ทราฟฟิกจาก ChatGPT หายจาก GA4: บั๊ก UTM สอนอะไรเราเรื่องการวัดผล AI?
โดย Nokka (นก-กา) | นักเขียนอิสระสาย AI และระบบเปิด | ตรวจสอบข้อมูล ณ 21 ต.ค. 2026
บทความนี้เขียนโดย AI (deepseek-v4.1-flash · ผู้ให้บริการโมเดล: ollama-cloud) ผ่าน Hermes Agent ภายใต้การควบคุมและตรวจสอบคุณภาพโดยมนุษย์ - Nokka (นก-กา)
สัปดาห์ที่ตัวเลขใน GA4 หลอน
ต้นเดือนตุลาคม 2026 นักการตลาดจำนวนหนึ่งเปิด GA4 แล้วเจอสิ่งที่ไม่ควรเกิด
ช่องทาง ChatGPT หายไปเกือบหมด และช่องทาง Direct พุ่งขึ้นในจังหวะเดียวกัน
ถ้าดูแค่ตัวเลข ก็ต้องสรุปว่า ChatGPT ส่งคนมาเว็บน้อยลงจริง
แต่หลักฐานชี้ว่าไม่ได้หายไปไหน ส่วนใหญ่แค่ถูกนับผิดช่อง
ผมอ่านรายงานจากสองสำนัก บวกกับบันทึกที่ไล่ไทม์ไลน์ละเอียดกว่าทั้งสองฉบับ และคิดว่าเรื่องนี้สอนอะไรได้มากกว่าตัวเลขที่หายไป
เกิดอะไรขึ้นจริง
Cedric Huesler ผู้อำนวยการอาวุโสฝ่ายจัดการผลิตภัณฑ์ของ Adobe เขียนไว้ในโพสต์ LinkedIn ว่า หลังการเปิดตัว GPT-6 ChatGPT เริ่มเปิดลิงก์ด้วยวิธีที่ตัดตัวส่งต่อข้อมูลออก [2]
ประโยคที่เขาเขียนคือ GPT-6 เปิดลิงก์ด้วย window.open(url, "_blank", "noopener,noreferrer") และตัด ?utm_source=chatgpt.com ออก [2]
ผลคือทั้งแท็กและ referrer หายไปพร้อมกัน และเครื่องมือวิเคราะห์จึงจัดผู้เข้าชมกลุ่มนั้นไว้ในช่อง Direct [2]
Ethan Smith ซีอีโอของ Graphite เสริมรายละเอียดที่ผมคิดว่าสำคัญที่สุด คือ ลิงก์ในเนื้อคำตอบเสียแท็กไป แต่ลิงก์ในแผง Sources กับลิงก์สินค้ายังมีแท็กอยู่ [1]
และเขาเสริมว่าในไซต์ที่ Graphite ดูแล ผู้เข้าชมจาก ChatGPT ทางมือถือถึง 95 เปอร์เซ็นต์พึ่งแท็กนี้เพียงอย่างเดียว [1]
ในมุมมองของผม กลุ่มที่บอบบางที่สุดจึงเป็นคนที่อ่านคำตอบแล้วกดลิงก์ในเนื้อความบนมือถือ
ตัวเลขที่วัดได้ และช่วงเวลาที่มันเกิด
Graphite วัดไซต์ที่ตนติดตามซึ่งมีทราฟฟิกจริงในช่อง AI Assistant และพบว่าจำนวนเซสชันจาก ChatGPT ใน GA4 ลดลง 22 ถึง 57 เปอร์เซ็นต์ เริ่มตั้งแต่วันที่ 9 ตุลาคม [1]
Ethan Smith ประเมินว่าลดลงราว 45 เปอร์เซ็นต์จากค่าปกติ ส่วน LLM Pulse วัดได้ราว 46 เปอร์เซ็นต์ในช่วง 9 ถึง 11 ตุลาคม เมื่อเทียบกับวันเดียวกันของสองสัปดาห์ก่อน [1]
จุดที่ผมชอบคือ LLM Pulse ระบุด้วยว่า ทราฟฟิกโดยรวมของไซต์เหล่านั้นแทบไม่เปลี่ยน [1]
ผมอ่านข้อมูลตรงนี้ว่าเป็นหลักฐานชิ้นสำคัญที่บอกว่าคนไม่ได้หายไปไหน เพียงแต่ถูกนับผิดช่อง
แต่ LLM Pulse เองก็เตือนว่าเขาไม่เห็น Direct เพิ่มขึ้นชัดเจน เพราะขนาดของ Direct ใหญ่กว่ามากจนกลบความต่าง และข้อมูลภาพรวมแยกไม่ออกว่ามีคนหายจริงหรือแค่ถูกติดป้ายใหม่ [3]
ส่วน Huesler วัดลึกกว่านั้น คือเลือกหน้าเว็บราว 500 หน้าที่ ChatGPT เคยส่งคนมาเกินห้าเปอร์เซ็นต์ แล้วเทียบช่วง 9 ถึง 13 ตุลาคมกับสัปดาห์ก่อนหน้า [1]
ผลที่เขาได้คือ ทราฟฟิกจาก ChatGPT ลดลงวันละประมาณ 31,000 วิสิต ขณะที่ Direct เพิ่มขึ้นวันละประมาณ 26,000 วิสิตในหน้าเดียวกัน [1]
ทราฟฟิกจาก Search ลดลง 7 เปอร์เซ็นต์ ซึ่งเป็นอัตราที่อยู่ในระดับเดียวกับที่อื่น ๆ โดยทั่วไป จึงน่าจะไม่ใช่ผลจากเรื่องนี้ [1]
Direct เพิ่มขึ้นในสองในสามของหน้าที่เสียทราฟฟิก ChatGPT ไป เทียบกับสัปดาห์ก่อนที่เพิ่มขึ้นแค่ราวครึ่งเดียว [1]
หลักฐานที่บอกว่าเป็นคนกลุ่มเดียวกัน
ข้อที่ผมคิดว่าฉับที่สุดในงานของ Huesler คือเขาไม่ได้หยุดที่ตัวเลข แต่หาหลักฐานว่าคนที่ถูกนับเป็น Direct นั้นเป็นคนเดียวกับคนที่มาจาก ChatGPT
สัญญาณที่เขาใช้คือแบนเนอร์ขอความยินยอมหรือ consent banner ซึ่งคนเข้าเว็บครั้งแรกมักเจอ
บนมือถือ สัดส่วนของคนที่มาจาก Direct และได้เห็นแบนเนอร์นี้ เพิ่มจาก 36 เปอร์เซ็นต์เป็น 44 เปอร์เซ็นต์ [1]
ขณะที่คนที่มาจาก ChatGPT มีสัดส่วนนี้อยู่ที่ 55 เปอร์เซ็นต์ [1]
ตัวเลข 44 เคลื่อนเข้าหา 55 จากฝั่ง 36 ร่องรอยนี้บอกว่าคนกลุ่มใหม่ที่ถูกนับเป็น Direct มีลักษณะเหมือนคนที่มาจาก ChatGPT มากขึ้น
และนี่คือเหตุผลที่ข้อมูลระดับหน้าเว็บของ Huesler ถูกยกให้เป็นหลักฐานที่หนักที่สุดในเรื่องนี้ เพราะ LLM Pulse มองไม่เห็นการโยกนี้จากภาพรวม [3]
ทุกอย่างเริ่มตอนกี่โมง และจบเมื่อไหร่
จุดที่หลายคนพลาดคือเวลาทั้งหมดเป็นเวลาแปซิฟิก
Huesler ระบุว่า GPT-6 หยุดใส่แท็กตอนประมาณบ่ายสองโมงแปซิฟิกของวันที่ 8 ตุลาคม และภายในไม่กี่ชั่วโมง จำนวนวิสิตที่ยังระบุที่มาได้ก็เหลือราวหนึ่งในสามของปกติ [3]
บ่ายสองโมงแปซิฟิกของวันที่ 8 ตุลาคม คือประมาณตีสี่ของวันที่ 9 ตุลาคมตามเวลาไทย [3]
แปลว่าสำหรับ GA4 ที่ตั้งโซนเวลาไทย ช่วงที่ตัวเลขเพี้ยนเริ่มวันที่ 9 ไม่ใช่วันที่ 8
เขายังระบุว่า OpenAI บอกเขาวันที่ 14 ตุลาคมว่าเป็นบั๊กที่รู้อยู่แล้ว และการแก้เริ่มทยอยปล่อยตอนประมาณตีสองแปซิฟิกของวันที่ 15 ตุลาคม [3]
ตีสองแปซิฟิกของวันที่ 15 คือประมาณบ่ายสี่ของวันที่ 15 ตามเวลาไทย [3]
พอถึงเก้าโมงเช้าแปซิฟิก วิสิตจาก ChatGPT ที่มีแท็กกลับมาอยู่ที่ราว 95 ถึง 100 เปอร์เซ็นต์ของชั่วโมงเดียวกันในสัปดาห์ก่อน ในข้อมูลหลายพันโดเมนของ Adobe [3]
แต่ referrer ยังหายอยู่บนคลิกจาก ChatGPT ส่วนใหญ่ ซึ่งหมายความว่าแท็กยังเป็นสัญญาณหลักที่ใช้แยกทราฟฟิกกลุ่มนี้ [3]
ช่วงที่ควรทำ annotation ใน GA4 คือ 8 ถึง 15 ตุลาคมตามเวลาแปซิฟิก ซึ่งตรงกับ 9 ถึง 15 ตามเวลาไทย และวันที่ 16 เป็นวันแรกที่กลับมาเต็มวัน [3]
OpenAI พูดเรื่องนี้เองไหม
คำตอบคือยังไม่พูด
Seroundtable รายงานวันที่ 14 ตุลาคม ว่า OpenAI ดูเหมือนจะถอดหรือเปลี่ยนพารามิเตอร์ UTM ที่เคยใส่ไว้ในลิงก์ [2]
และในวันที่ 15 ตุลาคม บันทึกเดียวกันอัปเดตว่า Huesler แก้โพสต์ของเขาโดยเขียนว่า "โล่งใจ มันเป็นบั๊ก ChatGPT กำลังติดแท็กด้วย utm_source อีกครั้ง" [2]
ส่วน Search Engine Journal ออกข่าววันที่ 15 ตุลาคมเช่นกัน โดยระบุว่ายังมีข้อมูลไม่พอจะสรุปว่ามีการสูญเสียผู้เข้าชมจริงด้วยหรือไม่ นอกเหนือจากปัญหาการวัด [1]
บันทึกการอัปเดตของ ChatGPT ช่วง 1 ถึง 15 ตุลาคมก็ไม่กล่าวถึง UTM หรือการติดตามลิงก์ เช่นเดียวกับที่ Search Engine Journal ระบุไว้ [1] และ Relevant Audience ตรวจหน้าเดียวกันซ้ำเมื่อ 16 ตุลาคมแล้วพบเหมือนกัน [3]
แปลว่าการยืนยันว่าเป็นบั๊กมาจากคำบอกเล่าของ Huesler ถึงนักข่าว ไม่ใช่แถลงการณ์ของ OpenAI เอง [3]
และยังมีอีกจุดที่ควรรู้ คือ Glenn Gabe รายงานว่าเขายังไม่เห็นการเปลี่ยนแปลงในฝั่งตัวเอง แปลว่าการปล่อยชุดแก้ไขอาจยังไม่ถึงทุกบัญชี [3]
ห้าข้อที่ผมคิดว่าควรทำก่อนสรุปว่า AI ไม่ส่งคนมา
ข้อ 1 ดู Direct คู่กับหน้า landing page เสมอ
ถ้าทราฟฟิกจาก AI หายไป แต่ Direct เพิ่มขึ้นในหน้าเดียวกัน ให้สงสัยเรื่องการวัดก่อนสรุปเรื่องพฤติกรรม
ในเคสนี้ Direct เพิ่มขึ้นในหน้าเดิมที่ ChatGPT ลดลง ซึ่งตรงกับรูปแบบของการนับผิดช่อง ไม่ใช่การที่คนเลิกใช้
ข้อ 2 อย่าเพิ่งเปลี่ยน attribution model
คำเตือนนี้มาจาก Huesler เอง เขาแนะนำให้ทำ annotation ช่วง 8 ถึง 15 ตุลาคมใน GA4 และไม่ให้รื้อโมเดล attribution ตามตัวเลขที่ลดลง [3]
เหตุผลง่ายมาก ถ้าสลับโมเดลทันที ข้อมูลย้อนหลังจะเทียบกันไม่ได้ และเมื่อบั๊กถูกแก้ คุณจะไม่เหลือฐานเทียบกับอดีตอีก
ข้อ 3 ยังต้องใช้ UTM ของตัวเองต่อไป
เพราะ referrer ยังหายอยู่บนคลิกจาก ChatGPT ส่วนใหญ่ แท็กจึงยังเป็นทางที่เชื่อถือได้มากที่สุดในการแยกทราฟฟิกกลุ่มนี้ [3]
ลิงก์ที่คุณแชร์เองและใส่แคมเปญ UTM ไว้ ยังอยู่ในการควบคุมของคุณคนเดียว
มีเกร็ดที่ผมคิดว่าน่าสนใจ คือ Search Engine Journal ระบุว่า Gemini เดินสวนทางเมื่อราวสองสัปดาห์ก่อนหน้า ด้วยการเพิ่มพารามิเตอร์ UTM ให้ลิงก์ของตัวเอง [1]
ข้อ 4 แยกดูทราฟฟิกมือถือ
เพราะกลุ่มที่พึ่งแท็กมากที่สุดคือมือถือ เมื่อแท็กหาย คนกลุ่มนี้จึงหายจากรายงานก่อนใคร
ถ้าคุณดูแต่ยอดรวม ตัวเลขที่ลดจะดูไม่มาก แต่มือถือคือกลุ่มที่เสี่ยงที่สุด และน่าจะลดลงหนักกว่าที่เห็น [1]
ข้อ 5 จดค่าปกติไว้เป็นลายลักษณ์อักษร
ผมคิดว่านี่เป็นบทเรียนที่สำคัญที่สุด เพราะในวันที่ตัวเลขหลอน คุณจะไม่มีทางรู้ว่าค่าปกติคือเท่าไหร่ ถ้าไม่เคยจดไว้ก่อนเกิดเหตุ
การจด baseline รายสัปดาห์ใช้เวลาไม่กี่นาที แต่ช่วยให้คุณแยกได้ว่าอะไรคือของจริง อะไรคือของที่ระบบวัดเพี้ยน
อีกข้อที่ทำได้ทันที คือเทียบเซสชันจาก chatgpt.com ตั้งแต่วันที่ 16 ตุลาคมกับวันเดียวกันของสัปดาห์ปลายกันยายน ถ้ายังไม่กลับมา อาจหมายถึงชุดแก้ไขยังไปไม่ถึงบัญชีนั้น [3]
สิ่งที่ผมตรวจและสิ่งที่ผมยังไม่ได้ตรวจ
ผมอ่านต้นฉบับครบทั้งสามฉบับ คือ Search Engine Journal, Seroundtable และบันทึกของ Relevant Audience [1] [2] [3]
ผมตรวจตัวเลขทุกตัวที่ยกมาในบทความนี้เทียบกับต้นฉบับ และเก็บรายละเอียดว่าตัวเลขของ Huesler มาจากข้อมูลสี่วันเท่านั้น ซึ่งตัวเขาเองก็บอกว่าเป็นการวิเคราะห์เบื้องต้น [1]
ผมไม่ได้เปิด GA4 ของตัวเองเพื่อวัดปรากฏการณ์นี้ เพราะไม่มีข้อมูลดิบช่วงนั้นเก็บไว้
และผมไม่พบแถลงการณ์จาก OpenAI โดยตรง จึงไม่ได้เขียนว่าบริษัทออกมายอมรับด้วยตัวเอง
คำถามที่ผมอยากฝากไว้
ครั้งสุดท้ายที่ตัวเลขในรายงานของคุณลดลง คุณแน่ใจได้แค่ไหนว่าคนหายไปจริง ไม่ใช่แค่ระบบนับไม่เห็น?
ถ้าตอบไม่ได้ตอนนี้ ลองจดค่าปกติของสัปดาห์นี้ไว้ก่อน แล้วคุณจะตอบได้ในครั้งหน้า
แหล่งอ้างอิง
[1] Matt G. Southern, "ChatGPT Traffic Drop Appears To Be A Tracking Problem", Search Engine Journal, 15 ต.ค. 2026 (Graphite 22 ถึง 57 เปอร์เซ็นต์ในไซต์ที่มีทราฟฟิก AI Assistant จริง · Smith ประเมิน 45 เปอร์เซ็นต์ · LLM Pulse 46 เปอร์เซ็นต์ · Huesler 500 หน้า ลด 31,000 เพิ่ม 26,000 ต่อวัน · Search ลด 7 เปอร์เซ็นต์ · consent banner 36 ถึง 44 เทียบ 55 · 95 เปอร์เซ็นต์บนมือถือพึ่งแท็ก · Gemini เพิ่ม UTM ก่อนหน้า). https://www.searchenginejournal.com/chatgpt-traffic-drop-appears-to-be-a-tracking-problem/593157/
[2] Barry Schwartz, "OpenAI Drops UTM Parameters From ChatGPT Results (GPT-6)", Search Engine Roundtable, 14 ต.ค. 2026 อัปเดต 15 ต.ค. 2026 (คำพูดของ Huesler เรื่อง window.open และ noopener,noreferrer · การแก้โพสต์ว่าเป็นบั๊ก). https://seroundtable.com/utm-parameters-missing-chatgpt-42299.html
[3] Antonio Fernandez, "ChatGPT UTM Bug Confirmed (Secondhand), Fix Rolling Out", Relevant Audience, 16 ต.ค. 2026 (หยุดใส่แท็กบ่ายสองโมงแปซิฟิก 8 ต.ค. · OpenAI แจ้ง Huesler 14 ต.ค. · แก้เริ่มตีสองแปซิฟิก 15 ต.ค. · กลับมา 95 ถึง 100 เปอร์เซ็นต์ · referrer ยังหาย · annotation 8 ถึง 15 ต.ค. · Gabe ยังไม่เห็นการเปลี่ยนแปลง · บันทึกอัปเดต ChatGPT ไม่กล่าวถึง). https://www.relevantaudience.com/analytics/chatgpt-utm-tag-bug-fixed-openai-confirmed-adobe/
Top comments (0)