SEO SMO AEO GEO DEO SXO: 6 ชั้นที่ทำให้ AI เลือกคุณ ไม่ใช่แค่เจอคุณ
โดย Nokka (นก-กา) | 19 กันยายน 2026
บทความนี้เขียนโดย AI (โมเดล deepseek-v4.1-flash ของผู้ให้บริการ ollama-cloud) ผ่าน Hermes Agent จาก Nous Research ตรวจสอบและเรียบเรียงโดย Nokka ข้อความในเครื่องหมายคำพูดที่เป็นคำแปลเป็นคำแปลของผม ไม่ใช่สำเนาต้นฉบับ
James Dooley เขียนบทความยาวบน X เมื่อวันที่ 18 กันยายน 2026 ในชื่อ The Modern Search Optimisation Stack: SEO, SMO, AEO, GEO, DEO & SXO โพสต์ที่แชร์บทความนี้มีคนดูราว 11,241 ครั้ง และกดบันทึกไว้ 378 ครั้ง [1]
ประโยคเปิดของเขาคือ "SEO ไม่ได้ตาย แต่แค่มีเพื่อนใหม่เพิ่มขึ้น" และเนื้อหาทั้งชิ้นคือการอธิบายว่า "เพื่อนใหม่" หกคนนั้นคือใคร [1]
ผมอ่านบทความเต็ม 216 บล็อกของเขา แล้วไปหางานวิจัยและความเห็นฝ่ายตรงข้ามมาประกอบ เพราะผมคิดว่ากรอบหกชั้นนี้มีประโยชน์จริง แต่มีจุดที่ต้องถามกลับ
ภาพรวมบทความ: หกชั้นของการถูกค้นพบ เรียงจากถูกเจอไปสู่ถูกเลือก พร้อมฐานที่รองรับทุกชั้น
กรอบหกชั้นของ Dooley
Dooley เสนอว่าการปรับแต่งให้ถูกค้นพบในปัจจุบันไม่ใช่เรื่องเดียว แต่มันคือกองของศาสตร์ที่เชื่อมกันหกชั้น [1]
| ชั้น | ชื่อเต็ม | เป้าหมาย |
|---|---|---|
| SEO | Search Engine Optimisation | ถูกเจอ |
| SMO | Social Media Optimisation | ถูกค้นพบและถูกพูดถึง |
| AEO | Answer Engine Optimisation | เป็นคำตอบ |
| GEO | Generative Engine Optimisation | ถูกอ้างถึง |
| DEO | Decision Engine Optimisation | ถูกเลือก |
| SXO | Search Experience Optimisation | ปิดการขายได้ |
คำอธิบายสั้นที่สุดที่เขาเขียนไว้คือ [1]
"SEO ช่วยให้คุณถูกเจอ → AEO ช่วยให้คุณกลายเป็นคำตอบ → GEO ช่วยให้ AI เข้าใจและอ้างถึงคุณ → DEO ช่วยให้คุณกลายเป็นตัวเลือกที่ถูกเลือก → SXO ช่วยเปลี่ยนการมองเห็นนั้นให้เป็นลูกค้า ส่วน SMO ทำงานคู่ขนานกับชั้นอื่น ๆ โดยเพิ่มการค้นพบ บทสนทนา และสัญญาณแบรนด์บนแพลตฟอร์มโซเชียล" [1]
ผมคิดว่าประโยคนี้คือแกนของบทความทั้งหมด และเป็นประโยคที่ผมจะกลับมาถามในตอนท้าย
ชั้นที่หนึ่ง: SEO ยังเป็นฐาน
Dooley ยืนยันชัดว่า SEO ไม่ได้หายไปและยังเป็นฐานของทุกอย่าง [1]
"การเกิดของ AI เชิงสร้างสรรค์ไม่ได้ทำให้ SEO ด้านเทคนิค การเข้าถึงได้ของหน้า คุณภาพเนื้อหา ความน่าเชื่อถือ หรือการเชื่อมโยงภายใน ไม่เกี่ยวข้องไปทันที ตรงกันข้ามเลย" [1]
เขาอธิบายว่าเส้นทาง SEO แบบเดิมย่อได้เป็น Crawled → Indexed → Ranked → Clicked และรายการที่ต้องดูแลยังเหมือนเดิม คือ technical SEO การเข้าถึงได้ การจัดทำดัชนี การเชื่อมโยงภายใน คุณภาพเนื้อหา เจตนาการค้นหา ความครอบคลุมหัวข้อ แบ็คลิงก์ สัญญาณ E-E-A-T ข้อมูลโครงสร้าง และความเร็วหน้า [1]
จุดที่เขาเน้นและผมคิดว่าสำคัญ คือความต่างที่เกิด หลังจาก ขั้นตอนดึงข้อมูล
"การค้นหาแบบเดิมอาจดึงเอกสารมาแล้วจัดอันดับ การค้นหาแบบเจเนอเรทีฟอาจดึงเอกสารมาแล้วใช้มันเป็นหลักฐานในการสร้างคำตอบ" [1]
ผมคิดว่าประโยคนี้คม เพราะอธิบายได้ว่าทำไมเนื้อหาที่อันดับดีอยู่แล้วอาจไม่ถูกอ้างถึง
ชั้นที่สอง: SMO ที่เขาบอกว่าอยู่คู่ขนาน ไม่ใช่ต่อคิว
Dooley มีจุดยืนที่ต่างจากกรอบอื่นตรงที่เขาบอกว่า SMO ไม่ใช่ชั้นที่มาหลัง SEO แต่เป็นชั้นที่ทำงานคู่ขนาน [1]
"ต่างจากชั้นอื่น ๆ SMO ควรถูกมองเป็นชั้นแห่งการค้นพบและความน่าเชื่อถือที่ทำงานคู่ขนาน มากกว่าจะเป็นอะไรที่มาต่อจาก SEO" [1]
เขายกตัวอย่างเส้นทางที่คนจริงเดิน ซึ่งผมคิดว่าตรงกับพฤติกรรมที่เราเห็นกันทั่วไป คือ Google → Reddit → YouTube → ChatGPT → Google โดยที่ผู้ใช้ไม่ได้คิดว่ากำลังใช้ "เสิร์ชเอนจิน" ตัวไหนอยู่ [1]
และมีอีกเหตุผลที่เขาให้ไว้สำหรับเรื่อง AI คือ AI เจอข้อมูลแบรนด์ได้จากแหล่งที่อยู่นอกเว็บของแบรนด์เอง [1]
"บริษัทที่บอกว่าตัวเองเป็น 'เจ้าแห่งการสร้างลีดสำหรับธุรกิจท้องถิ่น' คือสัญญาณหนึ่ง แต่การที่สื่ออิสระ ลูกค้า ชุมชน และผู้เชี่ยวชาญพูดถึงบริษัทนั้นคู่กับซอฟต์แวร์ CRM สำหรับเอเจนต์อสังหาฯ ซ้ำ ๆ สร้างระบบนิเวศข้อมูลที่กว้างกว่ามาก" [1]
ผมคิดว่าประโยคนี้เป็นประโยชน์ที่สุดในชั้น SMO ของเขา เพราะมันบอกว่าสิ่งที่เว็บอื่นพูดถึงคุณ สำคัญกว่าสิ่งที่คุณพูดถึงตัวเอง
ชั้นที่สาม: AEO ไม่ใช่แค่ใส่ FAQ schema
Dooley เริ่มชั้นนี้ด้วยการเปลี่ยนคำถาม [1]
"เป้าหมายเปลี่ยนจาก 'ฉันจะอันดับสำหรับคำค้นนี้ได้อย่างไร' เป็น 'ฉันจะกลายเป็นคำตอบของคำถามนี้ได้อย่างไร'" [1]
และเขาเตือนว่าคนมักย่อ AEO ให้เหลือแค่การใส่ FAQ ลงในหน้า ซึ่งตื้นเกินไป [1]
"AEO บางครั้งถูกลดทอนเหลือแค่การเพิ่ม FAQ ลงในหน้า นั่นง่ายเกินไปมาก เป้าหมายที่กว้างกว่าคือการสกัดคำตอบ" [1]
รายการที่เขาให้ว่าทำให้ตอบง่าย คือข้อมูลที่ชัด กระชับ มีหลักฐานรองรับ มีโครงสร้างดี สกัดง่าย ตรงกับคำถาม และมีเอนทิตีที่เกี่ยวข้องรองรับ [1]
ชั้นที่สี่: GEO และความต่างจาก AEO
ชั้นนี้คือส่วนที่ผมคิดว่ามีค่าที่สุดของกรอบนี้ เพราะ Dooley แยกคำถามของ AEO กับ GEO ออกจากกันอย่างชัดเจน [1]
AEO: เครื่องสกัดคำตอบของฉันออกมาได้ไหม
GEO: ระบบเจเนอเรทีฟเข้าใจและใช้ข้อมูลของฉันตอนสร้างคำตอบไหม
เขายกตัวอย่างที่ตรงกับงานจริง คือคำถามว่า "เครื่องมือตรวจสอบแบ็คลิงก์ตัวไหนดีที่สุดสำหรับเอเจนซี SEO เล็กในอังกฤษ" และชี้ว่า AI อาจไม่คืนหน้าเว็บสิบหน้า แต่สังเคราะห์ข้อมูลแล้วแนะนำห้าเครื่องมือ [1]
⇒ ซึ่งเปลี่ยนเป้าหมายของการปรับแต่งทั้งหมด
รายการที่เขาเสนอว่ามีผลกับ GEO คือความสอดคล้องของเอนทิตี ความน่าเชื่อถือเชิงหัวข้อ งานวิจัยต้นฉบับ สถิติและข้อมูลเฉพาะทาง ความเห็นจากผู้เชี่ยวชาญ การกล่าวถึงแบรนด์จากบุคคลที่สาม digital PR ข้อมูลสินค้าที่ชัด ข้อมูลใหม่ เนื้อหาโครงสร้าง ทรัพยากรที่อ้างอิงได้ และการยืนยันจากภายนอกที่แข็งแรง [1]
ชั้นที่ห้า: DEO ที่เจ้าตัวเองก็บอกว่ายังไม่ใช่มาตรฐาน
ผมชอบที่ Dooley เขียนข้อจำกัดของ DEO ไว้เองตั้งแต่ต้นชั้นนี้ [1]
"คำศัพท์นี้ใหม่กว่าและยังเป็นมาตรฐานน้อยกว่า SEO มาก ดังนั้น DEO ในตอนนี้ควรถูกมองเป็นกรอบที่กำลังเกิด มากกว่ามาตรฐานอุตสาหกรรมที่ตั้งไว้แล้ว" [1]
ตัวอย่างที่เขาให้คือการสั่งผู้ช่วย AI ว่า "หาแพลตฟอร์มบัญชีสำหรับบริษัทอังกฤษ 20 คน ที่ต้องเชื่อมกับ Xero มีระบบเงินเดือน ราคาต่ำกว่า 300 ปอนด์ต่อเดือน และมีบริการลูกค้าที่ดี" งานของ AI ไม่ใช่แค่หาหน้าเว็บ แต่ต้องค้นหาตัวเลือก เข้าใจคุณสมบัติ เปรียบเทียบ ประเมินหลักฐาน แล้วแนะนำ [1]
ความต่างที่เขาชี้ และผมคิดว่าเป็นประโยคที่คมที่สุดในบทความ
ความสำเร็จของ GEO: ChatGPT พูดถึงบริษัทเรา
ความสำเร็จของ DEO: ChatGPT แนะนำบริษัทเรา เพราะเราเข้าเงื่อนไขของผู้ใช้ดีที่สุด
และเป้าหมายจึงขยับลงไปตามกรวย
Rankings → Answers → Citations → Recommendations → Selections → Transactions [1]
ชั้นที่หก: SXO และฐานที่รองรับทุกชั้น
Dooley ปิดกรอบด้วย SXO ซึ่งเป็นเรื่องที่เกิดหลังจากการถูกค้นพบ ทั้งประสบการณ์ผู้ใช้ ความเร็วหน้า การนำทาง ความอ่านง่าย สัญญาณความน่าเชื่อถือ ปุ่มเรียกร้องให้ทำ และอัตราการแปลง [1]
และส่วนที่ผมคิดว่าสำคัญที่สุดของบทความเขาอยู่ตรงนี้ คือฐานที่รองรับทุกชั้น [1]
"Entities + Content + Data + Authority + Trust" [1]
"ถ้าไม่มีองค์ประกอบเหล่านี้ ทุกชั้นของการปรับแต่งจะอ่อนลง" [1]
ฝ่ายที่เห็นต่าง และผมคิดว่าต้องอ่านคู่กัน
สองค่ายที่ยังไม่ตรงกัน
ส่วนนี้คือส่วนที่บทความของ Dooley ไม่มี และเหตุผลที่ผมไปหามาเพิ่ม
Rand Fishkin ผู้ก่อตั้ง SparkToro เป็นนักวิจารณ์ที่ตรงที่สุดเรื่องคลื่นตัวย่อ เขาเขียนไว้ในชื่อบทความ "It's Still SEO: Search Everywhere Optimization" [2]
"AIO, AEO, GEO, LLMEO และอีก 15 ตัวที่ผมเห็นบน LinkedIn วันนี้ ไม่ใช่ทางที่ควรไป" [2]
"ผมเดิมพันเลยว่า ถ้าคุณทำ SEO มาสองสามปีที่ผ่านมา คุณก็ทำ Search Everywhere Optimization อยู่แล้ว" [2]
และมีตัวเลขจากงานวิจัยที่ Rand Fishkin แห่ง SparkToro ทำร่วมกับ Patrick O'Donnell แห่ง Gumshoe.ai ที่ผมคิดว่าสำคัญมากต่อการวางแผน งานนี้ให้ อาสาสมัคร 600 คน รันคำถาม 12 ชุด ผ่านเครื่องมือ 3 ตัว รวม 2,961 ครั้ง ⇒ และสรุปว่า มีโอกาสน้อยกว่า 1 ใน 100 ที่ ChatGPT หรือ Google AI จะคืนรายชื่อแบรนด์เดิมในการตอบสองครั้งใด ๆ เมื่อถามคำถามเดิม 100 ครั้ง [2][6]
ถ้าตัวเลขนี้ถูก มันมีนัยต่อวิธีวัดผล GEO โดยตรง
Lily Ray จาก Amsive อยู่ตรงกลาง และผมคิดว่าเธอเป็นเสียงที่ใช้ได้ที่สุดสำหรับคนที่เบื่อทั้งสองฝ่าย [2]
"นักต้มตุ๋น GEO หลายคนใช้โอกาสนี้เพียงเปลี่ยนชื่อแนวทาง SEO แกนกลางด้วยชื่อที่ต่างออกไป" [2]
"สุดท้ายแล้ว AEO และ GEO ไม่ใช่การรื้อหรือทิ้ง SEO แต่เป็นระบบใหม่สำหรับการแข่งขัน การเก็บเกี่ยว และการวัดความสำเร็จข้ามแพลตฟอร์ม AI" [2]
ส่วนฝ่ายที่บอกว่าเป็นศาสตร์ใหม่จริง ๆ คือ Mike King ซึ่ง Search Engine Land ยกให้เป็น AI Search Marketer of the Year 2025 [2]
"การรื้อใหม่ที่ผมเรียกว่า relevance engineering เป็นเพราะกรอบ SEO มันจำกัดเกินไป" [2]
"เมื่อก่อนคุณใส่ของเข้า Google แล้วมันออกมาหน้าตาเดิม ตอนนี้มันถูกเสริม ถูกสับ ถูกปรับ แล้วค่อยเสิร์ฟให้ผู้ใช้" [2]
จุดที่ผมคิดว่าควรตั้งคำถาม
สามข้อที่ผมคิดว่ายังไม่ปิด
หนึ่ง · DEO เป็นกรอบที่ยังไม่มีงานวิจัยรองรับ Dooley เขียนเองว่า DEO "ยังเป็นมาตรฐานน้อยกว่า SEO มาก" [1] ผมเห็นด้วยกับเขา และคิดว่าควรอ่านเป็น ทิศทางที่อาจเกิด ไม่ใช่สิ่งที่วัดได้ตอนนี้ ต่างจาก GEO ที่มีงานวิจัยวิชาการจริงทั้งฉบับของ Aggarwal และคณะ ตีพิมพ์ในงาน KDD 2024 [4]
สอง · ถ้าการตอบของ AI ไม่แน่นอนกว่า 1 ใน 100 การวัดผลก็เป็นโจทย์ที่ยากกว่าที่กรอบหกชั้นบอก [2] กรอบของ Dooley ยังใช้วิธีวัดแบบเดิม คือ rankings และ citations แต่ถ้าคำตอบเปลี่ยนทุกครั้งที่ถาม ตัวเลข citation ที่วัดได้ครั้งเดียวจะเชื่อถือได้แค่ไหน
สาม · ผู้เขียนมีผลิตภัณฑ์ขายในกลุ่มนี้ Dooley เป็นผู้ก่อตั้ง FatRank และ PromoSEO และมีหนังสือรวมถึงหลักสูตรที่ขายในกลุ่มนี้ [3] ผมไม่ได้บอกว่ากรอบนี้ผิดเพราะเหตุนั้น แต่ผู้อ่านควรรู้ว่าเขาเป็นคนที่ได้ประโยชน์หากแนวคิดนี้ถูกนำไปใช้ และข้อดีคือเขาก็เปิดเผยตัวตนไว้ชัดในช่องทางอื่นของตัวเอง
สิ่งที่ผมคิดว่าควรทำต่อ
ผมคิดว่ากรอบหกชั้นของ Dooley มีประโยชน์ในฐานะ แผนที่ ว่าการที่ลูกค้าจะเลือกคุณ ต้องผ่านจุดไหนบ้าง และประโยคที่ผมคิดว่ามีค่าที่สุดของเขาคือการที่ตัวเลือกสุดท้ายไม่ใช่การถูกเจอ
"Ranking เป็นเรื่องของการมองเห็น AEO เปิดตัวคำตอบ GEO เปิดตัวการอ้างถึงและการถูกกล่าวถึง และ DEO เปิดตัวการถูกเลือก และนั่นอาจเป็นการเปลี่ยนที่สำคัญที่สุดในที่สุด" [1]
แต่ในทางปฏิบัติ ผมจะทำตามฝ่ายที่บอกว่ามันคือ SEO เหมือนเดิมก่อน แล้วค่อยเพิ่มงานเฉพาะทางเมื่อมีหลักฐานว่าได้ผล เพราะทุกฝ่ายเห็นตรงกันในเรื่องฐาน นั่นคือ E-E-A-T ความน่าเชื่อถือของเอนทิตี การอ้างอิง และคำตอบที่ชัดตรง [2]
และมีตัวเลขเปรียบเทียบที่ผมคิดว่าอธิบายได้ดีว่าทำไมงานนี้ไม่ใช่แค่ SEO เดิม Patrick Stox วิเคราะห์ว่า การกล่าวถึงแบรนด์แบบไม่ใส่ลิงก์มีสหสัมพันธ์ 0.664 กับการปรากฏใน AI ส่วน DR ของแบ็คลิงก์มีเพียง 0.326 ซึ่งกลับด้านกับ SEO แบบเดิม [5]
และผมจะวัดผล GEO ด้วยการถามคำถามเดิมซ้ำหลายครั้ง แล้วดูว่าอัตราการปรากฏตัวคงที่แค่ไหน ไม่ใช่วัดครั้งเดียวแล้วสรุป เพราะนั่นคือสิ่งที่ตัวเลข 1 ใน 100 จากงานวิจัยของ SparkToro บอกให้เราระวัง [2][6]
ถ้าคุณกำลังวางแผนเนื้อหาปีหน้า เริ่มจากฐานที่ทุกฝ่ายเห็นตรงกันก่อน คือความชัดของเอนทิตี เนื้อหาที่อธิบายความสัมพันธ์ได้ ข้อมูลที่ถูกต้องเข้าถึงได้ และหลักฐานจากภายนอกที่ยืนยันคุณ [2]
และถ้าจะจ่ายเงินให้ใครสอน GEO ลองถามกลับว่าผลลัพธ์จะวัดอย่างไร ถ้าคำตอบคือ "อันดับการอ้างอิงใน ChatGPT" ถามต่อไปว่าเขาจะถามคำถามเดิมกี่ครั้งแล้ววัดอัตราการคงที่ เพราะคำตอบของ AI ไม่ซ้ำกันทุกครั้ง [2]
แหล่งอ้างอิง
[1] X — @james_dooley "The Modern Search Optimisation Stack: SEO, SMO, AEO, GEO, DEO & SXO" (บทความยาว 216 บล็อก · ดู 11,241 ครั้ง · 378 bookmarks) อ่านเนื้อความผ่าน fxtwitter tweet.article.content.blocks ไม่ได้เปิดหน้าเว็บที่เรนเดอร์, 18 กันยายน 2026 — https://x.com/james_dooley/status/2100907455890800881
[2] Gupta Deepak — "What the top SEO and GEO specialists actually say about AEO and GEO" (คำกล่าวของ Rand Fishkin, Lily Ray และ Mike King · บทสรุปตัวเลข 1 ใน 100) อัปเดต 30 มิถุนายน 2026 — https://guptadeepak.com/geo-compass/guides/what-seo-specialists-say-about-aeo-geo/
[3] mandbmarketing — "James Dooley: SEO Entrepreneur of the Year 2026 and the UK's Leading Digital Landlord" (ผู้ก่อตั้ง PromoSEO และ FatRank), 2026 — https://mandbmarketing.com/insights/jamesdooleycom
[4] ACM Digital Library / KDD '24 — "GEO: Generative Engine Optimization" (Pranjal Aggarwal และคณะ · IIT Delhi) Proceedings of the 30th ACM SIGKDD Conference · นครบาร์เซโลนา 25-29 สิงหาคม 2024 · หน้า 5-16 — https://dl.acm.org/doi/10.1145/3637528.3671900
[5] Patrick Stox — "GEO / AEO vs SEO" (ความต่างเชิงโครงสร้าง: การกล่าวถึงแบรนด์แบบไม่ลิงก์มีสหสัมพันธ์ 0.664 เทียบกับ DR ของแบ็คลิงก์ที่ 0.326) เผยแพร่ 24 มิถุนายน 2026 — https://patrickstox.com/ai-search/optimization/geo-aeo-vs-seo/
[6] SparkToro — "NEW Research: AIs are highly inconsistent when recommending brands or products" (Rand Fishkin ร่วมกับ Patrick O'Donnell แห่ง Gumshoe.ai · อาสาสมัคร 600 คน · 12 prompts · 2,961 ครั้ง · <1 in 100), 27 มกราคม 2026 — https://sparktoro.com/blog/new-research-ais-are-highly-inconsistent-when-recommending-brands

Top comments (0)