Shopee ขึ้นค่าธรรมเนียมเกือบ 10% — วิเคราะห์ผลกระทบต่อผู้ประกอบการไทยและคนขายของออนไลน์
โดย Nokka (นก-กา) | 6 กรกฎาคม 2026
TL;DR — สำหรับคนที่รีบ
Shopee ประกาศทุ่ม 500 ล้านบาทช่วย SME ไทย แต่ในเวลาไล่เลี่ยกันก็ขึ้นค่าธรรมเนียมรวมจาก 18.19% เป็น 28.82%
เกือบ 1 ใน 3 ของราคาขายหายไปกับค่าธรรมเนียม [1] บทความนี้วิเคราะห์ผลกระทบต่อผู้ประกอบการไทยและคนขายของออนไลน์
ภาพรวม: เกิดอะไรขึ้น?
เมื่อต้นเดือนกรกฎาคม 2026 Shopee ประกาศโครงการ "ไทยช่วยไทยกับช้อปปี้" ด้วยงบ 500 ล้านบาท ครอบคลุมร้านค้า MSME กว่า 1.2 ล้านราย [2]
แต่ "ภาวุธ พงษ์วิทยภานุ" สส.บัญชีรายชื่อ พรรคประชาชน เปิดเผยว่า หลังผู้บริหาร Shopee เข้าพบนายกฯ ได้แค่ 9 วัน ก็มีประกาศขึ้นค่าธรรมเนียมรอบใหม่ [1]
ค่าธรรมเนียมรวม (ขาย + ชำระเงิน) ขึ้นจาก 18.19% → 28.82% ภายในไม่ถึงปี
ร้านค้าถูกบีบให้บวกราคาขึ้นอย่างน้อย 20% [1]
ผลกระทบต่อผู้ประกอบการไทย
1. ต้นทุนพุ่ง — กำไรหายไปเกือบครึ่ง
ร้านค้าที่มี margin 30-40% เคยได้กำไร 12-22% ต่อออเดอร์ ตอนนี้เหลือแค่ 1-11% [1] ร้านค้าที่ margin ต่ำกว่า 29% ขายแล้วขาดทุนทันที
ภาวุธชี้ว่าร้านค้าถูกบีบให้บวกราคาขึ้น 20% ไม่งั้นแบกต้นทุนเอง [1] แต่การขึ้นราคาบนแพลตฟอร์มที่ 98% ของออเดอร์ใช้โค้ดส่วนลด ทำให้ร้านค้าติดกับดัก ถ้าขึ้นราคา ลูกค้าหาย ถ้าไม่ขึ้น ขาดทุน
2. รายย่อยถูกบีบออกจากตลาด
เงื่อนไขช่วยเหลือของ Shopee — เว้นค่าธรรมเนียม 10 ออเดอร์แรกของเดือน เฉพาะร้านยอดขายต่ำกว่า 10,000 บาท [3] — ไม่ได้ช่วยร้านที่กำลังจะตาย
ร้านที่มียอดขายต่ำกว่า 10,000 บาทอยู่แล้วคือร้านที่ขายได้น้อย การเว้นค่าธรรมเนียม 10 ออเดอร์แรกไม่ได้เปลี่ยนอะไร
รายย่อยที่มียอดขาย 10,000-50,000 บาทต่อเดือน — กลุ่มที่กำลังจะโต — กลับไม่ได้รับความช่วยเหลือ แต่ต้องแบกรับค่าธรรมเนียมที่เพิ่มขึ้นเต็มๆ
3. วงจรคูปองบิดเบือนราคา
ภาวุธอธิบายวงจร: ร้านค้าขึ้นราคาหนีค่าธรรมเนียม → แพลตฟอร์มเอาค่าธรรมเนียมไปแจกโค้ด → ผู้ซื้อเสพติดโค้ด → ราคาสินค้าเฟ้อขึ้นเรื่อยๆ [1]
ถ้าคุณไม่เข้าร่วมโปรโมชั่น คุณจะขายไม่ได้ เพราะ 98% ของออเดอร์ใช้โค้ด [1] แต่ถ้าคุณเข้าร่วม คุณต้องขึ้นราคาเพื่อชดเชยค่าธรรมเนียม ทำให้ราคาสินค้าไทยใน Shopee แพงขึ้นเรื่อยๆ
ผลกระทบต่อคนขายของผ่าน e-commerce website
1. คนขายผ่านเว็บไซต์ตัวเองได้เปรียบ
ผู้ประกอบการที่มีเว็บไซต์ e-commerce ของตัวเอง (ไม่พึ่งพา marketplace เพียงอย่างเดียว) ได้เปรียบใน 3 ด้าน
ไม่มีค่าธรรมเนียม 29% — ทุกยอดขายบนเว็บไซต์ของคุณ คุณเก็บเงินเต็มจำนวน ไม่ต้องเสียค่าธรรมเนียมเกือบ 1 ใน 3
ควบคุมราคาได้เอง — ไม่ต้องบวกราคา 20% เพื่อชดเชยค่าธรรมเนียม ราคาสินค้าบนเว็บไซต์ของคุณถูกกว่าใน Shopee
สร้างฐานลูกค้าตรง — เมื่อลูกค้าซื้อผ่านเว็บไซต์ของคุณ คุณมีข้อมูลลูกค้าและทำการตลาดซ้ำได้ ไม่ต้องพึ่งพา algorithm ของแพลตฟอร์ม
2. คนที่พึ่งพา Shopee อย่างเดียวเสี่ยง
ผู้ประกอบการที่ขายบน Shopee อย่างเดียว (ไม่มีเว็บไซต์, ไม่มี LINE OA, ไม่มี Facebook Page) เสี่ยงที่สุด
ไม่มีทางเลือกย้ายลูกค้า — ถ้า Shopee ขึ้นค่าธรรมเนียมอีก ก็ต้องยอมจ่ายหรือเลิกขาย ถูกควบคุมโดย algorithm — ถ้า algorithm เปลี่ยน ยอดขายลดลงทันที และที่สำคัญคือไม่มีข้อมูลลูกค้าเป็นของตัวเอง
3. Multi-channel คือทางรอด
ภาวุธเสนอให้รัฐบาลผลักดันการเชื่อมระบบหลังบ้าน ขนส่ง และการชำระเงินของแพลตฟอร์มต่างๆ เข้าด้วยกัน [1] เพื่อให้ร้านค้าอิสระยืนได้ด้วยตัวเอง
การมีหลายช่องทางขาย (Shopee + เว็บไซต์ตัวเอง + LINE OA + Facebook) ช่วยกระจายความเสี่ยง ถ้าแพลตฟอร์มหนึ่งขึ้นค่าธรรมเนียม คุณยังมีช่องทางอื่นที่ต้นทุนต่ำกว่า
มุมมองของอีกฝั่ง
ฝั่งที่สนับสนุน Shopee มองว่าการขึ้นค่าธรรมเนียมเป็นเรื่องปกติของธุรกิจแพลตฟอร์ม
Shopee ต้องรักษาความสามารถในการแข่งขันกับ Lazada และ TikTok Shop [4] โดยค่าธรรมเนียมของทั้ง 3 แพลตฟอร์มใกล้เคียงกัน [5]
โครงการ 500 ล้านบาท แม้น้อยเมื่อเทียบกับรายได้รวมของ Shopee แต่เป็นเม็ดเงินที่ SME ได้รับจริงโดยไม่มีเงื่อนไขผูกมัด
การที่ Shopee เข้าพบรัฐบาลและประกาศโครงการช่วยเหลือ แสดงถึงความตั้งใจที่จะอยู่ร่วมกับตลาดไทยในระยะยาว
ฝั่งนี้มองว่า 500 ล้านบาท แม้น้อยเมื่อเทียบกับรายได้รวม แต่เป็นเม็ดเงินที่ SME ได้รับจริงโดยไม่มีเงื่อนไขผูกมัด
ตัวเลขที่ควรรู้
| รายการ | ตัวเลข | แหล่ง |
|---|---|---|
| ค่าธรรมเนียมเดิม (ก่อนไม่ถึงปี) | 18.19% | [1] |
| ค่าธรรมเนียมใหม่ | 28.82% | [1] |
| เพิ่มขึ้นภายในไม่ถึงปี | +10.63% | [1] |
| ร้านค้าที่ได้รับผลกระทบ | 1.2 ล้านราย | [2] |
| งบช่วยเหลือ | 500 ล้านบาท | [2] |
| ระยะเวลาโครงการ | 6 เดือน | [2] |
| ออเดอร์ที่ใช้โค้ดส่วนลด | 98% | [1] |
มุมมองของ Nokka
ในมุมมองของผม กรณีนี้เป็นบทเรียนสำคัญ: การพึ่งพาแพลตฟอร์มเดียวคือความเสี่ยงที่ใหญ่ที่สุด สำหรับผู้ประกอบการไทย
Shopee เปลี่ยนจาก "ผู้เปลี่ยนชีวิตพ่อค้าแม่ค้าไทย" มาเป็น "ผู้กุมเกม" ที่ขึ้นค่าธรรมเนียมเมื่อไหร่ก็ได้ เพราะร้านค้า 1.2 ล้านรายไม่มีทางเลือกอื่น
ทางออกคือ "Digital Independence" — มีเว็บไซต์ของตัวเอง มีฐานลูกค้าของตัวเอง และมีช่องทางขายหลายช่องทาง
ถ้าคุณยังไม่มีเว็บไซต์ e-commerce ของตัวเอง — นี่คือสัญญาณว่าถึงเวลาต้องมีแล้ว
สรุป
Shopee ขึ้นค่าธรรมเนียมเกือบ 10% ส่งผลให้ผู้ประกอบการไทยแบกรับต้นทุนสูงขึ้น กำไรลดลง และถูกล็อกในวงจรคูปองที่บิดเบือนราคา
คนที่ขายผ่าน e-commerce website ของตัวเองได้เปรียบ — ไม่มีค่าธรรมเนียม 29% ควบคุมราคาได้เอง และมีฐานลูกค้าตรง
คนที่พึ่งพา Shopee อย่างเดียวเสี่ยง — ต้องยอมจ่ายค่าธรรมเนียมที่สูงขึ้น หรือเลิกขาย
💬 คุณคิดว่าโครงการ 500 ล้านของ Shopee ช่วย SME จริงหรือไม่? แสดงความเห็นได้ที่ comment ด้านล่าง
👉 ติดตาม AI News Digest ได้ที่ https://dev.to/sarantoon/series — กด Follow ที่โปรไฟล์ Nokka เพื่อรับอัปเดตทุกครั้งที่มีบทความใหม่
บทความนี้เขียนโดย AI (deepseek-v4-flash) ผ่าน Hermes Agent ภายใต้การควบคุมและตรวจสอบคุณภาพโดยมนุษย์ — Nokka (นก-กา)
เอกสารอ้างอิง
[1] เดลินิวส์, "'ภาวุธ' โพสต์ Shopee ช่วย 500 ล้าน แต่ขึ้นค่าธรรมเนียมเกือบ 10% ลั่นเกมที่รัฐไทย ต้องตามให้ทัน," 5 กรกฎาคม 2026 — https://www.dailynews.co.th/news/6002577/
[2] ประชาชาติธุรกิจ, "Shopee หนุน 'ไทยช่วยไทย' ทุ่ม 500 ล้าน อัดฉีดสิทธิประโยชน์ผู้ขาย-ลดหย่อนค่าธรรมเนียม," 5 กรกฎาคม 2026 — https://www.prachachat.net/business/news-2032366
[3] กรุงเทพธุรกิจ, "Shopee ขานรับนโยบายรัฐ ทุ่ม 500 ล้าน เปิด 'ไทยช่วยไทยกับช้อปปี้' หนุนร้านค้าไทยรายย่อย," 5 กรกฎาคม 2026 — https://www.kaohoon.com/pr/843634
[4] Bangkok Post, "Shopee promotes scheme to assist small merchants," 5 กรกฎาคม 2026 — https://www.bangkokpost.com/business/general/3280639/shopee-promotes-scheme-to-assist-small-merchants
[5] FlowAccount, "ค่าธรรมเนียมใน Shopee, Lazada, TikTok Shop ครบจบ!" 2026 — https://flowaccount.com/blog/commission-fees-ecommerce-shopee-lazada-tiktok/
Top comments (0)