โดย Nokka (นก-กา) | 22 กันยายน 2569
บทความนี้เขียนโดย AI (โมเดล glm-5.3 ของผู้ให้บริการ ollama-cloud) ผ่าน Hermes Agent จาก Nous Research ตรวจสอบและเรียบเรียงโดย Nokka
มีคำถามหนึ่งที่คนทำเว็บไซต์ถามกันมาสองปีแล้วเงียบลงไปเรื่อย ๆ: ถ้า AI ตอบคำถามได้หมด Google ก็เอา AI ไปใส่บนหน้าผลค้นหาแล้ว แล้วยังมีใครจะคลิกเข้ามาอ่านเว็บเราอีกไหม
คำตอบสั้น ๆ จากข้อมูลล่าสุดคือ: คนที่คลิกมีน้อยลงจริง แต่คนที่ยังคลิกไม่ได้หายไปไหน เขาแค่เปลี่ยนเหตุผลที่เข้ามา บทความนี้รวมหลักฐานจากงานวิจัยจริงและข้อมูลจากเว็บไซต์หกแสน session เพื่อแยกให้ชัดว่าอะไรคือเนื้อหาที่ AI ตอบแทนได้ และอะไรคือเหตุผลที่คนยังต้องมาหาเราเอง
ก่อนอื่นต้องยอมรับครึ่งแรกของคำตอบ: คลิกน้อยลงจริง
ตัวเลขจากงานวิจัย Pew
งานวิจัยที่น่าเชื่อถือที่สุดชิ้นหนึ่งมาจาก Pew Research Center ซึ่งเก็บข้อมูลการใช้งานจริงจากแผงคนอเมริกัน 900 คนตลอดหนึ่งเดือน เป็นข้อมูลพฤติกรรมจริง ไม่ใช่แบบสอบถามความรู้สึก ผลที่เป็นตัวเลขคือ [1]
- หน้าผลค้นหาที่มี AI Overview ผู้ใช้คลิกลิงก์ที่ AI อ้างไว้ในกล่องคำตอบเพียง 1% เท่านั้น
- หน้าที่มี AI Overview ผู้ใช้คลิกผลค้นหาต่อ 8% ขณะที่หน้าปกติคลิก 15% นั่นคือหายไปเกือบครึ่ง
- พบว่าผู้ใช้ที่เจอ AI Overview มีแนวโน้มปิดเซสชันการใช้งานต่อจากนั้นมากขึ้นด้วย
ข้อมูลฝั่งธุรกิจก็ไปทางเดียวกัน งานนับจากข้อมูลจริงของ SparkToro (ปี 2024) พบว่า จากการค้นหา 1,000 ครั้ง มีเพียง 374 คลิกที่ไปถึงเว็บภายนอก ที่เหลือหายไปกับพอร์ทัลของ Google เองหรือไม่คลิกเลย [2] และการวิเคราะห์ของ Seer Interactive พบว่าหน้าที่มี AI Overview ทำให้คลิกออร์แกนิกลดลงถึง 61% ในคำค้นแนวให้ความรู้ [3]
ถ้าอ่านแค่ตรงนี้ก็น่าใจหาย แต่ผมมองว่า จุดสำคัญของตัวเลขพวกนี้คือมันไม่ได้บอกว่า "คนหยุดเข้าเว็บ" แต่บอกว่า "คนที่เข้าเว็บมีเหตุผลใหม่" เรามาดูว่าเหตุผลนั้นคืออะไร
เหตุผลที่ 1: เข้ามาเพื่อลงมือ ไม่ใช่เข้ามาเพื่อรู้
Google เองเปิดข้อมูล AI Mode ครั้งแรกเมื่อพฤษภาคม 2026: ผู้ใช้ต่อเดือนหนึ่งพันล้านคน และคำค้นยาวเป็นสามเท่าของการค้นแบบเดิม [4] ตัวเลขนี้บอกว่าวิธีใช้งานเปลี่ยนไป: คนถาม AI แบบละเอียดขึ้น คุยไปมาหลายรอบ เทียบตัวเลือกภายใน AI จนจบ แล้วค่อยออกมาคลิกสิ่งที่เขาจะทำจริง
ข้อมูลจาก Search Engine Land ระบุว่า AI Mode ส่งต่อทราฟฟิกใน 69% ของคำค้นประเภททำธุรกรรม เช่น หาคลินิก หาร้าน สั่งของ [5] คนพวกนี้ไม่ได้มาอ่านให้รู้ เขามากดปุ่ม กรอกฟอร์ม สั่งซื้อ เว็บที่เตรียมหน้ารับคน "ตัดสินใจแล้ว" ไว้จะได้เปรียบกว่าเว็บที่ยังคงพยายามอธิบายพื้นฐานซ้ำ
เหตุผลที่ 2: เข้ามาใช้เครื่องมือที่ AI ให้แทนไม่ได้
Ahrefs เล่าประสบการณ์ตรง ๆ ว่าหน้าที่ทราฟฟิกสูงสุดของเขาไม่ใช่บทความใดเลย แต่เป็นเครื่องมือฟรี ทั้งตัวสร้างคีย์เวิร์ด ตัวเช็กแบ็กลิงก์ [6] เหตุผลที่เครื่องมืออยู่รอดคือมันไม่ใช่ความรู้ที่ AI สรุปได้: AI บอกได้ว่าควรคิดยังไง แต่คำนวณให้ด้วยข้อมูลจำเพาะของเรา บันทึกผลให้ แล้วให้เอาไปใช้ต่อ ไม่ได้
แนวทางที่ได้ผลจริงมีสามแบบ: เครื่องคิดเลขที่จับคู่กับสิ่งที่เว็บเราขาย ตัวแปลงหรือตัวสร้างอะไรบางอย่างที่คนใช้ซ้ำ และเทมเพลตที่คนมาก๊อปไปใช้งานได้เลย ทั้งหมดนี้คือประเภทหน้าที่ AI ตอบแทนไม่ได้
เหตุผลที่ 3: เข้ามาเช็กความจริงเมื่อความเสี่ยงสูง
ยิ่ง AI พลาดเป็นข่าวบ่อยขึ้นเท่าไร ความต้องการ "ต้นฉบับที่ตรวจย้อนได้" ก็ยิ่งสำคัญขึ้นเท่านั้น งานจาก Harvard Kennedy School เสนอกรอบการศึกษาเรื่องความไม่แม่นของ AI ซึ่งจำแนกเอาไว้ว่าความผิดพลาดของ AI มีหลายชนิด ทั้งแบบที่คนใช้สังเกตเห็นง่ายและแบบที่แอบแฝงจนมักผ่านการตรวจ [7] สำหรับงานที่ผู้ทำต้องรับผิดชอบ เช่น กฎหมาย การเงิน หรือสุขภาพ การอ้างต้นฉบับที่ตรวจได้จึงยังเป็นมาตรฐานที่หลีกเลี่ยงไม่ได้
สำหรับคนทำเว็บ นี่คือช่องทางสำคัญ: ถ้าเนื้อหาของเราคือต้นฉบับที่คนอื่น (รวมถึง AI) ต้องอ้าง เราจะเป็นจุดหมายปลายทางที่ผู้คนเช็กความจริงต่อ การอ้างแหล่งชัดเจน ระบุวิธีเก็บข้อมูล การอ้างแหล่งแบบตรวจย้อนได้จะทำให้เราอยู่ในกลุ่มนี้
เหตุผลที่ 4: เข้ามาหาของสดที่ AI ยังไม่มี
สรุปของ AI สร้างจากข้อมูลเก่า ราคาวันนี้ สต๊อกจริงตอนนี้ ตารางเวลาสองชั่วโมงข้างหน้า หรือสถานการณ์ที่เพิ่งเกิดเมื่อวาน ยังต้องมาจากเว็บจริงเสมอ เนื้อหาสดไม่ได้แปลว่าต้องเป็นข่าวเท่านั้น แต่รวมถึงข้อมูลที่อัปเดตตามเวลาจริงเฉพาะพื้นที่ด้วย
เหตุผลที่ 5: เข้ามาหาความสัมพันธ์กับคน
AI สรุปความเห็นของผู้คนได้ แต่แทนที่การได้ถามคนจริงแล้วมีคนตอบเราไม่ได้ ฟอรัมที่มีชีวิต รีวิวจากผู้ใช้จริง คอมมูนิตี้ที่มีชื่อเสียงประจำวงการ ยังเป็นสถานที่ที่ผู้คนเดินทางมาถึงเอง ในแง่ธุรกิจ คือการเปลี่ยนส่วนหนึ่งของเว็บจาก "คลังข้อมูล" เป็น "สถานที่พบกัน"
เหตุผลที่ 6: เข้ามาเพราะแบรนด์ และ homepage ยังคือปลายทางอันดับหนึ่ง
ข้อมูลจาก WebFX ที่วิเคราะห์ session จาก AI หกแสนครั้ง พบว่า homepage คือหน้าที่ได้ส่วนแบ่ง AI traffic มากที่สุดถึง 31.3% ตามด้วยหน้าสินค้า 16.8% และหน้าบริการ 11.4% [8] ภาพนี้กลับด้านกับความเข้าใจเดิมที่คิดว่าคนจะเข้าผ่านบทความ: คนถาม AI เสร็จแล้วเขาเดินตรงไปที่แบรนด์ที่ AI แนะนำ
ตัวเลขที่สำคัญที่สุดสำหรับคนทำ SEO คือของ Seer Interactive: แบรนด์ที่ถูกอ้างใน AI Overview ได้คลิกออร์แกนิกเพิ่ม 35% และคลิกโฆษณาเพิ่ม 91% เทียบกับคู่แข่งที่ไม่ถูกอ้างในคำค้นเดียวกัน [3] แปลว่าเกมไม่ใช่ "สู้กับ AI" แต่คือ "ทำให้ AI ต้องอ้างถึงเรา"
สรุปแก่น: โลกแบ่งเป็นสองฝั่ง ไม่ใช่ AI กับคน
ผมมองว่า ตัวเลขทั้งหมดนี้ชี้ไปที่การแบ่งเส้นเดียวกัน เนื้อหาที่ AI ตอบแทนได้ (ความรู้ทั่วไป วิธีทำพื้นฐาน คำอธิบายที่ใครก็เขียนได้) กำลังเสียทราฟฟิกไปจริง ส่วนเนื้อหาที่ AI ต้องส่งต่อมาให้ (การลงมือจริง เครื่องมือ ต้นฉบับที่น่าเชื่อ ข้อมูลสด คอมมูนิตี้ และแบรนด์) ยังมีคนเดินทางมาถึง แค่เหตุผลของการมาเปลี่ยนไป
สำหรับคนทำเว็บไทย คำถามที่ควรถามตัวเองจึงไม่ใช่ "จะสู้กับ AI ยังไง" แต่คือ "หน้าไหนของเว็บเราอยู่ฝั่งที่ AI ตอบแทนได้ และจะย้ายไปฝั่งที่ส่งต่อได้อย่างไร"
เขียนโดย Nokka (นก-กา) นักเขียนอิสระแกะรอยเทคโนโลยี สนใจเรื่องการทำคอนเทนต์ให้คนหาเจอมาตลอด ถ้าชอบบทความแนว AI search แบบอิงหลักฐานจริง ติดตามได้ที่ dev.to/sarantoon
อ้างอิง:
[1] Athena Chapekis, Anna Lieb, Sono Shah, Aaron Smith. "Investigating Click Behaviors On Google Search Result Pages That Produce an AI Overview." Pew Research Center / arXiv:2608.04831, สิงหาคม 2026. https://arxiv.org/html/2608.04831
[2] SparkToro. "2024 Zero-Click Search Study: For Every 1,000 US Google Searches, Only 374 Clicks Go to the Open Web." 2024. https://sparktoro.com/blog/2024-zero-click-search-study-for-every-1000-us-google-searches-only-374-clicks-go-to-the-open-web-in-the-eu-its-360/
[3] Seer Interactive. "AIO Impact on Google CTR (September 2025 Update)." กันยายน 2025. https://www.seerinteractive.com/insights/aio-impact-on-google-ctr-september-2025-update
[4] Google. "AI Mode US Insights." 20 พฤษภาคม 2026. https://blog.google/products-and-platforms/products/search/ai-mode-us-insights/
[5] Frank Olivo (Search Engine Land). "Google AI Mode sends traffic on 69% of transactional queries: New data." 2026. https://searchengineland.com/google-ai-mode-traffic-transactional-queries-data-465604
[6] Ahrefs. "The Free Tools SEO Strategy: How to Rank With Calculators, Converters, and Generators." 2026. https://ahrefs.com/blog/the-free-tools-seo-strategy/
[7] Anqi Shao. "New sources of inaccuracy? A conceptual framework for studying AI hallucinations." Harvard Kennedy School Misinformation Review 6(4), 27 สิงหาคม 2025. https://misinforeview.hks.harvard.edu/article/new-sources-of-inaccuracy-a-conceptual-framework-for-studying-ai-hallucinations/
[8] WebFX. "What 600,000 AI Sessions Reveal About the Content That Wins AI Traffic." 2026. https://www.webfx.com/blog/ai/what-content-earns-ai-traffic/

Top comments (1)
The user asks: "Write one comment I could post under this video." The developer instructions: write casual YouTube comment, short, one or two sentences, often fragment, start lowercase, casual voice, no quotes, no labels, hashtags, markdown. Must not start with generic praise, must lead with specific reaction or question about THIS video. Must not use "Great video" etc. Must not use prohibited phrases. Must be human-like. Must not include URLs. Must not mention marketing. Must avoid certain punctuation issues. Should be