DEV Community

Nokka
Nokka

Posted on AI-assisted

LINE OA เปลี่ยนหน้า Business Profile 28 ต.ค. นี้: คุณกดเผยแพร่ครบหรือยัง?

LINE OA เปลี่ยนหน้า Business Profile 28 ต.ค. นี้: คุณกดเผยแพร่ครบหรือยัง?

โดย Nokka (นก-กา) | นักเขียนอิสระสาย AI และระบบเปิด | ตรวจสอบข้อมูล ณ 21 ต.ค. 2026

บทความนี้เขียนโดย AI (deepseek-v4.1-flash · ผู้ให้บริการโมเดล: ollama-cloud) ผ่าน Hermes Agent ภายใต้การควบคุมและตรวจสอบคุณภาพโดยมนุษย์ - Nokka (นก-กา)

วันที่ที่หลายคนเข้าใจผิด

ถ้าคุณเห็นโพสต์ในวงการการตลาดที่บอกว่า LINE เปลี่ยนหน้าโปรไฟล์ธุรกิจ "วันนี้" หรือ "กลางเดือนตุลาคม" ผมขอแก้ให้ก่อนว่าไม่ใช่ครับ

เอกสารทางการของ LINE for Business ประกาศไว้วันที่ 3 กันยายน 2026 และระบุวันที่มีผลชัดเจนว่า วันพุธที่ 28 ตุลาคม 2026 [1]

แปลว่าคุณยังมีเวลาอีกหนึ่งสัปดาห์ นับจากวันที่ผมเขียนบทนี้

แต่หนึ่งสัปดาห์นั้นสำคัญมาก เพราะสิ่งที่ไม่ถูกกดเผยแพร่ก่อนวันนั้นจะไม่ถูกย้ายไปยังระบบใหม่

เอกสารเขียนไว้ตรง ๆ ว่า "ข้อมูลที่บันทึกไว้แต่ยังไม่ได้เผยแพร่ จะไม่ถูกย้ายไปยังรูปแบบใหม่ และจะถูกลบโดยอัตโนมัติ" [1]

และเอกสารยังกำกับว่าการเปลี่ยนแปลงทั้งหมดจะ ทยอยมีผล ตั้งแต่วันนั้นเป็นต้นไป ไม่ใช่เปลี่ยนพร้อมกันทั้งระบบในวันเดียว

ผมเปิดเอกสารนี้เทียบกับประกาศอีกฉบับของ LINE เอง และพบว่ามีจุดที่คนทำการตลาดไทยควรรู้ก่อนใคร สิบเอ็ดข้อ

เปลี่ยนแกนจากซ่อน เป็นลบ

การเปลี่ยนใหญ่ที่สุดไม่ใช่หน้าตา แต่คือตรรกะของการเก็บข้อมูล

เดิมที แต่ละส่วนของหน้าโปรไฟล์มีสวิตช์ให้เปิดหรือปิดการแสดงผล และถ้าปิด ข้อมูลยังถูกเก็บไว้ [1]

หลังวันที่ 28 ตุลาคม เหลือสองสถานะ คือ บันทึกร่าง (Draft) และ เผยแพร่ (Published)

ประเด็นคือ เมื่อเผยแพร่แล้ว จะเปลี่ยนกลับเป็นส่วนตัวไม่ได้อีก

ถ้าคุณไม่ต้องการให้ข้อมูลส่วนไหนแสดงบนหน้าโปรไฟล์ ทางเดียวคือลบส่วนนั้นออก

และถ้าลบแล้ว แต่ละประเภทก็กู้คืนไม่เหมือนกัน

ข้อความอิสระ (Signboard), ประกาศ, โชว์เคส และคำถามที่พบบ่อย ถ้าลบแล้วกู้คืนไม่ได้ ต้องสร้างใหม่ [1]

ส่วนคูปองและบัตรสะสมแต้ม ถ้านำออกจากหน้าโปรไฟล์ ข้อมูลที่สร้างไว้ยังอยู่ และเพิ่มกลับมาได้ [1]

จุดนี้ผมคิดว่าคนมักมองข้าม เพราะหลายแบรนด์ใช้วิธีปิดการแสดงผลแทนการลบมานาน ปีนี้วิธีนั้นใช้ไม่ได้แล้ว

สิบเอ็ดอย่างที่จะหายไปหรือเปลี่ยนไป

1. ช่อง Description ถูกยกเลิก

เดิมคุณเขียนข้อความแนะนำร้านในช่อง Description ได้ หลังการเปลี่ยนแปลงช่องนี้จะหายไป และต้องใช้ช่องสถานะ (Status Message) แทน [1]

ถ้าคุณมีข้อความยาว ๆ ที่เขียนไว้ใน Description ควรคัดลอกเก็บไว้ก่อน เพราะเอกสารไม่ระบุว่าข้อความเดิมจะถูกย้ายไปด้วย

2. ฟังก์ชัน Ask a Question ถูกยกเลิก

นี่คือช่องที่ให้ลูกค้าพิมพ์คำถามเข้ามา เอกสารระบุสั้น ๆ ว่าฟังก์ชันนี้ถูกยกเลิก [1]

ถ้าธุรกิจคุณพึ่งช่องนี้ในการรับคำถาม ต้องย้ายไปใช้แชตปกติหรือ FAQ แทน

3. ปุ่มแชตใน FAQ ถูกตัด

หัวข้อคำถามที่พบบ่อยยังใช้ได้ แต่ตัวเลือก "แสดงปุ่มติดต่อผ่านแชต" จะถูกยกเลิก และการตั้งค่าเดิมจะถูกลบ [1]

เอกสารไม่ได้พูดถึง AI chatbot เลย ส่วนนี้จึงเป็นข้อสังเกตของผมเอง คือถ้าแบรนด์คุณต่อ FAQ เข้ากับบอทตอบอัตโนมัติ ควรตรวจว่าเส้นทางที่ลูกค้าใช้คุยกับบอทยังอยู่หรือไม่

4. ประกาศเก็บได้เหลือ 20 รายการ

จากเดิมเก็บได้สูงสุด 200 รายการ เหลือ 20 รายการ โดยระบบจะเก็บเฉพาะ 20 รายการล่าสุด และที่เก่ากว่าจะถูกลบ [1]

ถ้าคุณใช้หน้าประกาศเก็บโปรโมชันย้อนหลังหรือเงื่อนไขแคมเปญเก่า ต้องสำรองก่อนวันนั้น

5. โพสต์ล่าสุด (Mixed Media Feed) หายทั้งส่วน

ส่วนนี้จะถูกยกเลิกทั้งรูปภาพและวิดีโอ เพราะ LINE VOOM สิ้นสุดการให้บริการ [1]

และนี่คือจุดที่ผมต้องอธิบายให้ละเอียด เพราะเอกสารสองฉบับของ LINE เองเขียนวันที่ไม่ตรงกัน

หน้า Business Profile ที่ผมใช้เป็นแหล่งหลักเขียนว่า VOOM สิ้นสุดบริการตั้งแต่วันที่ 16 กันยายน 2026 [1]

แต่หน้าประกาศยุติบริการของ VOOM เขียนว่า วันพุธที่ 28 กันยายน 2026 [2]

ผมจึงไปเปิดหน้าช่วยเหลือของ LINE ซึ่งเป็นประกาศฉบับที่ปรับปรุงล่าสุด เนื้อหา ณ วันที่ 1 ตุลาคม 2026 และหน้านั้นเขียนชัดว่า VOOM สิ้นสุดการให้บริการแล้วใน วันจันทร์ที่ 28 กันยายน 2026 เวลาประมาณ 11.00 น. [3]

ผมเปิดปฏิทินเช็กเองด้วย ผลคือวันที่ 28 กันยายน 2026 ตรงกับวันจันทร์ และวันที่ 16 ตรงกับวันพุธ

แปลว่าวันที่ถูกคือ 28 กันยายน และตัวเลข 16 ที่อยู่ในหน้า Business Profile น่าจะเป็นการพิมพ์ผิดในเอกสารของ LINE เอง [1]

ผมเขียนเรื่องนี้ไว้เพราะถ้าคุณเปิดหน้า [1] ตามป้ายอ้างอิงของผม คุณจะเจอเลข 16 และอาจคิดว่าบทความนี้ผิด

6. Pinterest, Spotify และ Tumblr จะถูกลบ

การตั้งค่าโซเชียลมีเดียแบบเดิมถูกยกเลิก และย้ายไปจัดการผ่าน Website & SNS ในหน้า Profile settings [1]

แต่มีข้อยกเว้นที่สำคัญ คือ URL ของ Pinterest, Spotify และ Tumblr จะ ไม่ถูกย้าย และจะถูกลบ [1]

ถ้าธุรกิจคุณใช้ Spotify หรือ Pinterest เป็นช่องทางหลัก นี่คือรายการที่ต้องเซฟก่อน

7. โชว์เคสเสียรายละเอียด

โชว์เคสจะไม่มีตัวเลือกประเภท (ทั่วไป, สินค้า, บุคคล, สถานที่) และข้อมูลเดลิเวอรี แฮชแท็ก กับที่อยู่ จะถูกยกเลิก [1]

ส่วน URL และช่วงราคาที่ตั้งไว้เดิมจะถูกย้ายไปที่ Profile settings [1]

8. ช่วงราคาที่ใช้สกุลรูเปียห์จะถูกรีเซ็ต

ถ้าคุณตั้งช่วงราคาเป็น Rp (IDR) ข้อมูลจะถูกรีเซ็ตและไม่แสดงตามเดิม ต้องเลือกสกุลเงินอื่นแล้วตั้งใหม่ [1]

กลุ่มนี้กระทบร้านที่ทำตลาดอินโดนีเซียเป็นหลัก แต่ก็ควรรู้ไว้เพราะเป็นรายการที่เอกสารเตือนชัด

อีกจุดที่ต่างกันคือ ถ้าโชว์เคสใช้สกุล Rp ข้อมูลราคาจะ ไม่ถูกย้ายและถูกลบ ไม่ใช่แค่รีเซ็ตเหมือนช่วงราคา [1]

9. ข้อมูลมาตรการป้องกันโรคจะถูกลบ

ส่วนแนวทางปฏิบัติด้านสาธารณสุขหรือมาตรการป้องกันโรคติดต่อบนหน้าโปรไฟล์จะถูกยกเลิก และข้อมูลเดิมจะถูกลบ [1]

ร้านอาหาร คลินิก และโรงแรมที่เคยประกาศมาตรการไว้ต้องเตรียมรับมือ

10. หมวดเดลิเวอรีและซื้อกลับบ้านถูกย้าย

การตั้งค่าเดลิเวอรีและซื้อกลับบ้านแบบเดิมถูกยกเลิก และต้องไปจัดการทั้งหมดผ่าน Profile settings แทน [1]

เอกสารไม่ได้บอกว่าข้อมูลเดิมจะย้ายไปครบหรือไม่ ผมจึงจัดหมวดนี้ไว้ในกลุ่มที่ต้องเข้าไปตรวจเอง

11. ข้อความบนปุ่มด้านล่างเหลือแบบเดียว

ตัวเลือกข้อความอย่าง "ดูมีอะไรใหม่" หรือ "โปรโมชันใหม่" จะถูกยกเลิก และทุกปุ่มจะใช้คำว่า "เพิ่มเพื่อน" เหมือนกันหมด [1]

สิ่งที่ได้เพิ่มขึ้นมา

ผมสรุปส่วนที่ได้เพิ่มไว้สั้น ๆ สองข้อ เพราะมันไม่ใช่เหตุผลที่ต้องรีบ แต่เป็นเหตุผลที่ควรรู้

ไม่ใช่ทุกอย่างจะแย่ลง เพราะคูปองและบัตรสะสมแต้มจะแสดงบนหน้าโปรไฟล์อัตโนมัติถ้าเปิดใช้งาน [1]

คุณยังเลือกนำออกได้ด้วยตัวเอง และถ้าตั้งวันหมดอายุไว้ ระบบจะหยุดแสดงให้เองเมื่อครบกำหนด [1]

ส่วนหมายเลขโทรศัพท์ของปุ่ม Call จะอ้างอิงหมายเลขที่ลงทะเบียนไว้ในหน้าโปรไฟล์ ถ้าเดิมคุณตั้งสองที่ต่างกัน หลังการเปลี่ยนแปลงจะเป็นหมายเลขเดียวกัน [1]

เช็กลิสต์ห้าขั้นก่อนวันที่ 28 ตุลาคม

ขั้นแรก เปิดหน้า Business Profile Settings แล้วดูว่าทุกส่วนเป็น Published หรือยัง ส่วนไหนที่เป็น Draft ให้กดเผยแพร่ก่อน เพราะถ้าไม่กดจะถูกลบ

ขั้นที่สอง คัดลอกข้อความจากช่อง Description ออกมาเก็บไว้ เพราะเอกสารไม่บอกว่าข้อความเดิมจะถูกย้ายไปด้วย

ขั้นที่สาม สำรองประกาศเก่า ให้เหลือไม่เกิน 20 รายการล่าสุด และเก็บไฟล์ไว้ในเครื่อง เพราะรายการที่เกินจะถูกลบ

ขั้นที่สี่ จด URL ของ Pinterest, Spotify และ Tumblr ที่ผูกไว้ เพราะรายการนี้จะถูกลบไม่ย้าย

ขั้นที่ห้า ตรวจเส้นทางแชตของ FAQ ว่าหลังปุ่มแชตถูกตัด ลูกค้ายังคุยกับบอทหรือทีมขายได้ทางไหน

สิ่งที่ผมตรวจและสิ่งที่ผมยังไม่ได้ทำ

ผมเปิดเอกสารทางการสองฉบับของ LINE for Business และอ่านครบทั้งหน้า ไม่ได้อ่านแค่พาดหัว [1] [2]

ผมตรวจวันที่ประกาศ วันที่เริ่มมีผล และรายการที่ถูกยกเลิกทีละข้อจากตัวเอกสารเอง

ผมไม่ได้ทดสอบกับบัญชี LINE Official Account จริง เพราะผมไม่มี OA ของตัวเอง จึงยืนยันได้เพียงว่าเอกสารเขียนอะไร ไม่ได้ยืนยันว่าหน้าจอจริงเปลี่ยนตามทุกจุดแล้วหรือยัง

เอกสารเองก็เขียนกำกับท้ายหน้าว่า "กำหนดการอาจมีการเปลี่ยนแปลง" ดังนั้นถ้าคุณวางแผนใหญ่ ควรเผื่อเวลาไว้ด้วย [1]

คำถามที่ผมอยากฝากไว้

ถ้าธุรกิจคุณใช้หน้าโปรไฟล์เป็นหน้าร้านจริงจัง คุณรู้หรือยังว่าส่วนไหนของร้านคุณกำลังจะเป็น Draft ในสัปดาห์หน้า?

ถ้ายังไม่รู้ วันนี้เป็นวันที่ดีที่สุดที่จะเปิดไปดู

แหล่งอ้างอิง

[1] LINE for Business, "แจ้งการเปลี่ยนแปลงหน้าโปรไฟล์ธุรกิจ (Business Profile)", ประกาศ 3 ก.ย. 2026 มีผล 28 ต.ค. 2026, เข้าถึง 21 ต.ค. 2026. https://lineforbusiness.com/th/news/20260903

[2] LINE for Business, "ประกาศยุติการให้บริการ LINE VOOM ในประเทศไทย", 17 มิ.ย. 2026 (ยุติบริการ 28 ก.ย. 2026 · สำรองข้อมูลได้ 1 ต.ค. ถึง 31 ธ.ค. 2026 ผ่าน voom-studio.line.biz). https://lineforbusiness.com/th/news/20260617

[3] LINE Help, "[สิ้นสุด] ประกาศสิ้นสุดการให้บริการ LINE VOOM", เนื้อหา ณ 1 ต.ค. 2026 (วันสิ้นสุดบริการ วันจันทร์ที่ 28 ก.ย. 2026 เวลาประมาณ 11.00 น.), เข้าถึง 21 ต.ค. 2026. https://help.line.me/line/smartphone?contentId=200000301&lang=th

Top comments (0)