DEV Community

Nokka
Nokka

Posted on

ตอนที่ AI ตัดสินใจแทนคน 1 ล้านคน, ทำไมแบรนด์ที่ AI ไม่รู้จักถึงหายไป

ตอนที่ AI ตัดสินใจแทนคน 1 ล้านคน, ทำไมแบรนด์ที่ AI ไม่รู้จักถึงหายไป

โดย Nokka (นก-กา) | 12 กันยายน 2026

บทความนี้เขียนโดย AI (deepseek-v4.1-flash) ผ่าน Hermes Agent ตรวจสอบและเรียบเรียงโดย Nokka

ประโยคหนึ่งจากงานแถลงข่าวเมื่อวันที่ 11 กันยายน 2026 อธิบายความเปลี่ยนแปลงที่กำลังเกิดขึ้นได้ตรงที่สุด

"วันนี้มีผู้บริโภคคนใหม่ที่ตัดสินใจแทนคนนับล้าน นั่นคือ AI"

นายธนพล ทรัพย์สมบูรณ์ ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร บริษัท วายดีเอ็ม (ไทยแลนด์) จำกัด พูดประโยคนี้ในวันที่บริษัทประกาศเปลี่ยนทิศทางครั้งใหญ่ที่สุดในรอบ 17 ปี จากเอเจนซีด้าน digital transformation มาเป็น AI-Driven Growth & Experience Agency [1]

และประโยคที่ตามมาติด ๆ คือคำอธิบายที่ทำให้เรื่องนี้ไม่ได้เป็นเพียงข่าวเปิดตัวบริการใหม่

"แบรนด์ที่ AI ไม่รู้จัก คือแบรนด์ที่ไม่มีตัวตน"

ตัวเลขที่ทำให้ต้องคิด

ข่าวนี้อ้างสถิติหลายชุด ผมตรวจทีละตัวจากแหล่งต้นทาง และพบว่าบางตัวต้องอ่านให้ระวัง

เรื่องแรกคือพฤติกรรมผู้บริโภค ข่าวระบุว่าคนเริ่มถาม ChatGPT และ Gemini ก่อนตัดสินใจซื้อแทนการค้นหาแบบเดิม และ AI Overviews ของ Google ทำให้คนคลิกไปยังผลการค้นหาน้อยลง 18 ถึง 47 เปอร์เซ็นต์ [1]

ตัวเลขนี้ต้องแยกให้ออก เพราะ 18 กับ 47 ไม่ได้มาจากตัวชี้วัดเดียวกัน

งานวิจัยของ Pew Research Center วัดจากพฤติกรรมจริงของผู้ใช้ 900 คน พบว่าผู้ใช้คลิกผลการค้นหาแบบเดิม 8 เปอร์เซ็นต์ของจำนวนครั้งที่เจอ AI summary เทียบกับ 15 เปอร์เซ็นต์เมื่อไม่เจอ [2] คิดเป็นการลดลงประมาณครึ่งหนึ่ง

ส่วนตัวเลข 47 เปอร์เซ็นต์ที่เห็นในบริบทนี้ มักอ้างอิงงานของ Conductor ที่วัดว่า AI Overviews ปรากฏบนผลค้นหาประมาณ 34.5 เปอร์เซ็นต์ของคีย์เวิร์ดที่ศึกษา และสูงสุดถึง 47 เปอร์เซ็นต์ในเดือนมกราคม 2026 [3] ซึ่งเป็นเรื่องของความครอบคลุม ไม่ใช่อัตราการคลิก

จุดนี้สำคัญเพราะตัวเลขที่ต่างกันเกือบสามเท่า ถ้าใช้ผิดความหมายจะนำไปสู่การตัดสินใจที่ผิด

เรื่องที่สองคือ AI agent ในการช้อปปิ้ง ข่าวอ้าง Boston Consulting Group ประเมินว่าการช้อปปิ้งผ่าน AI agent อาจมีสัดส่วนมากกว่า 1 ใน 4 ของมูลค่าการใช้จ่ายอีคอมเมิร์ซภายในไม่กี่ปีข้างหน้า [1]

ตัวเลขนี้ตรงกับทิศทางที่ BCG เองและ Bain รายงาน คือ Bain ประเมินว่าตลาด agentic commerce ของสหรัฐอาจแตะ 300 ถึง 500 พันล้านดอลลาร์ภายในปี 2030 หรือราว 15 ถึง 25 เปอร์เซ็นต์ของอีคอมเมิร์ซทั้งหมด [4]

แต่ทั้งสองแหล่งระบุว่าเป็นการคาดการณ์ ไม่ใช่ตัวเลขที่เกิดขึ้นแล้ว และช่วงความเชื่อมั่นกว้างมาก ซึ่งหมายความว่ายังมีความไม่แน่นอนสูง

เรื่องที่สามคือการใช้งาน AI ของนักการตลาดไทย ข่าวระบุว่าการสำรวจของ YouGov พบนักการตลาดไทยใช้ AI 84 เปอร์เซ็นต์ สูงกว่าเวียดนามและอินโดนีเซีย [1]

ผมตรวจแล้วพบว่าตัวเลขนี้มาจริง แต่งานวิจัยต้นทางเป็นของ Yandex Ads ร่วมกับ YouGov สำรวจนักการตลาด 649 คนในสามประเทศ [5]

รายงานเดียวกันระบุว่าในภาพรวมทั้งภูมิภาค มีนักการตลาด 77 เปอร์เซ็นต์ที่กำลังทดลองใช้หรือใช้งาน AI แล้ว และ 66 เปอร์เซ็นต์บอกว่า AI ส่งผลต่อธุรกิจในระดับสูงหรือสูงมาก [5]

ประเด็นที่ควรรู้คือ 84 เปอร์เซ็นต์ของไทยวัดการใช้งาน ไม่ได้วัดผลลัพธ์ ทั้งสองตัวเลขนี้อยู่คนละบรรทัดกันในรายงาน และการอ่านรวมกันเป็นเรื่องเดียวจะทำให้เข้าใจผิด [5]

สี่บริการที่ตอบสี่ความท้าทาย

YDM เปิดบริการใหม่สี่กลุ่ม ซึ่งน่าสนใจตรงที่แต่ละกลุ่มตอบโจทย์ที่ต่างกัน [1]

AI Visibility สำหรับแบรนด์ที่หายไปจากคำตอบของ AI บริการนี้ช่วยให้แบรนด์ถูกมองเห็น เข้าใจ และแนะนำโดย AI ทั้ง ChatGPT, Gemini และ AI Overviews

จุดที่ผมคิดว่าน่าสนใจที่สุดคือตัวชี้วัดใหม่ชื่อ Share of AI ซึ่งวัดว่า AI พูดถึงและแนะนำแบรนด์มากน้อยเพียงใดเมื่อเทียบกับคู่แข่ง [1]

นี่คือคำถามเดียวกับที่วงการ SEO กำลังหาคำตอบอยู่ และเป็นการขยับจากคำถามเดิมว่า "อันดับเท่าไร" มาเป็น "AI เลือกพูดถึงใคร"

Always-On Brandformance แคมเปญแบรนด์รูปแบบที่ออกแบบให้ทำงานร่วมกับ algorithm โดยใช้งบเดิมแต่ให้ทำงานต่อเนื่องทั้งปี แทนแคมเปญที่จุดพลุครั้งเดียว

Customer Data Activation สำหรับองค์กรที่ลงทุนใน CDP หรือ CRM แล้วแต่ไม่เห็นผลตอบแทน บริการนี้ช่วยเปลี่ยนข้อมูลที่มีอยู่เป็นยอดขาย ผ่าน personalized marketing และ automation โดยออกแบบให้เห็นผลลัพธ์แรกใน 90 วัน

จุดที่ผมสังเกตคือการระบุกรอบเวลา 90 วันชัดเจน ซึ่งเป็นวิธีที่ทำให้วัดผลได้ และเป็นเรื่องที่ลูกค้า CDP มักบ่นว่าขาดหายไปตลอด

AI Transformation for Enterprise Marketers ติดตั้งระบบ AI และยกระดับทีมการตลาดขององค์กรขนาดใหญ่ ตั้งแต่ระบบอัตโนมัติที่ออกแบบเฉพาะ ไปจนถึงแพลตฟอร์ม AI ที่ YDM พัฒนาเอง

สี่บริการนี้บอกอะไรเกี่ยวกับความมั่นใจ

นายณัฐพล จิตงามพงศ์ ประธานเจ้าหน้าที่ฝ่ายเทคโนโลยี อธิบายจุดต่างของบริษัทไว้ว่าอยู่ที่ทีม AI engineer ที่สร้างโซลูชันเฉพาะให้แต่ละองค์กรได้จริง ไม่ได้ให้แค่คำแนะนำ [1]

จุดนี้เป็นข้ออ้างที่ตรวจสอบได้ยาก แต่มีหลักฐานประกอบอยู่บ้าง

บริษัทระบุว่าพัฒนาแพลตฟอร์ม AI ของตัวเองทุกตัว จากประสบการณ์ทำงานจริงกับลูกค้า ทั้งการวิเคราะห์สื่อโฆษณา การคัดเลือก KOL และการบริหารข้อมูลลูกค้า โดยยกตัวอย่างผลลัพธ์สองกรณี คือการเพิ่มยอด lead ให้แบรนด์รถยนต์ไฟฟ้าได้สี่เท่า และการช่วยโครงการอสังหาริมทรัพย์ระบายยูนิตค้าง 80 ยูนิตให้ขายหมดในสี่เดือน [1]

ตัวเลขเหล่านี้มาจากบริษัทเอง ยังไม่มีหน่วยงานอิสระตรวจสอบ จึงควรอ่านเป็นข้ออ้างของบริษัท ไม่ใช่ข้อเท็จจริงที่ยืนยันแล้ว

ขนาดของบริษัทเป็นส่วนที่ตรวจสอบได้ ซึ่งระบุว่าดูแลแบรนด์มากว่า 1,000 แบรนด์ใน 17 ปี และร่วมงานกับพันธมิตรอย่าง Google และ Adobe [1]

เป้า 40 เปอร์เซ็นต์หมายความว่าอะไร

บริษัทตั้งเป้าให้บริการกลุ่มใหม่สร้างรายได้ราว 40 เปอร์เซ็นต์ของบริษัทภายในปี 2027 [1]

ตัวเลขนี้ทำให้เห็นว่าไม่ใช่การเพิ่มบริการเป็นทางเลือก แต่เป็นการเดิมพันว่าธุรกิจเดิมจะหดตัวลงหรือไม่เติบโตเท่าธุรกิจใหม่

ถ้าบริการใหม่ทำได้ 40 เปอร์เซ็นต์ในอีกหนึ่งปี นั่นหมายความว่าต้องเติบโตเร็วมาก เพราะบริการทั้งสี่กลุ่มเพิ่งเปิดตัว และต้องแย่งงบกับบริการเดิมของลูกค้ากลุ่มเดียวกัน

มุมมองจากคนที่เฝ้าดูการตลาดกับ AI มาสองปี

ผมเขียนเรื่อง AI กับ SEO มาหลายสิบชิ้น และจุดที่ทำให้ข่าวนี้ต่างจากข่าวเปิดตัวทั่วไปคือกรอบเวลาที่ระบุ

คนในวงการ SEO พูดเรื่องนี้กันตั้งแต่ปี 2025 ตอนที่เริ่มเห็นว่าผลการค้นหาส่งคนเข้าน้อยลง และบทสนทนาส่วนใหญ่ยังอยู่ที่คำถามว่า "จะทำ SEO ยังไงให้รอด"

YDM ย้ายคำถามไปที่อื่น คือถ้า AI เป็นคนตัดสินใจแทนผู้บริโภค การทำให้ AI รู้จักแบรนด์ก็กลายเป็นงานการตลาดหลัก ไม่ใช่เรื่องเทคนิคของทีม SEO

ผมเห็นด้วยกับทิศทางนี้ แต่มีสองเรื่องที่ผมคิดว่าควรระวัง

เรื่องแรกคือคำว่า Share of AI ยังไม่มีมาตรฐานวัดที่ตกลงกัน ทั้งวิธีถาม AI วิธีนับ และวิธีทำให้ผลซ้ำได้ แต่ละเครื่องมือวัดจะให้ตัวเลขต่างกัน ซึ่งหมายความว่าลูกค้าต้องถามให้ชัดว่าวัดด้วยวิธีไหน ไม่ใช่ดูแค่ตัวเลขที่รายงาน

เรื่องที่สองคือความเสี่ยงของการพึ่ง AI เป็นช่องทางหลัก ในเดือนกุมภาพันธ์ 2026 เพียงเจ็ดสัปดาห์มีการเปลี่ยนแปลงอันดับที่ตรวจพบเก้ารอบ และหน้าจอที่เคยติดสิบอันดับแรกมีถึง 15 เปอร์เซ็นต์ที่หลุดออกจากร้อยอันดับแรกไปเลย [6] การวางแผนทั้งปีบนช่องทางที่ควบคุมไม่ได้ทั้งหมดจึงต้องมีแผนสำรองเสมอ

แต่ผมก็คิดว่าการที่เอเจนซีไทยกล้าเปลี่ยนโครงสร้างบริษัทตามความเปลี่ยนแปลงนี้เป็นสัญญาณที่ดี เพราะการรอให้ตลาดชัดเจนก่อนแล้วค่อยขยับ มักสายเกินไปในงานที่ต้องใช้เวลาเรียนรู้

ข้อควรระวังก่อนเชื่อตัวเลขทั้งหมด

หนึ่ง สถิติหลายตัวในข่าวเป็นการคาดการณ์ ของบริษัทที่ปรึกษา ไม่ใช่ผลที่เกิดขึ้นแล้ว ทั้งตัวเลข AI agent ในอีคอมเมิร์ซและผลกระทบต่อการค้นหา ควรอ่านเป็นทิศทาง ไม่ใช่เป้าที่มั่นใจได้ [1][4]

สอง ตัวเลขผลลัพธ์ของ YDM ทั้งสี่เท่าและ 80 ยูนิตมาจากบริษัทเอง ยังไม่มีหน่วยงานอิสระตรวจสอบ ควรอ่านแยกจากข้อเท็จจริงที่ตรวจสอบได้ [1]

สาม การวัด Share of AI เป็นศาสตร์ที่ยังไม่นิ่ง คำตอบของ AI เปลี่ยนได้ทุกครั้งที่ถาม และต่างกันตามผู้ใช้กับภูมิภาค ถ้าจะใช้เป็นตัวชี้วัดหลัก ต้องตกลงวิธีวัดกับผู้ให้บริการให้ชัดก่อนเริ่ม [1]

สี่ ตัวเลข 84 เปอร์เซ็นต์ของนักการตลาดไทยวัดการใช้งาน ไม่ได้วัดผลลัพธ์ การใช้ AI เป็นเรื่องปกติแล้ว แต่การได้ผลลัพธ์เป็นอีกประเด็น ซึ่งเป็นช่องว่างที่งานวิจัยต้นทางชี้ไว้ [5]

สรุป

ข่าวนี้ไม่ได้สำคัญเพราะเป็นบริษัทหนึ่งเปลี่ยนบริการ

มันสำคัญเพราะเป็นสัญญาณว่าคำถามของวงการการตลาดเปลี่ยนแล้ว จาก "จะทำอันดับยังไง" เป็น "จะทำให้ AI รู้จักเรายังไง"

และคำถามนั้นยังไม่มีคำตอบมาตรฐาน ใครที่บอกว่ามีคำตอบตายตัว ควรถามต่อว่าวัดด้วยวิธีไหน

สำหรับแบรนด์ที่อ่านมาถึงตรงนี้ คำถามที่ผมคิดว่าควรถามก่อนคือ ถ้าให้ AI อธิบายธุรกิจของคุณตอนนี้ มันจะพูดว่าอะไร

ถ้าคำตอบคือไม่รู้จัก หรือรู้จักผิด นั่นคือจุดที่ควรเริ่ม

แหล่งอ้างอิง

[1] Trakarnsrisunun, T., "YDM พลิกโฉมสู่ AI-Driven Growth & Experience Agency เปิด 4 บริการใหม่ ตั้งเป้าสัดส่วนรายได้ 40% ภายในปี 2027", Marketeer Online (11 ก.ย. 2026), https://marketeeronline.co/archives/486526

[2] Chapekis, A. และ Lieb, A., "Google users are less likely to click on links when an AI summary appears in the results", Pew Research Center (22 ก.ค. 2025), https://www.pewresearch.org/short-reads/2025/07/22/google-users-are-less-likely-to-click-on-links-when-an-ai-summary-appears-in-the-results/

[3] aeovision, "Google AI Overviews GEO Statistics 2026: Citations, CTR, and Coverage" (2026), https://aeovision.ai/articles/google-ai-overviews-geo-statistics-2026/

[4] Bain & Company, "2030 Forecast: How Agentic AI Will Reshape US Retail" (2026), https://www.bain.com/insights/2030-forecast-how-agentic-ai-will-reshape-us-retail-snap-chart/

[5] Yandex Ads, "Clear Signals Report: What's driving digital marketing performance in Southeast Asia" (2026), https://ads.yandex.com/newsroom/news/yandex-ads-yougov

[6] SEO-Kreativ, "Google Ranking Volatility Feb 2026: 9 Waves, 3 Fronts" (2026), https://www.seo-kreativ.de/en/blog/ranking-volatility-february-2026/

Top comments (0)