะได้ แต่เมื่อผู้ใช้เริ่มหันไปบอก Agent ว่าอยากได้อะไร แล้วปล่อยให้ Agent ไปหาว่าซื้อที่ไหนและจ่ายอย่างไร ประตูด่านที่เคยปิดสนิทก็เริ่มมีทางอ้อม

สิ่งที่ผมคิดว่า Meta ยังไม่ได้แก้คือการพึ่งปลายทางของคนอื่น ทั้ง Amazon ที่ปิดประตู และเว็บการค้าอื่นที่อาจทำตาม เป็นข้อจำกัดเชิงโครงสร้างที่เงินลงทุนก้อนใหญ่แก้ไม่ได้ เพราะมันไม่ใช่ปัญหาด้านเทคโนโลยี แต่เป็นเรื่องผลประโยชน์ของเจ้าของแพลตฟอร์ม

และอีกด้านหนึ่งที่ผมคิดว่าน่าสนใจคือจังหวะเวลา Apple เปลี่ยนซีอีโอเมื่อ 1 กันยายน 2026 ห่างจากที่ Muse เปิดตัวเพียงเจ็ดวัน โจทย์ที่เทอร์นัสรับมาจึงไม่ใช่โจทย์ของทิม คุก แต่เป็นโจทย์ใหม่ที่ยังไม่มีคำตอบสำเร็จรูปในอุตสาหกรรมนี้เลย

สรุปสามข้อที่ผมอยากให้คุณจำ

หนึ่ง ถ้าอยากรู้ว่าใครชนะในยุค AI ให้ดูที่จุดเริ่มต้นของความต้องการ ไม่ใช่จุดที่จ่ายเงิน

สอง คำถามเรื่อง Agent ไม่ใช่คำถามเรื่องความสามารถของโมเดล แต่เป็นคำถามว่าใครถือปลายทาง ใครถือการจ่ายเงิน และใครถูกตัดออกจากตรงกลาง

สาม เมื่อนักวิเคราะห์สองสำนักพูดเรื่องเดียวกันในสัปดาห์เดียวกัน ให้อ่านบันทึกของทั้งคู่ ไม่ใช่ดูแค่พาดหัว

ในสัปดาห์หน้าลองสังเกตดูนะครับว่า เมื่อคุณเห็นข่าว Agent ซื้อของหรือจองทริปให้ใครสักคน ข่าวนั้นบอกไหมว่าเงินไหลผ่านระบบของใคร?

คำตอบนั้นจะบอกได้ดีกว่าตัวเลขดาวน์โหลดว่าใครกำลังได้เปรียบจริง


แหล่งอ้างอิง

[1] MarketWatch, "Mark Zuckerberg is coming for Apple's empire" พาดหัวและข้อความเปิดเรื่อง เรื่องแนวทางที่ Meta ใช้โจมตีธุรกิจหลักของ Apple (1 ตุลาคม 2026) · https://www.marketwatch.com/story/metas-mark-zuckerberg-is-coming-for-apples-empire-f34d1f92

[2] AIStockWire, "Apple (AAPL) could keep selling iPhones and still lose services revenue to Meta's AI agent, analysts warn" สรุปบันทึก Needham (ลอรา มาร์ติน) และ Bank of America (วัมซี โมฮัน) พร้อมข้อจำกัดของ Siri (1 ตุลาคม 2026) · https://aistockwire.com/blog/needham-apple-aapl-biggest-risk-meta-ai-agent-muse-october-2026

[3] Investing.com, "Needham retains Hold on Meta stock amid Muse AI agent launch" ประมาณการด้านรายจ่ายของ Meta และถ้อยที่ Meta ระบุว่า Muse จะไม่แชร์ข้อมูลให้ระบบโฆษณา (1 ตุลาคม 2026) · https://uk.investing.com/news/stock-market-news/needham-retains-hold-on-meta-stock-amid-muse-ai-agent-launch-93CH-4891172

[4] Stripe Newsroom, "Stripe helps Muse, Meta's new personal AI agent, shop across the internet with Link" กลไกกระเป๋าเงินสำหรับ Agent และเงื่อนไขการอนุมัติ (8 กันยายน 2026) · https://stripe.com/newsroom/news/stripe-helps-meta-muse-shop-with-link

[5] CNBC, "Mark Zuckerberg debuts $1,299 Meta VR Glasses and Muse Charm pendant as part of AI agent push" รายงานการเปิดตัวฮาร์ดแวร์ที่ Meta Connect (23 กันยายน 2026) · https://www.cnbc.com/2026/09/23/mark-zuckerberg-1299-meta-vr-glasses-ai-agent.html

[6] Meta, "Everything We Announced at Meta Connect 2026" หน้าทางการของ Meta พร้อมราคาและกำหนดวางขายแว่น VR (23 กันยายน 2026) · https://www.meta.com/blog/meta-connect-2026-everything-we-announced/

[7] Meta Newsroom, "Launching Meta Enterprise Platform" แถลงการณ์ของมาร์ก ซักเคอร์เบิร์ก และ Chirantan "CJ" Desai เรื่องการตั้งหน่วยธุรกิจ AI สำหรับองค์กร (28 กันยายน 2026) · https://about.fb.com/news/2026/09/launching-meta-enterprise-platform/

[8] The Indian Express, "Meta's Muse AI agent is taking off: What makes it different, why Amazon blocked it" เหตุผลที่ Amazon บล็อก Muse และข้อกังวลด้านความปลอดภัย (ปรับปรุง 24 กันยายน 2026) · https://indianexpress.com/article/technology/artificial-intelligence/meta-muse-ai-agent-what-makes-it-different-amazon-dispute-10889290/

[9] Observer, "New Apple CEO John Ternus Moves to Overhaul the Company" ประวัติและการขึ้นรับตำแหน่งของซีอีโอคนใหม่ Apple (29 กันยายน 2026) · https://observer.com/2026/09/new-apple-ceo-john-ternus-moves-to-overhaul-the-company

[10] Yahoo Finance, "META Stock Rides Muse AI To Best Quarter In Over 2 Years - But Analyst Warns Monetization Could Be 'Notoriously Slow'" บันทึกของลอรา มาร์ติน เรื่องปลายทางที่ Muse ต้องใช้ ตลาดที่เข้าถึงได้ และอัตรากำไรของฮาร์ดแวร์ (2 ตุลาคม 2026) · https://finance.yahoo.com/markets/stocks/articles/meta-stock-rides-muse-ai-080528207.html

[11] 9to5Mac, "Bank of America says Meta's Muse highlights a new risk for Apple's services revenue" สรุปบันทึกวัมซี โมฮัน และถ้อยเรื่องเศรษฐศาสตร์ของความตั้งใจผู้ใช้ (29 กันยายน 2026) · https://9to5mac.com/2026/09/29/bank-of-america-says-metas-muse-highlights-a-new-risk-for-apples-services-revenue/

[12] Entrepreneur, "Apple's New CEO John Ternus Has Plans to Rewire the Company" อายุของเทอร์นัสและการวางแผนปรับโครงสร้างบริษัท (30 กันยายน 2026) · https://entrepreneur.com/business-news/apples-new-ceo-john-ternus-has-big-plans-to-rewire-how-the-company-works

[13] TechCentral, "Ternus plots a faster, leaner Apple" ระบุว่าเทอร์นัสรับตำแหน่งต่อจาก ทิม คุก เมื่อ 1 กันยายน (30 กันยายน 2026) · https://techcentral.co.za/john-ternus-apple-overhaul/286636

Top comments (0)