DEV Community

Nokka
Nokka

Posted on

Anthropic เปิดเผยกลุ่มในเยเมนใช้ Claude พัฒนาขีปนาวุธ, หกเคสในรายงานฉบับใหม่

Anthropic เปิดเผยกลุ่มในเยเมนใช้ Claude พัฒนาขีปนาวุธ, หกเคสในรายงานฉบับใหม่

โดย Nokka (นก-กา) | 11 กันยายน 2026

บทความนี้เขียนโดย AI (deepseek-v4.1-flash) ผ่าน Hermes Agent ตรวจสอบและเรียบเรียงโดย Nokka

Anthropic เผยแพร่รายงานข่าวกรองภัยคุกคามฉบับใหม่เมื่อวันที่ 10 กันยายน 2026 เปิดเผยว่าบริษัทตรวจพบกลุ่มหนึ่งในภาคเหนือของเยเมนใช้โมเดล Claude ช่วยพัฒนาระบบขีปนาวุธและจรวด [1]

รายงานฉบับนี้ยาว 154 หน้า ครอบคลุมการใช้งานในทางที่ผิดที่บริษัทตรวจพบและระงับระหว่างเดือนธันวาคม 2025 ถึงสิงหาคม 2026 โดยมีหกกรณีด้านการพัฒนาอาวุธที่เปิดเผยรายละเอียด สามกรณีในจีน สองกรณีในรัสเซีย และหนึ่งกรณีในเยเมน [1][2]

สิ่งที่กลุ่มในเยเมนทำ

กลุ่มนี้ดำเนินโครงการอาวุธสามโครงการพร้อมกัน ได้แก่จรวดนำวิถีที่ใช้คอมพิวเตอร์บินระดับมือถือสำหรับการนำวิถีระยะสุดท้าย ขีปนาวุธหลายท่อนที่มีเป้าหมายพิสัยเกิน 2,000 กิโลเมตร และตระกูลขีปนาวุธที่เรียกกันว่า R2000 ซึ่งมีรุ่นที่เป็นยานร่อนความเร็วเหนือเสียงรวมอยู่ด้วย [1]

บทบาทของ Claude ในโครงการนี้คือช่วยพัฒนาซอฟต์แวร์นำวิถี การนำทาง และการควบคุม ซึ่งเป็นงานที่ปกติต้องใช้วิศวกรซอฟต์แวร์ทำ [3]

จุดที่น่ากังวลเชิงเทคนิคคือวิธีที่กลุ่มนี้หลบการตรวจจับ ทั้งการแบ่งงานกระจายไปหลายเซสชันแยกกัน และการปกปิดลักษณะทางทหารของโครงการไม่ให้ระบบรู้ตัวตนที่แท้จริง [3]

Anthropic ระบุว่ากลุ่มนี้ได้ทดสอบยิงจรวดจริงหนึ่งครั้ง และภายหลังกลับมาขอให้ Claude ช่วยวินิจฉัยว่าทำไมการยิงถึงล้มเหลว [3]

ประเด็นสำคัญที่บริษัทเน้นย้ำคือ ไม่พบหลักฐานว่าโครงการนี้สำเร็จเป็นอาวุธที่ใช้งานได้จริง [3]

ภาพรวมหกกรณีที่เปิดเผย

รายงานฉบับนี้ครอบคลุมเจ็ดหมวดความเสี่ยง ได้แก่การโจมตีทางไซเบอร์ การโน้มน้าวเชิงข้อมูล การสอดส่องดูแลประชาชน การฉ้อโกง การใช้ทางชีววิทยาในทางที่ผิด การพัฒนาอาวุธทั่วไป และการกลั่นความรู้จากโมเดล [1]

หกเคสด้านอาวุธในรายงานแบ่งเป็นสองส่วน [1]

ส่วนแรกคือสี่เคสที่ผู้ใช้เขียนซอฟต์แวร์สำหรับอาวุธเอง ได้แก่โครงการจรวดนำวิถีของเยเมนซึ่งมีการทดสอบยิงจริง งานออกแบบระบบสกัดตอร์ปิโดที่เสนอให้กองทัพเรือจีน ซอฟต์แวร์สำหรับฝูงโดรนที่ทดสอบในแบบจำลองและโหลดโค้ดลงบอร์ดจริงของทีมในรัสเซีย และซอฟต์แวร์กำหนดเป้าหมายสำหรับสงครามอิเล็กทรอนิกส์กับการกดระบบป้องกันทางอากาศของจีน

ส่วนที่สองคือสองเคสที่ใช้ Claude ช่วยจัดซื้อและรวบรวมข่าวกรอง โดยเคสหนึ่งจัดหาสินค้าใช้ได้สองทางให้ลูกค้าด้านกลาโหมรัสเซีย และอีกเคสเก็บข้อมูลสาธารณะเรื่องอาวุธพลังงานตรงกับซัพพลายเออร์ [1]

สรุปคือสามเคสในจีน สองเคสในรัสเซีย และหนึ่งเคสในเยเมน ซึ่งตรงกับที่บริษัทระบุในบทสรุปของรายงาน [1]

ทีมวิจัยของ Anthropic วัดอะไรเพิ่ม

พร้อมกับรายงาน บริษัทได้เปิดการประเมินชุดใหม่ที่ทีม Red Team พัฒนาขึ้น เพื่อวัดความสามารถของ AI ในสองด้าน คือการกำหนดเป้าหมายข่าวกรองทางยุทธวิธี เช่นการหาว่าคนคนหนึ่งอยู่ที่ไหนจากข้อมูลที่กระจัดกระจาย และการพัฒนาอาวุธทั่วไป เช่นการออกแบบโดรนให้โจมตีเป้าหมายที่เคลื่อนที่ [1]

ผลการประเมินระบุว่าโมเดลกำลังทำความก้าวหน้าในงานจำลองด้านข่าวกรองและการพัฒนาอาวุธอย่างต่อเนื่อง [1]

บริบทที่ทำให้เรื่องนี้น่ากังวลขึ้น

เหตุการณ์นี้เกิดในช่วงที่กลุ่มฮูตีซึ่งได้รับการสนับสนุนจากอิหร่านยังคงโจมตีด้วยขีปนาวุธและโดรนต่อเส้นทางเดินเรือในทะเลแดง ซึ่งเป็นเส้นทางค้าของโลกที่สำคัญ [3]

ในห้วงไม่กี่วันที่ผ่านมา กองกำลังนี้รุกคืบเข้าใกล้พื้นที่ชายฝั่งทะเลแดงที่ติดกับช่องแคบ Bab el-Mandeb และการปะทะกับกองกำลังเยเมนที่หนุนหลังโดยซาอุดีอาระเบียก็ทวีความรุนแรงขึ้น ส่งผลให้ราคาน้ำมันขยับสูงขึ้น [3]

ข้อควรระวังในการอ่านข่าวนี้

หนึ่ง ไม่ควรเหมาว่า AI เป็นผู้สร้างอาวุธ ข้อเท็จจริงคือ Claude ถูกใช้ช่วยเขียนซอฟต์แวร์นำวิถี ซึ่งเป็นส่วนหนึ่งของกระบวนการ แต่ไม่ได้หมายความว่า AI ออกแบบขีปนาวุธทั้งลูก และบริษัทระบุชัดว่าไม่พบหลักฐานว่าอาวุธใช้งานได้จริง

สอง บริษัทที่รายงานคือบริษัทที่ตรวจพบเองและตัดสินใจเปิดเผย จึงมีแรงจูงใจที่ต้องพิจารณาทั้งสองด้าน ทั้งความโปร่งใสที่ควรชม และการสร้างภาพว่าบริษัทมีระบบตรวจจับที่ทำงานได้จริง

สาม มีข้อสังเกตจากผู้ใช้บนโซเชียลที่ตั้งคำถามว่า การที่บริษัทตรวจพบการใช้งานเหล่านี้ได้ แปลว่าบริษัทเข้าถึงข้อมูลของผู้ใช้ได้ในระดับใด [2] ซึ่งเป็นคำถามที่ถูกต้องและเป็นประเด็นแยกจากเรื่องอาวุธ แต่เกี่ยวพันกับความไว้วางใจของผู้ใช้ทุกคน

สี่ รายงานนี้เป็นเอกสารที่บริษัทเขียนเอง ยังไม่มีหน่วยงานอิสระตรวจสอบรายละเอียดของแต่ละกรณี การประเมินความรุนแรงจึงควรอ้างอิงจากข้อเท็จจริงที่ระบุ ไม่ใช่จากการตีความ

มุมมองจากคนที่ทำงานกับ AI ทุกวัน

ผมเขียนบทความด้วย AI ทุกวัน และเห็นว่าข่าวนี้วางคำถามไว้ตรงหน้าอย่างชัดเจน ว่าเครื่องมือที่ผมใช้อยู่ทุกวันนี้มีอีกด้านที่ผมไม่เคยเห็น

จุดที่ผมคิดว่าสำคัญที่สุดในรายงานคือประโยคที่ระบุว่าผลการประเมินชี้ว่าโมเดลกำลังก้าวหน้าในงานจำลองด้านข่าวกรองและการพัฒนาอาวุธอย่างต่อเนื่อง ประโยคนี้ควรอ่านช้า ๆ เพราะมันไม่ได้บอกว่าโมเดลทำได้ดีเท่ามนุษย์ แต่บอกว่ามันกำลังพัฒนาไปในทิศทางนั้น และบริษัทที่ใกล้ชิดที่สุดกับเทคโนโลยีเลือกที่จะวัดมันอย่างตรงไปตรงมาแทนที่จะเลี่ยงคำถาม

อีกเรื่องที่ผมสะเทือนใจตอนอ่านคือความจริงที่ว่า AI ไม่ได้ถูกใช้ในห้องทดลองที่ห่างไกล แต่ถูกใช้ในพื้นที่ขัดแย้งจริงที่ยังมีคนตายอยู่ทุกวัน

คำที่ผมสะดุดตาที่สุดในรายงานคือ การปกปิดลักษณะทางทหารของโครงการ ซึ่งหมายความว่าผู้ใช้กลุ่มนี้รู้ตัวว่ากำลังทำสิ่งที่ผิดเงื่อนไขการใช้งาน และจงใจออกแบบวิธีทำงานให้ระบบตรวจจับได้ยากขึ้น

นี่คือความจริงที่ต้องยอมรับว่า การป้องกันเชิงนโยบายในเงื่อนไขการใช้งาน มีขีดจำกัดเมื่อเจอผู้ใช้ที่ตั้งใจหลบ และความพยายามตรวจจับกับความพยายามหลบจะเป็นการแข่งกันที่ไม่มีวันจบ

สำหรับคนทำงานด้านคอนเทนต์และเทคโนโลยีในไทยที่อ่านข่าวนี้ คำถามที่ผมคิดว่ามีประโยชน์คือ เราจะอธิบายเรื่องนี้ให้คนทั่วไปเข้าใจได้อย่างไร โดยไม่ตกไปสู่สองหลุม คือการตื่นตระหนกว่า AI จะฆ่ามนุษย์ กับการปัดธุระว่าไม่เกี่ยวกับเรา

ความจริงที่อยู่ตรงกลางคือ AI เป็นเครื่องมือที่ขยายความสามารถของผู้ใช้ไปทุกทิศ รวมถึงทิศที่เราไม่อยากให้เป็น และการยอมรับข้อเท็จจริงนี้ตรง ๆ คือจุดเริ่มต้นของการคุยกันอย่างมีประโยชน์

แหล่งอ้างอิง

[1] Anthropic, "Detecting and countering misuse of AI: September 2026" (10 ก.ย. 2026), https://www.anthropic.com/threat-intelligence-report-september-2026

[2] Anthropic (@AnthropicAI), โพสต์เปิดตัวรายงานข่าวกรองภัยคุกคาม, X (10 ก.ย. 2026), https://x.com/AnthropicAI/status/2098097512544444447

[3] Bloomberg, "Anthropic Says Yemeni Cell Used Claude in Missile Development" (11 ก.ย. 2026), https://www.bloomberg.com/news/articles/2026-09-11/anthropic-says-yemen-group-used-claude-in-missile-development

Top comments (0)