DEV Community

Nokka
Nokka

Posted on

OpenAI Jalapeño ชิปแรกของ OpenAI, กินไฟน้อยกว่าและเร็วกว่า Nvidia ยังไง

OpenAI Jalapeño ชิปแรกของ OpenAI, กินไฟน้อยกว่าและเร็วกว่า Nvidia ยังไง

โดย Nokka (นก-กา), นักเขียนอิสระสายเทคโนโลยี ผู้เขียนบทความอธิบายเทคโนโลยีให้คนทั่วไปเข้าใจ 30+ บทความบน dev.to | 30 สิงหาคม 2026

บทความนี้เขียนโดย AI (glm-5.3 via ollama-cloud) ผ่าน Hermes Agent ภายใต้การควบคุมและตรวจสอบคุณภาพโดยมนุษย์, Nokka (นก-กา), อ้างอิงจากประกาศทางการของ OpenAI และ CNBC

OpenAI Jalapeño chip

ก่อนอื่น, ทำความเข้าใจศัพท์

ก่อนเข้าเรื่อง ขอปูศัพท์ 3 คำที่คนอ่านบทความนี้ต้องรู้ก่อน:

  • Inference (การอนุมาน): การ "ใช้" โมเดล AI ตอบคำถาม, ต่างจาก training ที่ "สอน" โมเดล (ถ้าโมเดลคือนักศึกษาที่จบมาแล้ว, inference คืองานที่เขาทำทุกวัน)
  • ASIC: ชิปที่ออกแบบ "เฉพาะงานเดียว", ต่างจาก GPU ที่ทำได้หลายอย่าง แต่เก่งสุดเรื่องเดียว
  • Throughput vs Latency: throughput = ปริมาณงานต่อหน่วยเวลา (จัดได้กี่คิว), latency = ความเร็วตอบต่อคิว (รอนานไหม), ปกติแลกกัน: อยากจัดคิวเยอะต้องยอมช้าลง

ถ้าให้อุปมา: GPU ทั่วไปเหมือน "รถกระบะ" ที่บรรทุกได้ทุกอย่าง, Jalapeño คือ "รถส่งของพิเศษ" ที่ออกแบบมาวิ่งเส้นทางเดียวให้เร็วสุดและกินน้ำมันน้อยสุด

เกิดอะไรขึ้น: OpenAI มีชิปเป็นของตัวเองแล้ว

OpenAI เปิดตัว Jalapeño, custom inference chip ตัวแรก ที่พัฒนาร่วมกับ Broadcom, และเมื่อสัปดาห์ที่ผ่านมาได้ประกาศผลทดสอบรอบแรกแล้ว [1]

ข่าวนี้ยืนยันทางการ, ต่างจากข่าวลือเรื่องโมเดล "Bell" (ที่ผมเขียนไปเมื่อ 26 ส.ค.) ซึ่งมาจากแหล่งเดียวกันแต่ยังไม่มีประกาศทางการ [2]

ตัวเลขจริงจากการทดสอบ

จากประกาศทางการของ OpenAI [1], ทดสอบบน InferenceX (benchmark สาธารณะจาก SemiAnalysis) กับโมเดล 3 ตัว:

โมเดลที่ทดสอบ ผลลัพธ์
GPT-OSS 120B 1.5-1.9x AI work/watt ที่ peak throughput
DeepSeek R1 670B 1.7-3.6x latency ต่ำกว่า ระบบเทียบ
Kimi K2.5 1T (ใหญ่สุด) ~1.5x performance/watt + 3.4x latency ต่ำกว่า

ตัวเล่าเด่น: งาน interactive (แชทกับ agent ที่ต้องตอบเร็ว) Jalapeño เร็วกว่า 2.1-4.1 เท่า

พลังงานจริง

  • ชิป rated 700W แต่วัดจริงไม่เกิน 550W ในทุก workload ที่ทดสอบ
  • CNBC รายงานว่า "beat Nvidia Blackwell systems on key inference-efficiency tests" [3]

ทำไมถึงเร็ว: ออกแบบทั้งระบบ ไม่ได้มีเพียงชิป

สิ่งที่ทำให้ Jalapeño พิเศษคือ "ไม่ได้มีเพียงชิป แต่คือชิป + memory + network + software ที่ออกแบบมาทำงานร่วมกัน" [1]

เข้าใจปัญหา inference จริงๆ

การตอบคำถามด้วย LLM มี 2 เฟสที่ bottleneck ต่างกัน:

เฟส ทำอะไร คอขวดคืออะไร
Prefill อ่าน prompt ทั้งหมด compute (ต้องคำนวณหนัก)
Decode พิมพ์คำตอบทีละ token memory bandwidth (ต้องดึงข้อมูลเร็ว)

ระบบที่เก่งเฟสหนึ่งมักแพ้อีกเฟส, Jalapeño ออกแบบให้ "จัดวาง model state (รวม KV cache) ไว้ในที่ที่เหมาะ" แล้วเปิด compute/memory/network ให้เข้ากับแต่ละเฟส [1]

จุดที่เจ๋งที่สุด: AI ช่วยออกแบบชิป และชิปนี้ออกแบบให้ AI เขียนโปรแกรมได้

OpenAI เผยว่า [1]:

1. AI ช่วยออกแบบ, จาก design ถึง tapeout ใน 9 เดือน

โมเดล OpenAI รุ่นก่อนๆ ช่วย "สำรวจ implementation + ย่น loop การออกแบบ/วัด/verify" ทำให้งานที่ปกติใช้เวลาหลายปี เหลือ 9 เดือน

2. AI ช่วยเขียน kernel, บางส่วน "เร็วกว่ามนุษย์เขียนเอง"

สำหรับ attention + MoE blocks บางส่วนของ GPT-OSS:

โค้ดที่ AI เขียน เร็วกว่าโค้ดที่ human expert เขียน 1.5-1.8 เท่า

(Open ระบุชัดว่าเป็น "บาง blocks" ไม่ใช่ทั้งโมเดล)

3. ใช้ Codex + GPT-Astra พาโมเดล open-weights อื่นขึ้นชิปได้ใน 2 เดือน

DeepSeek R1, Kimi K2.5 ไม่ได้อยู่ในแผน production เดิม, แต่ทีมใช้ AI ช่วย port จนวิ่งได้เร็วภายใน 2 เดือน [1]

นี่คือ self-improving loop จริง: โมเดลช่วยออกแบบชิป → ชิปรันโมเดลเร็วขึ้น → โมเดลรุ่นถัดไปออกแบบชิปถัดไปได้ดีขึ้น

ทำไมเรื่องนี้สำคัญ

เหตุผล คำอธิบาย
ทางเลือกนอก Nvidia บริษัท AI ใหญ่ทุกเจ้ากำลังทำชิปเอง, Jalapeño คือ "สัญญาณ" ว่า custom silicon มาถึงจริง (CNBC พูดถึง "threat to Nvidia margins" [3])
ต้นทุน AI จะถูกลง 1.5-1.9x work/watt = ใช้ไฟเท่าเดิมทำงานได้เกือบ 2 เท่า
เหมาะกับยุค agent Agent ทำหลาย step ต่อ task, latency สะสม การตัด latency 3.4 เท่าคือตัดเวลารอของ task ทั้งก้อน
ทดสอบกับโมเดลคนอื่นด้วย ไม่ lock กับ GPT, รัน DeepSeek, Kimi ได้ = ยืนยันความเป็น platform

ข้อควรระวัง: มุมที่ต้องสมดุล

ข้อดี ข้อควรระวัง
ตัวเลขจาก benchmark สาธารณะ (InferenceX) "ระบบเทียบ" ไม่ได้ระบุชื่อรุ่นชัดเจนในทุกจุด
ทดสอบกับโมเดล open-weights 3 ตัว ผลบน frontier OpenAI models เป็น "internal testing" เท่านั้น
พัฒนาร่วม Broadcom (มี partner จริง) ยังต้อง ramp production จริง, บทความเดิมปี 2025-2026 วงการเคย "คาดหวังชิป" แล้วเลื่อน
ใช้ไฟต่ำกว่า rated 550W ยังคือ "ไฟเบอร์ต่อชิป", สเกลใหญ่ขึ้นยังต้องดูทั้ง rack

สรุปมุมมองของผม

ผมมองว่า Jalapeño สำคัญกว่าที่ตัวเลข benchmark บอก, เพราะมันคือหลักฐานว่า "ยุค AI ต้องพึ่ง Nvidia อย่างเดียว" กำลังจบลง

แต่จุดที่ผมอยากเน้นที่สุดคือวงจรที่ OpenAI เล่าเอง:

AI ออกแบบชิป → ชิปรัน AI เร็วขึ้น → AI ที่เร็วขึ้นออกแบบชิปถัดไปดีขึ้น

นี่คือ "self-improving loop" ในระดับ hardware ที่ผมเขียนเรื่อง self-improving agent มาตลอด, เพียงแต่ครั้งนี้มันไม่ใช่โค้ดที่ดีขึ้นเอง แต่คือ "ชิปที่ AI ออกแบบเร็วกว่ามนุษย์เขียนเอง 1.5 เท่า"

และเชื่อมกับธีมประหยัดพลังงาน: ในแง่บริษัทไทยเล็กๆ อาจดูไกลตัว แต่แนวโน้มนี้คือเหตุผลที่ราคา API ของทุกค่ายถูกลงเรื่อยๆ (อย่าง Hy4 ที่ผมเขียนเมื่อเช้า, $0.83/1M tokens), ต้นทุน inference ที่ถูกลงคือสิ่งที่ทำให้ AI ถูกลงสำหรับทุกคนจริงๆ

คุณคิดยังไงครับ, custom silicon ของแต่ละค่าย (OpenAI, Google TPU, Amazon) จะทำให้ Nvidia เสียบัลลังก์จริงไหม? แล้วราคา AI ถูกลงจากตรงนี้จะเปลี่ยนวิธีใช้ AI ของคุณไหม? คอมเมนต์แลกเปลี่ยนกันได้ครับ

ถ้าชอบบทความแนว AI hardware แบบนี้ ติดตาม Nokka ได้ที่ dev.to/sarantoon

แหล่งอ้างอิง

[1] OpenAI. "Jalapeño's first results show industry-leading speed and efficiency in AI inference". 2026. https://openai.com/index/jalapeno-first-results/

[2] Geeky Gadgets. "OpenAI 'Bell' Model Leaks May Preview the ChatGPT 6 Successor". 2026. https://www.geeky-gadgets.com/gpt-6-bel-leaks-fable/

[3] CNBC. "OpenAI's Jalapeño AI chip brings new 'threat' to Nvidia margins". 2026. https://www.cnbc.com/2026/08/26/openai-jalapeno-ai-chip-nvidia.html


บทความนี้วิเคราะห์จากประกาศทางการของ OpenAI, CNBC และ Geeky Gadgets ข้อมูล ณ 30 สิงหาคม 2026 Nokka

Top comments (0)